โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ล้างเท้า’ก่อนขึ้นธรรมาสน์

ไทยโพสต์

อัพเดต 26 มิถุนายน 2569 เวลา 4.27 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“..ผมเองอยู่ในเรือนจำทั้งหมด 1 ปี 1 เดือน 3 วัน

ถือว่าเป็นเวลาที่ยาวนานมากสำหรับชีวิตผม ผมไม่อยากให้ใครเลยที่จะก้าวพลาดเข้ามาอยู่ในเรือนจำ ชีวิตของท่านจะประสบกับความลำบากยากเย็นอย่างยิ่ง

อยากให้ทุกคนเลิกยุ่งกับยาเสพติด เลิกทำสิ่งที่ผิดกฎหมาย เคารพในกฎกติกาบ้านเมือง แล้วชีวิตของท่านจะอยู่อย่างปลอดภัย

ผมคิดว่า 1 ปี 1 เดือน 3 วัน มันทำให้ผมมีสติ ทำให้ผมรู้ว่าความผิดพลาดของผมที่เกิดขึ้น ต้องกราบขออภัยอย่างสูงต่อพี่น้องประชาชนคนไทยที่ผมก้าวพลาดไป

ผมก้าวเข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรม และรอดพ้นออกไปอย่างปลอดภัยด้วยกำลังใจของเพื่อนพี่น้อง ญาติสนิทมิตรสหาย ครอบครัวและแฟนคลับที่ไม่เคยทิ้งผมเลยแม้แต่วินาทีเดียว”

นี่..เป็นความในใจ-ความรู้สึกที่คุณเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ “เสก โลโซ” พรั่งพรูออกมาหลังการได้รับอิสรภาพ-พ้นคุก!

ซึ่งก็ให้ยินดีและดีใจที่ได้เห็นร็อกเกอร์คนดังกลับมาสู่อ้อมกอดของครอบครัว-เมียลูกและแฟนเพลง พร้อมด้วย “สติ” ที่จะไม่ให้ตัวเองเดือดร้อนในภายภาคหน้า!

ครับ..และนี่ก็เป็นอีกความรู้สึกที่ด้วยอุปนิสัยใจคอแล้ว หากไม่ถึงที่สุดก็คงจะไม่ระบายออกมาง่ายๆ ผมหมายถึงคุณปุ้ย-พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สส.นครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย

ที่ได้พูดเป็นปริศนาถึงใครบางคนว่า.. “หลังพ้นโทษจากเรือนจำได้หันมาเป็นนักวิพากษ์วิจารณ์การเมืองผ่านสื่อต่างๆ

โดยมักกล่าวหาบุคคลและพรรคการเมือง โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทย แต่ไม่สามารถนำข้อเท็จจริงหรือหลักฐานไปสู่การดำเนินการใดได้

จากการพูดคุยกับ สส.หลายคน ต่างสงสัยว่าอดีต สส.รายดังกล่าวมีปมอะไรกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่

แม้ส่วนตัวจะยังให้เกียรติในฐานะเคยเป็นผู้แทนราษฎรจังหวัดเดียวกัน แต่บางเรื่องถือว่าเกินขอบเขตและต้องรับผิดชอบต่อคำพูดของตนเอง

ต้องยกประโยคหนึ่งที่ถูกพูดถึงมากเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา คือคำพูดของนายกรัฐมนตรีที่ว่า ‘ก่อนขึ้นเทศน์ต้องล้างเท้าตัวเองให้สะอาดก่อน’

การกล่าวหาให้ร้ายคนอื่นไปทั่วไม่สอดรับกับความอาวุโสและประสบการณ์ทางการเมือง ยังเป็นวิธีคิดแบบเดิมที่เอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น

ตัวเองเคยถูกจำคุกในคดีทุจริตเลือกตั้งนายก อบจ. และมีภาระต้องชดใช้ค่าเสียหายในการเลือกตั้งกว่า 60 ล้านบาท ดิฉันอยากถามว่าได้ชำระคืนให้ กกต.แล้วหรือยัง

ดังนั้นก่อนจะวิจารณ์หรือสั่งสอนผู้อื่น ควรตรวจสอบตนเองให้เรียบร้อยเสียก่อน

การเมืองในปัจจุบันควรพัฒนาไปมากกว่าการโจมตีหรือใช้วาทกรรมเล่นงานฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง เพราะเป็นวิธีการที่ล้าสมัยและไม่ตอบโจทย์สังคมยุคใหม่

โดยยอมรับว่ามีประชาชนจำนวนไม่น้อยสะท้อนว่ารู้สึกรำคาญและเบื่อหน่ายกับพฤติกรรมลักษณะดังกล่าว แม้ตนจะไม่ใช้ถ้อยคำรุนแรงเช่นนั้นก็ตาม”

เนี่ย..อ่านแล้วถ้ายังนึกหน้าไม่ออกก็เห็นจะไม่ใช่คอการเมืองตัวจริง เพราะ “อดีต สส.นครศรีธรรมราช” ปัจจุบันถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองจากคดีทุจริตเลือกตั้งนายก อบจ…

กวาดตามองไปทั่วทั้งเมืองนครศรีธรรมราชแล้ว ก็เห็นมีอยู่ท่านเดียว แต่เมื่อ สส.พิมพ์ภัทราสงวนที่จะไม่เอ่ยนาม ผมก็จะอวดรู้-อวดดีไปทำไม?

เอาเป็นว่า ท่านผู้อ่านรู้-ผมรู้ว่าคุณพิมพ์ภัทราหมายถึงใคร แต่ที่ไม่รู้ก็ประโยค.. “ดิฉันอยากถามว่าได้ชำระคืนให้ กกต.แล้วหรือยัง”

เออ..ใช่ เงียบหายจนลืมไปแล้วสำหรับกรณีนี้ ผมจึงเลยต้องค้นหาข่าวเก่าๆ ก็ไม่พบ-ไม่มีรายงานข่าวอย่างเป็นทางการที่ยืนยันว่า..

อดีต สส.ที่ถูกจำคุกในคดีทุจริตเลือกตั้งนายก อบจ.นครศรีธรรมราช ได้จ่ายชดใช้ค่าเสียหายในการจัดการเลือกตั้งใหม่เป็นจำนวนเงินกว่า 60 ล้านบาทแต่อย่างใด!

เรื่องนี้ เห็นทีต้องฝากคุณพิมพ์ภัทราช่วยกรุณาติดตาม-ทวงถามแบบเอาจริงเอาจังแล้วล่ะ ไม่อยากพูดหรอกว่าค่าเสียหายในการจัดการเลือกตั้งเป็น “เงินภาษีกู”..

เพียงแค่ต้องการให้อดีต สส.ที่ถูกจำคุกในคดีทุจริตเลือกตั้งนายก อบจ…

ล้างเท้าตัวเองก่อนขึ้นธรรมาสน์เท่านั้นเอง!.

สันต์ สะตอแมน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...