โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แซะใครหรือเปล่า? “ปิยบุตร” ยกเคส “เหมาเจ๋อตง” สอนยุทธวิธีเลิกโลกสวย

เดลินิวส์

อัพเดต 4 มิถุนายน 2569 เวลา 3.41 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ยอมรับบทเรียนประวัติศาสตร์แบบเจ็บๆ

เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊ก ในหัวข้อ “เหมาเจ๋อตง : ว่าด้วย “แนวร่วมประชาชาติ“ ระบุว่า ในช่วงที่จีนทำสงครามต่อต้านการรุกรานของจักรพรรดินิยมญี่ปุ่น พรรคคอมมิวนิสต์จีนตัดสินใจผนึกกำลังกับพรรคก๊กมินตั๋ง ผนึกกำลังกับนายทุนชาติ เพื่อรบกับญี่ปุ่น ในช่วงที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนเริ่มต้นกระบวนการปฏิวัติ ประธานเหมาเจ๋อตงได้เสนอความคิดการสร้างแนวร่วมกับทุนชาติ และกระฎุมพีบางกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นการร่วมมือกับพรรคก๊กมินตั๋งต่อต้านญี่ปุ่นก็ดี ไม่ว่าจะเป็นการร่วมมือกับทุนชาติ กระฎุมพีน้อย ปัญญาชน หรือคนที่สังกัดชนชั้นนายทุนมาก่อน ก็ดี ดำเนินไปก็ด้วยเหตุผลที่ว่า กำลังในเวลานั้นของพรรคคอมมิวนิสต์จีนยังไม่เพียงพอ จำเป็นต้องร่วมมือกับฝ่ายอื่น ดำเนินไปก็ด้วยเหตุผลที่ว่า แนวร่วมที่เข้ามาจะเปลี่ยนแปลงความคิด ยกระดับความคิด จนเป็นส่วนเนื้อเดียวกันกับพรรค ดำเนินไปก็ด้วยเหตุที่ว่า ในท้ายที่สุด พรรคต้องเป็นตัวแทนของประโยชน์ของชาติ ของคนจีนทั้งหมดทั้งมวล ความคิดเรื่อง “แนวร่วมประชาชาติ” ความคิดเรื่อง “ความขัดแย้งหลัก-ความขัดแย้งรอง” ความคิดเรื่อง “ร้อยบุปผาบานพร้อมพรัก ร้อยสำนักประชันเสียง“

งานเรื่อง “ว่าด้วยปฏิบัติ” ”ว่าด้วยความขัดแย้ง“ ”การจัดการความขัดแย้งในหมู่ประชาชนอย่างถูกต้อง” “ขจัดความคิดที่ผิดในพรรค” ”คัดค้านลัทธิเสรี“ ”การปรับปรุงท่วงทำนองของพรรค“ ”ความคิดที่ถูกต้องของคนเรามาจากไหน?“ ทั้งหมดนี้ แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นพลิกแพลงในยุทธวิธีของเหมาเจ๋อตง อันเป็นเอกลักษณ์หนึ่งของ ”ความคิดเหมาเจ๋อตง“ ในส่วนของความคิดเรื่อง ”แนวร่วมประชาชาติ“ นั้น ถือเป็นส่วนหนึ่งของความคิดชี้นำของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ดังปรากฏให้เห็นในงานของประธานเหมาหลายชิ้น ในที่นี้ จะขอคัดมาบางส่วน นั่นคือ หัวข้อ ”แนวร่วมประชาชาติ“ ซึ่งอยู่ในรายงานชื่อ ”ว่าด้วยยุทธวิธีคัดค้านจักรพรรดินิยมญี่ปุ่น“ ซึ่งเหมาเจ๋อตงได้นำเสนอต่อพรรคเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 1935 และต่อมาได้รวมไว้ใน “สรรนิพนธ์เหมาเจ๋อตุง เล่ม 1 (ตอนต้น) ในฉบับที่รวมอยู่ในสรรนิพนธ์ ได้ทำเชิงอรรถอธิบายสถานการณ์ในช่วงเวลานั้นไว้ ดังนี้

“เรื่องนี้เป็นคำรายงานของสหายเหมาเจ๋อตุง ในที่ประชุมผู้เอาการเอางานของพรรคที่หว่าหยาวเป่าภาคเหนือส่านซีภายหลังการประชุมกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่หว่าหยาวเป่าเมื่อเดือนธันวาคม ปี 1935

