โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เด็กไทยเชื้อสายแอฟริกา ความเป็นไทยไม่ได้วัดกันที่สีผิว

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ทำความรู้จักกับ เอลิซาเบธ โอกาฟอร์ สาวไทยเชื้อสายแอฟริกา วัย 22 ปี ว่าการเติบโตในฐานะคนไทยเชื้อสายแอฟริกา เป็นอย่างไรบ้าง? และสำหรับเธอ คุณค่าความเป็นไทยวัดกันที่ตรงไหน?

ประเทศไทยมีความหลากหลายทางเชื้อชาติมาเนิ่นนานแล้ว เรามีทั้งกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองมากกว่า 70 กลุ่ม และมีผู้คนจากทั่วโลกที่อพยพมาตั้งหลักปักฐานในประเทศไทย ตั้งแต่สมัยโบราณ จนถึงปัจจุบัน ทำให้เกิดการผสมผสานทางเชื้อชาติและวัฒนธรรมมาจนถึงทุกวันนี้

คนไทยเชื้อสายแอฟริกา หรือลูกครึ่งไทย-แอฟริกา ก็เป็นหนึ่งในความหลากหลายทางเชื้อชาติที่อยู่ร่วมกับสังคมไทยมาเนิ่นนานหลายสิบปีแล้ว ในอดีต คนกลุ่มนี้อาจจะเคยถูกมองว่ามีความแปลกแยก เพราะสีผิวและรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูแตกต่างจากคนอื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัด สีผิวของพวกเขาอาจถูกบางคนมองว่าเป็นปมด้อย พวกเขาอาจจะเคยถูกล้อเลียนหรือถูกกลั่นแกล้งเวลาไปโรงเรียน และอาจเคยสงสัยว่าทำไมตัวเองจึงดูแตกต่างจากผู้อื่น แม้พวกเขาจะเกิดและเติบโตในประเทศไทย เหมือนกับคนอื่น ๆ

เอลิซาเบธ โอกาฟอร์ หรือ ลิซซี่ สาวไทยวัย 22 ปี ที่มีคุณพ่อเป็นชาวไนจีเรีย และมีคุณแม่เป็นลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ทำให้ตัวเธอมีเชื้อสายไทยอยู่แค่ 1 ใน 4 ทำให้หากดูจากภายนอก เธอดูเหมือนเป็นนักท่องเที่ยวสาวที่มาจากแอฟริกา แต่หากใครได้พูดคุยกับเธอจะสัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณความเป็นไทยแบบเต็มร้อย

ลิซซี่เกิดและเติบโตที่กรุงเทพ ประเทศไทย เธอเข้าเรียนที่โรงเรียนนานาชาติตั้งแต่เด็ก ตอนนี้ เธอกำลังเรียนคณะนิติศาสตร์ อยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคภาษาอังกฤษ เธอเปิดใจว่าตอนเด็ก ๆ ก็เคยถูกคนล้อเลียนเรื่องสีผิว แต่เธอไม่ได้เก็บไปคิดอะไรมาก เพราะคุณพ่อและคุณแม่ของเธอสอนให้เธอรู้จักคุณค่าที่อยู่ภายใน รวมทั้งบอกกับเธอเสมอว่าทุกคนมีคุณค่าและความสวยในแบบของตัวเอง ดังนั้น อย่าปล่อยให้คนอื่นมาตัดสินว่าเราเป็นอย่างไร

ลิซซี่เล่าว่า บางครั้ง เธอถูกคนเรียกว่าเป็น “นิโกร” หรือ “อีดำ” แต่เธอก็ไม่ได้คิดมาก อาจจะรู้สึกแปลกใจนิดหน่อยว่าทำไมต้องมาพูดกันแบบนี้ เพราะเธอรู้ดีว่าเธอก็เป็นคนไทยคนหนึ่ง ที่ไม่มีอะไรแตกต่างจากคนอื่น ๆ และเธอก็เป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย มีบ้าน มีครอบครัว มีเพื่อนอยู่ในประเทศไทย เธอพูดภาษาไทย รักเมืองไทย กินอาหารไทยเหมือนกับทุกคน เธอจึงไม่เข้าใจว่า ทำไมบางคนจึงต้องเอาเรื่องสีผิวหรือรูปลักษณ์ภายนอกมาพูดเพื่อล้อเลียนผู้อื่น

