โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รัฐบาลเร่งปฏิรูปพลังงาน ดันไฟฟ้าสะอาดรับเศรษฐกิจโลกใหม่

ไทยโพสต์

อัพเดต 4 กรกฎาคม 2569 เวลา 17.06 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รัฐบาลเดินหน้าปรับโครงสร้างพลังงานของประเทศ ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน พร้อมเร่งพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะและระบบกักเก็บพลังงาน รองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต หวังสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ดึงดูดการลงทุน และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของไทยในเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคพลังงานสะอาดอย่างรวดเร็ว 4 กรกฎาคม 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่การแข่งขันครั้งใหม่ ที่ไม่ได้แข่งขันกันเพียงด้านเทคโนโลยีหรือการผลิต แต่แข่งขันกันว่าใครจะสามารถผลิตไฟฟ้าสะอาดได้มากกว่า เพราะพลังงานสะอาดกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดการลงทุน การส่งออก และการสร้างงานในอนาคต รัฐบาลจึงเร่งปรับโครงสร้างพลังงานของประเทศ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันได้ในเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นางสาวรัชดา กล่าวว่า ข้อมูลจากรายงานทบทวนสถิติโลกด้านพลังงาน (Statistical Review of World Energy) ฉบับล่าสุดของสถาบันพลังงาน (Energy Institute) ระบุว่า ในปี 2025 (พ.ศ. 2568) พลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์รวมกันกลายเป็นแหล่งพลังงานใหม่ที่เพิ่มเข้าสู่ระบบไฟฟ้าของโลกมากที่สุดเป็นครั้งแรก ขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าทั่วโลกเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และกำลังผลิตใหม่ส่วนใหญ่มาจากพลังงานคาร์บอนต่ำ โดยพลังงานลมและแสงอาทิตย์เติบโตถึงร้อยละ 18.3 ในปีเดียว สะท้อนว่าโลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคไฟฟ้าสะอาดอย่างชัดเจน ทั้งนี้ การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไม่ใช่เพียงเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่เป็นเรื่องของความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพราะอุตสาหกรรมยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นดาต้าเซ็นเตอร์ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ไฟฟ้า อุตสาหกรรมอาหาร หรือภาคการส่งออก ต่างต้องการไฟฟ้าที่มั่นคง มีต้นทุนเหมาะสม และสอดคล้องกับมาตรฐานการลดการปล่อยคาร์บอนที่เข้มงวดขึ้นทั่วโลก หากประเทศไทยเตรียมความพร้อมไม่ทัน ก็อาจสูญเสียโอกาสในการดึงดูดการลงทุนและขยายตลาดส่งออกในอนาคต นางสาวรัชดา กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีจึงให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ และมอบหมายให้ทุกหน่วยงานเร่งขับเคลื่อนมาตรการอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน การผลักดันโครงการโซลาร์ภาคประชาชน การสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า การพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) ระบบกักเก็บพลังงาน ระบบบริหารจัดการพลังงาน รวมถึงการเตรียมใช้เงินตามพระราชกำหนดกู้เงินด้านพลังงาน เพื่อสนับสนุนโครงการที่ลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่วัดผลได้ พร้อมกันนี้ รัฐบาลยังเดินหน้าวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานยุคใหม่ ซึ่งไม่ได้หมายถึงเพียงการสร้างโรงไฟฟ้า แต่รวมถึงการพัฒนาระบบสายส่งอัจฉริยะ ระบบกักเก็บพลังงาน โครงสร้างพื้นฐานรองรับยานยนต์ไฟฟ้า และเทคโนโลยีบริหารจัดการพลังงาน เพื่อให้ประเทศไทยมีระบบไฟฟ้าที่มั่นคง มีประสิทธิภาพ และรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต นางสาวรัชดา ย้ำว่า “รัฐบาลต้องการให้การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานเป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม ไม่ใช่เฉพาะภาครัฐหรือภาคธุรกิจขนาดใหญ่ ประชาชนสามารถเริ่มต้นจากการติดตั้งโซลาร์ภาคประชาชนเพื่อลดค่าไฟ ชุมชนสามารถพัฒนาระบบพลังงานของตนเอง ภาคธุรกิจสามารถลดต้นทุนและยกระดับมาตรฐานการผลิต ขณะที่ภาครัฐจะเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น เพื่อให้ประเทศไทยมีระบบพลังงานที่มั่นคง ทันสมัย และแข่งขันได้ในระยะยาว” “โลกไม่ได้กำลังจะเปลี่ยนในอีกสิบปีข้างหน้า แต่กำลังเปลี่ยนอยู่ในเวลานี้ ประเทศที่เตรียมระบบไฟฟ้าสะอาดได้ก่อน จะเป็นประเทศที่ดึงดูดการลงทุน สร้างงาน และแข่งขันได้มากกว่า รัฐบาลจึงเร่งปรับโครงสร้างพลังงานของไทยตั้งแต่วันนี้ เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางพลังงาน ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานโลก และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนให้กับคนไทยในระยะยาว” นางสาวรัชดา กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...