การประชุมกรมการเมืองครั้งนี้เป็นการประชุมของศูนย์กลางครั้งสำคัญยิ่งครั้งหนึ่ง ที่ประชุมได้วิจารณ์ทรรศนะที่ผิดภายในพรรคที่เห็นว่าชนชั้นนายทุนชาติของจีนเป็นไปไม่ได้ที่จะร่วมกับกรรมกรและชาวนาของจีนทำการต่อต้านญี่ปุ่น และได้กำหนดยุทธวิธีในการสร้างแนวร่วมประชาชาติโดยเจตนาแห่งมติของศูนย์กลาง

สหายเหมาเจ๋อตุงได้ให้อรรถาธิบายอย่างละเอียดถึงความเป็นไปได้และความสำคัญของการสร้างแนวร่วมกับชนชั้นนายทุนชาติอีกครั้งหนึ่งในเงื่อนไขที่ต่อต้านญี่ปุ่น โดยได้ชี้เน้นถึงบทบาทนำที่มีความหมายชี้ขาดของพรรคคอมมิวนิสต์และกองทัพแดงในแนวร่วมนี้ ได้ชี้ให้เห็นถึงลักษณะยาวนานของการปฏิวัติจีน และได้วิพากษ์ลัทธิปิดประตูซึ่งแสดงถึงความมีจิตใจคับแคบ และได้วิพากษ์โรคใจร้อนในการปฏิวัติซึ่งมีอยู่ในพรรคเป็นเวลายาวนานในอดีตอันเป็นมูลเหตุพื้นฐานที่ทำให้พรรคและกองทัพแดงประสบความเพลี่ยงพล้ำอย่างหนักในสมัยสงครามปฏิวัติภายในประเทศครั้งที่ 2.

ในขณะเดียวกัน สหายเหมาเจ๋อตุงก็ได้เรียกร้องให้ภายในพรรคสนใจบทเรียนทางประวัติศาสตร์ที่พวกลัทธิฉวยโอกาสเอียงขวาเฉินตู้ชิ่วได้นำการปฏิวัติไปสู่ความพ่ายแพ้ในปี 1927 และได้ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มที่เจียงไคเช็คจะต้องทำลายอิทธิพลปฏิวัติอย่างแน่นอน

ทั้งนี้จึงประกันให้พรรคเราสามารถรักษาความมีสติในสภาพแวดล้อมใหม่ และทำให้พลังปฏิวัติเลี่ยงจากความเสียหายในท่ามกลางการโกหกหลอกลวงอย่างไม่มีที่สิ้นสุดและการจู่โจมด้วยกำลังอาวุธมากมายหลายครั้งของเจียงไดเช็คในการต่อมาได้ การประชุมขยายวงของกรมการเมืองซึ่งศูนย์กลางพรรคได้จัดให้มีขึ้นที่จุนยี่ มณฑลกุยจิว เมื่อเดือนมกราคม ปี 1935 ได้สถาปนาการนำของศูนย์กลางขึ้นใหม่โดยมีสหายเหมาเจ๋อตุงเป็นหัวหน้า และเปลี่ยนการนำแบบลัทธิฉวยโอกาสเอียง "ซ้าย" ในอดีตเสีย. อย่างไรก็ดี การประชุมครั้งนั้นได้จัดให้มีขึ้นในระหว่างที่กองทัพแดงเดินทัพทางไกล ฉะนั้น จึงได้มีมติเฉพาะในปัญหาการทหารที่เร่งด่วนที่สุดในเวลานั้น และในปัญหาการตั้งสำนักเลขาธิการของศูนย์กลางและคณะกรรมการทหารปฏิวัติของศูนย์กลางเท่านั้น ตราบเมื่อกองทัพแดงได้เดินทัพทางไกลไปถึงภาคเหนือส่านชีแล้ว จึงมีความเป็นไปได้ที่ศูนย์กลางพรรคจะให้อรรถาธิบายในปัญหาต่าง ๆ เกี่ยวกับยุทธวิธีทางการเมืองอย่างเป็นระบบ. ปัญหาต่างๆเกี่ยวกับยุทธวิธีทางการเมืองดังกล่าว สหายเหมาเจ๋อตุงได้ทำการวิเคราะห์อย่างสมบูรณ์ในคำรายงานนี้”

ผมขอคัดบางตอนในหัวข้อ “แนวร่วมประชาชาติ” มาเผยแพร่ ดังนี้ แนวร่วมประชาชาติ “เมื่อได้พิจารณาสถานการณ์ทั้งทางฝ่ายปฏิวัติและฝ่ายปฏิปักษ์ปฏิวัติแล้ว เราก็ง่ายที่จะอธิบายภาระหน้าที่ทางยุทธวิธีของพรรคได้ ภาระหน้าที่ทางยุทธวิธีขั้นพื้นฐานของพรรคคืออะไร? ไม่ใช่อะไรอื่น คือจัดตั้งแนวร่วมปฏิวัติประชาชาติอันกว้างขวางขึ้นนั่นเอง

