“อิหร่าน” จ่อผ่อนคลายปิดกั้นอินเทอร์เน็ต หลังเจรจาสหรัฐคืบหน้า
รัฐบาลอิหร่านส่งสัญญาณเตรียมฟื้นการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต หลังประชาชนเผชิญภาวะถูกตัดขาดโลกออนไลน์มาหลายเดือน ท่ามกลางความหวังว่าการเจรจากับสหรัฐ
วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 เวลา 07.36 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่ารัฐบาลอิหร่านอาจเริ่มผ่อนคลายมาตรการจำกัดการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่ดำเนินมายาวนานหลายเดือน ซึ่งส่งผลให้ประชาชนหลายล้านคนถูกตัดขาดจากโลกออนไลน์ ท่ามกลางสัญญาณความคืบหน้าของการเจรจาทางการทูตระหว่างสหรัฐและอิหร่าน
สำนักข่าวทางการอิหร่าน IRNA รายงานว่า “คณะทำงานพิเศษด้านการกำกับดูแลและบริหารจัดการไซเบอร์สเปซ” ซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน และมีโมฮัมหมัด เรซา อาเรฟ รองประธานาธิบดีคนที่หนึ่งเป็นประธาน ได้ลงมติเมื่อวันจันทร์ (25 พ.ค.) เห็นชอบให้ฟื้นฟูการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตกลับสู่ระดับก่อนเดือนมกราคม 2569
อย่างไรก็ดี IRNA ไม่ได้ระบุรายละเอียดชัดเจนว่า การผ่อนคลายดังกล่าวจะครอบคลุมในวงกว้างเพียงใด แต่ระบุว่าจะดำเนินการอย่างชาญฉลาดและอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่การเจรจาระหว่างเตหะรานและวอชิงตันเริ่มมีความคืบหน้า เพื่อหาข้อตกลงยุติความขัดแย้งที่คร่าชีวิตชาวอิหร่านไปหลายพันคน และก่อให้เกิดแรงกระแทกต่อตลาดพลังงานโลก โดยก่อนหน้านี้ทางการอิหร่านเคยระบุว่า มาตรการจำกัดอินเทอร์เน็ตจะยังคงมีผลตราบใดที่ประเทศยังอยู่ในภาวะสงคราม
ประชาชนอิหร่านเผชิญภาวะตัดขาดจากโลกดิจิทัลครั้งใหญ่ถึงสองรอบในปีนี้ โดยครั้งแรกกินเวลาราว 3 สัปดาห์ในเดือนมกราคม หลังรัฐบาลปราบปรามการประท้วงต่อต้านรัฐบาล ส่วนรอบปัจจุบันเริ่มขึ้นหลังสหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีผู้นำและโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ในช่วงที่มีการปิดกั้นอินเทอร์เน็ต รัฐบาลอิหร่านได้จำกัดการใช้งานให้อยู่เฉพาะเครือข่ายภายในประเทศ ทำให้ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตจากต่างประเทศได้ตามปกติ
ทั้งนี้ แม้ก่อนเกิดวิกฤตในปีนี้ อิหร่านก็มีมาตรการควบคุมโลกออนไลน์อย่างเข้มงวดอยู่แล้ว โดยมีการบล็อกเว็บไซต์ แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย และแอปพลิเคชันส่งข้อความจำนวนมาก ส่งผลให้ประชาชนจำนวนไม่น้อยต้องพึ่งพา VPN หรือหันไปใช้แพลตฟอร์มภายในประเทศที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐ
IRNA ระบุเพิ่มเติมว่า แม้มาตรการผ่อนคลายดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากประธานาธิบดีแล้ว แต่ยังไม่ได้มีการส่งคำสั่งอย่างเป็นทางการไปยังกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อเริ่มดำเนินการ และยังไม่มีการกำหนดกรอบเวลาชัดเจนว่ามาตรการจะเริ่มมีผลเมื่อใด
อ้างอิง : bloomberg.com