โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไขข้อสงสัย "ปลาแซลมอน" มีพยาธิใบไม้ในตับหรือไม่ เช็กข้อเท็จจริงก่อนคีบซาชิมิ

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

สายซาชิมิต้องเช็ก! ไขข้อข้องใจ กินปลาแซลมอนเสี่ยงพยาธิใบไม้ในตับจริงไหม? พร้อมเปิดลิสต์พยาธิในปลาดิบ อาการเตือนเมื่อติดเชื้อ และเทคนิคเลือกกินแบบซาชิมิเกรดให้ปลอดภัย

เมนู "ปลาแซลมอนดิบ" หรือ ซาชิมิสไตล์ญี่ปุ่น ยังคงเป็นหนึ่งในอาหารยอดนิยมอันดับต้นๆ ของคนไทย แต่อาจมีข้อสงสัยปนความกังวลปรากฏบนโลกออนไลน์อยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า "การรับประทานปลาแซลมอนดิบ จะทำให้เสี่ยงเป็นโรคพยาธิใบไม้ในตับ เหมือนกับการรับประทานปลาน้ำจืดดิบหรือไม่?" เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจอย่างถูกต้องและรับประทานได้อย่างสบายใจ มาเจาะลึกข้อเท็จจริงในเรื่องนี้กัน

เคลียร์ข้อสงสัย "ปลาแซลมอน" มีพยาธิใบไม้ในตับจริงหรือ?

"พยาธิใบไม้ในตับ" (Opisthorchis) มีวงจรชีวิตที่เฉพาะเจาะจงมากและเจริญเติบโตในปลาน้ำจืด โดยเฉพาะปลาน้ำจืดวงศ์ปลาตะเพียน (เช่น ปลาขาว ปลาสร้อย ปลากระสูบ) ซึ่งเป็นวัตถุดิบของเมนูพื้นบ้านสุกๆ ดิบๆ เช่น ก้อยปลา ปลาส้ม หรือปลาร้าดิบ อันเป็นสาเหตุหลักของการเกิดโรคมะเร็งท่อน้ำดีในประเทศไทยเช็กด่วน 10 อาหารเสี่ยง "โรคพยาธิใบไม้ตับ" ระวังตัวอ่อนพยาธิแฝงอยู่ หลายเมนูคนไทยกินบ่อย

ขณะที่ ปลาแซลมอน (Salmon) จัดเป็นปลาทะเลสองน้ำที่เกิดในน้ำจืด และใช้ชีวิตเติบโตในน้ำเค็ม สภาพแวดล้อมไม่เอื้อต่อการเติบโตของพยาธิใบไม้ในตับ ทำให้ในเนื้อปลาแซลมอนไม่มีความเสี่ยงของพยาธิใบไม้ในตับ

ปัจจุบันพฤติกรรมการบริโภคอาหารดิบขยายตัวเป็นวงกว้างทั่วโลกตามกระแสความนิยมอาหารญี่ปุ่น ส่งผลให้ตรวจพบ "ยาธิในปลาดิบ" ในปริมาณที่มากกว่าเมื่อหลายสิบปีก่อน แม้แซลมอนจะปลอดภัยจากพยาธิใบไม้ในตับ แต่การรับประทานแซลมอนดิบก็ยังมีความเสี่ยงจากพยาธิชนิดอื่นที่อาศัยอยู่ในทะเล แนะนำให้เลือกรับประทานจากแหล่งหรือร้านอาหารที่มีความสะอาดและน่าเชื่อถือ

รู้จัก 3 กลุ่มพยาธิในอาหารดิบ พร้อมเช็กอาการเมื่อเผลอกินพยาธิเข้าไป

จากการจำแนกทางปรสิตวิทยา พยาธิที่พบได้บ่อยในเมนูปลาดิบและอาหารดิบ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้

1. พยาธิตัวกลม

เป็นพยาธิที่พบได้บ่อยในปลาทะเลและปลาหมึก เช่น ปลาคอด ปลาแซลมอน ปลาเฮอริ่ง ปลาดาบเงิน และปลาตาหวาน โดยมักจะไชเข้าสู่ผนังกระเพาะอาหารหรือลำไส้ ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายเหลว และมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรงเฉียบพลัน

2. พยาธิตัวแบน หรือพยาธิตัวตืด

พบได้ทั้งในปลาน้ำจืดและปลาบางชนิด หากเข้าสู่ร่างกายจะเจริญเติบโตยาวอยู่ในลำไส้ มักส่งผลให้เกิดอาการท้องอืด ท้องบวม ปวดบิดเกร็งในช่องท้อง น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ และอาจเกิดภาวะเลือดจางเนื่องจากพยาธิแย่งดูดซึมสารอาหาร

3. พยาธิใบไม้

พบในปลาน้ำจืดและอาหารหมักดอง เช่น ปลาร้า ก้อยปลา ซึ่งพยาธิใบไม้บางสายพันธุ์มีความอันตรายสูง สามารถไชทะลุระบบทางเดินอาหารไปยังตับหรือปอดได้ ก่อให้เกิดอาการแน่นท้อง ท้องอืด ถ่ายเหลว และหากไชเข้าสู่อวัยวะสำคัญ เช่น ตับ หรือถุงน้ำดี ก็อาจส่งผลเสียร้ายแรงในระยะยาว

แนวทางป้องกันพยาธิใบไม้ในตับ สำหรับ "สายซาชิมิ"

สรุปคือ "ปลาแซลมอนไม่มีพยาธิใบไม้ในตับ" แต่ยังคงมีความเสี่ยงจากพยาธิในทะเลชนิดอื่น เช่น พยาธิตัวตืด ดังนั้นในฐานะผู้บริโภค ควรมีแนวทางในการปฏิบัติตนเพื่อความปลอดภัย ดังนี้

  • เลือกบริโภค ซาชิมิเกรด (Sashimi Grade) เท่านั้น เลือกซื้อหรือรับประทานจากร้านค้าที่น่าเชื่อถือ มีมาตรฐานระบบการแช่แข็งและการจัดการที่ปลอดภัย
  • หลีกเลี่ยงการกินปลาน้ำจืดดิบ เนื่องจากปลาน้ำจืดมีอัตราความชุกของพยาธิสูงและอันตรายกว่าปลาน้ำเค็ม
  • สังเกตเนื้อสัมผัสทางกายภาพก่อนรับประทาน เนื้อปลาต้องสดแน่น ไม่มีสีคล้ำ ไม่มีเมือกหนา และไม่มีกลิ่นคาวรุนแรงผิดปกติ

อย่างไรก็ตาม หากพบอาการผิดปกติหลังรับประทานปลาดิบ ควรเข้าพบแพทย์เพื่อทำการตรวจอุจจาระ ตรวจเลือด หรือส่องกล้องทางเดินอาหาร เพื่อรับการวินิจฉัยและจ่ายยาที่ตรงกับโรคอย่างปลอดภัยที่สุด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไขข้อสงสัย "ปลาแซลมอน" มีพยาธิใบไม้ในตับหรือไม่ เช็กข้อเท็จจริงก่อนคีบซาชิมิ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...