มาเฟียป้ายดำอุกอาจ กระหน่ำยิงแท็กซี่จิตอาสาดับ
(26 พ.ค. 69) ญาติของ นายศิขรินทร์ อายุ 31 ปี คนขับแท็กซี่สาธารณะน้ำดีและอาสาสมัครช่วยเหลือสังคม ได้เดินทางเข้าร้องเรียนและขอความช่วยเหลือต่อ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด หลังนายศิขรินทร์ถูกกลุ่มอิทธิพลแท็กซี่ป้ายดำรุมทำร้ายร่างกายและชักอาวุธปืนกระหน่ำยิงเสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยมต่อหน้านักท่องเที่ยว โดยคดีไม่มีความคืบหน้า ซ้ำร้ายทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อผุด อ้างว่ากล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุเสีย แต่ภายหลังครอบครัวกลับได้รับคลิปหลักฐานจากพลเมืองดีซึ่งมีภาพเหตุการณ์ชัดเจน ขัดแย้งกับคำชี้แจงของตำรวจอย่างสิ้นเชิง
.
นายกร (นามสมมติ) พี่ชายของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า น้องชายเป็นอดีตทหารและภรรยาเพิ่งคลอดลูกได้เพียง 1 เดือน โดยเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 01.25 น. ขณะที่น้องชายขับรถแท็กซี่ไปส่งผู้โดยสารที่โรงแรมแห่งหนึ่งในอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี หลังจากลูกค้าลงจากรถ ได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์แท็กซี่ป้ายดำเกือบ 10 คน กรูเข้ามาล้อมรถและเปิดประตูรุมทำร้ายร่างกาย ทั้งใช้ไม้เบสบอลตีและรุมกระทืบน้องชายขณะยังนั่งอยู่บนเบาะคนขับ เมื่อน้องชายพยายามจะเข้าเกียร์ขับรถหนีเนื่องจากเป็นซอยตัน กลับมีคนร้ายคนหนึ่งควักอาวุธปืนกระหน่ำยิงใส่หน้าอกจำนวน 5 นัดซ้อน ทำให้น้องชายเสียชีวิตคาพวงมาลัยและรถพุ่งชนกำแพงทันที
.
นายกรระบุต่อว่า หลังเกิดเหตุครอบครัวได้เข้าแจ้งความ แต่ทางตำรวจกลับอ้างว่าผู้ก่อเหตุมีเพียงคนเดียวตามลำพัง และได้นั่งเรือสปีดโบ๊ตหลบหนีออกจากเกาะสมุยไปแล้ว ทั้งยังอ้างว่าเป็นการทะเลาะวิวาทกันด้านนอกรถ ซึ่งสวนทางกับคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดที่พลเมืองดีมอบให้ ที่ปรากฏภาพกลุ่มมาเฟียเกือบ 10 คนรุมล้อมทำร้ายถึงในตัวรถ สำหรับชนวนเหตุคาดว่ามาจากความขัดแย้งเรื่องการรับผู้โดยสาร แม้ที่ผ่านมาน้องจะยอมจ่ายเงินค่าส่วยอิทธิพลรายเดือน เดือนละ 3,500 บาท เพื่อตัดปัญหาแล้วก็ตาม แต่ก็ยังถูกกลั่นแกล้งและบานปลายถึงขั้นเอาชีวิต ซ้ำร้ายหลังเกิดเหตุยังมีสายปริศนาโทรลวงให้ญาติไปยังจุดที่ถูกยิง ทำให้ครอบครัวรู้สึกไม่ปลอดภัยจนต้องพากันอพยพหนีออกจากเกาะสมุย
.
ครอบครัวผู้เสียหายยังฝากถึงผู้ก่อเหตุว่า ไม่น่าทำกันถึงขั้นเสียชีวิต เพราะมองว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ควรรุนแรงถึงขนาดนี้ ต่อให้มีปัญหากัน หากเป็นเพียงการทำร้ายร่างกายก็น่าจะเพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องลงมือจนถึงแก่ชีวิต พร้อมระบุว่า ผู้เสียชีวิตเพิ่งมีลูกเล็กได้เพียงไม่นาน จึงไม่เข้าใจว่าผู้ก่อเหตุคิดอะไรอยู่ และรู้สึกสะเทือนใจกับความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างมาก
.
ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่ารุนแรงและสะเทือนขวัญอย่างมาก กลายเป็นว่าคนดีทำมาหากินและมีจิตอาสาชื่นชอบการรับส่งผู้ป่วย-คนชราฟรีกลับต้องมาจบชีวิต และครอบครัวไม่กล้าแม้แต่จะจัดงานศพเพราะหวาดกลัวภัยมืด ขณะนี้ตนเตรียมประสานไปยังผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี และผู้กำกับการ สภ.บ่อผุด ให้ลงมากำกับดูแลคดีด้วยตนเองอย่างโปร่งใส พร้อมทั้งประสานกระทรวงยุติธรรมผ่านกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เพื่อส่งชุดคุ้มครองพยานเข้ามาดูแลความปลอดภัยให้กับครอบครัวเป็นการด่วน
.
นายเอกภพกล่าวทิ้งท้ายว่า สัปดาห์ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีเพิ่งลงพื้นที่ภาคใต้เพื่อเน้นย้ำนโยบายกวาดล้างมาเฟียและผู้มีอิทธิพล จึงอยากเรียกร้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดเพื่อกู้ความเชื่อมั่น หากปล่อยให้กลุ่มอิทธิพลเถื่อนเรียกรับผลประโยชน์และฆ่าคนตายตามอำเภอใจ ปัญหาก็จะเกิดขึ้นซ้ำซากไม่รู้จบ หลังจากนี้หากทางครอบครัวของผู้เสียชีวิตมีความประสงค์ที่จะขอเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวน หรือโอนสำนวนคดีให้กองบังคับการปราบปรามเข้ามาดูแลแทนเพื่อความยุติธรรม ทางเพจสายไหมต้องรอดก็พร้อมจะพาเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติต่อไป