ลิซซี่ยอมรับว่าบางครั้งเธออาจรู้สึกน้อยใจบ้าง เวลาถูกล้อตอนเด็ก แต่คุณพ่อและคุณแม่ของเธอ สอนให้รู้จักการให้อภัย ถึงเราจะถูกล้อ แต่เราต้องคิดดี และขอให้เขามีความสุขในชีวิต เพราะคนที่มีความสุขในชีวิต จะไม่ไปล้อเลียนผู้อื่น ซึ่งนั่นคือวิธีคิดที่ทำให้ลิซซี่ผ่านช่วงเวลานั้นมาได้

แม้จะเคยถูกล้อเลียนเรื่องสีผิว แต่ลิซซี่ก็บอกว่านั่นเป็นแค่เรื่องในวัยเด็ก เมื่อเธอโตขึ้น เธอแทบไม่เคยถูกล้อเลียนเรื่องสีผิวเลย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคนไทยมีความเข้าใจเรื่องความหลากหลายทางเชื้อชาติและวัฒนธรรมมากขึ้น อย่างในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แม้ลิซซี่จะเป็นนักศึกษาผิวสีเพียงคนเดียวที่อยู่ในห้อง แต่เธอก็ไม่เคยรู้สึกแปลกแยก เพื่อนนักศึกษาคนอื่น ๆ พูดคุยกับเธอตามปกติ โดยไม่ได้มีอคติเรื่องสีผิวเข้ามาเกี่ยวข้องเลย

มิ่งขวัญ โอกาฟอร์ คุณแม่ของลิซซี่ ที่เป็นลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ที่เคยมีประสบการณ์ถูกล้อเลียนเรื่องสีผิวในวัยเด็กเหมือนกัน เปิดเผยว่าในยุคนี้เรื่องของการเหยียดสีผิวในสังคมไทยลดลงไปมาก ซึ่งในสมัยที่เธอเป็นเด็กและเติบโตในต่างจังหวัด เธอถูกบูลลี่เรื่องสีผิวค่อนข้างมาก แต่ก็ผ่านพ้นมาได้ เพราะกำลังใจจากคนในครอบครัว ซึ่งเมื่อเธอมีลูก เธอจึงได้สอนให้ลูก ๆ ทุกคนภาคภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองเป็น เพราะทุกคนล้วนมีคุณค่าที่สร้างผลกระทบแง่บวกต่อผู้อื่นได้

เมื่อถามลิซซี่ว่าในความคิดของเธอ คุณค่าความเป็นไทยวัดกันที่ตรงไหน? ลิซซี่ตอบว่าคนไทยมีความอ่อนโยน และแคร์ความรู้สึกของผู้อื่น โดยเฉพาะเรื่องมารยาทในการพูดจา ที่คนไทยจะให้เกียรติผู้อื่นเสมอ และจะไม่พูดอะไรที่กระทบจิตใจของผู้อื่น รวมทั้งความ “ขี้เกรงใจ” ที่เป็นลักษณะเฉพาะของคนไทย

ส่วนมิ่งขวัญ ที่เป็นคุณแม่ของลิซซี่ บอกว่าคุณค่าความเป็นไทยไม่ใช่เรื่องของสีผิว แต่เป็นเรื่องของจิตใจและความอ่อนโยน รวมทั้งการมีมารยาทต่อผู้อื่น โดยไม่มีการแบ่งแยกเรื่องสถานะทางสังคม ไม่ว่าใครจะเป็นคนรวย คนจน หรือประกอบอาชีพอะไร การแสดงออก การให้เกียรติผู้อื่นอย่างเท่าเทียม คือคุณค่าความเป็นไทยในสายตาของเธอ

ในความคิดของลิซซี่และคุณแม่ คนไทยเกือบ 100% แทบไม่มีความคิดเรื่องเหยียดสีผิวเหลืออยู่แล้ว ซึ่งไทยได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ วัฒนธรรม และศาสนา ซึ่งทุก ๆ คนสามารถอยู่ร่วมกันได้โดยไม่มีความขัดแย้ง ทุก ๆ คนมีโอกาสสร้างชีวิตที่ดี ใช้ชีวิตตามแบบของตัวเอง มีโอกาสทำตามความฝัน และสร้างอนาคต ในอดีต เราอาจเคยตัดสินความเป็นไทยจากรูปลักษณ์ภายนอก แต่ในปัจจุบันก็เป็นที่ยอมรับแล้วว่าคุณค่าความเป็นไทย คือสิ่งที่อยู่ภายใน ที่มีความสำคัญมากกว่าสิ่งที่อยู่ภายนอก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...