ในที่นี้ ข้าพเจ้าจะขอกล่าวแต่ยุทธวิธีของแนวร่วมกับยุทธวิธีของลัทธิปิดประตู ซึ่งเป็นยุทธวิธีที่แตกต่างกันอย่างตรงกันข้าม

ยุทธวิธีหนึ่งต้องการจะรับผู้คนพลรบจำนวนมากไว้ เพื่อล้อมและทำลายข้าศึก อีกยุทธวิธีหนึ่งอาศัยตัวเองแต่โดยลำพังทำ การรบอย่างดันทุรังกับข้าศึกที่เข้มแข็ง ฝ่ายแรกกล่าวว่า ถ้าไม่ประเมินอย่างพอเพียงในเรื่องที่การกระทำของจักรพรรดินิยมญี่ปุ่นที่จะให้ประเทศจีนกลายเป็นเมืองขึ้นนั้นสามารถแปรเปลี่ยนแนวปฏิวัติกับแนวปฏิปักษ์ปฏิวัติของจีนได้แล้ว ก็จะไม่สามารถประเมินอย่างพอเพียงในความเป็นไปได้ของการจัดตั้งแนวร่วมปฏิวัติประชาชาติอันกว้างขวาง ถ้าไม่ประเมินอย่างพอเพียงในจุดแข็งและจุดอ่อนของฝ่ายอิทธิพลปฏิปักษ์ปฏิวัติของญี่ปุ่น ฝ่ายอิทธิพลปฏิปักษ์ปฏิวัติของจีนและฝ่ายอิทธิพลปฏิวัติของจีนแล้ว ก็จะไม่สามารถประเมินอย่างพอเพียงในความจำเป็นของการจัดตั้งแนวร่วมปฏิวัติประชาชาติอันกว้างขวาง ก็จะไม่สามารถใช้วิธีการอันเด็ดเดี่ยวไปทำลายลัทธิปิดประตู ก็จะไม่สามารถใช้แนวร่วมเป็นอาวุธไปทำการจัดตั้งและสมัครสมานพลังมวลประชาชนเรือนแสนเรือนล้านและพลังฝ่ายมิตรที่ปฏิวัติทั้งปวงที่สามารถจะช่วงชิงได้ เพื่อรุดหน้าไปโจมตีเป้าหมายที่เป็นใจกลางที่สุดของเรา คือจักรพรรดินิยมญี่ปุ่นและพวกขายชาติของจีนซึ่งเป็นสุนัขรับใช้ของมัน และก็จะไม่สามารถใช้ยุทธวิธีของตนเป็นอาวุธเข้ายิงเป้าหมายที่เป็นใจกลางที่สุดในขณะนี้, หากทำให้เป้าหมายกระจัดกระจายออกไป จนกระทั่งยิงไม่ถูกศัตรูตัวเอก แต่ศัตรูตัวรองหรือกระทั่งพันธมิตรของเรากลับตกเป็นเหยื่อกระสุนของเรา. นี่เรียกว่าไม่รู้จักเลือกตีข้าศึก และสิ้นเปลืองกระสุนโดยเปล่าประโยชน์

ถ้าเป็นเช่นนี้ ก็ไม่สามารถจะต้อนข้าศึกให้ไปอยู่ในที่มั่นอันคับแคบและโดดเดี่ยว ถ้าเป็นเช่นนี้ ก็ไม่สามารถจะดึงเอาบรรดาผู้ที่เข้าร่วมในค่ายศัตรูโดยถูกบังคับข่มขู่และบรรดาผู้ที่เมื่อก่อนเป็นศัตรูแต่เดี๋ยวนี้อาจเป็นมิตรให้ออกมาจากค่ายและแนวรบของศัตรูได้ทั้งหมด ถ้าเป็นเช่นนี้ โดยความเป็นจริงแล้ว ก็เป็นการช่วย ศัตรู ทำให้การปฏิวัติหยุดอยู่กับที่ โดดเดี่ยว หดเล็กและลดสู่กระแสต่ำ กระทั่งทำให้การปฏิวัติก้าวไปสู่วิถีทางแห่งความปราชัย

อีกฝ่ายหนึ่งกล่าวว่า คำวิจารณ์เหล่านี้ผิดทั้งสิ้น พลังปฏิวัติจะต้องบริสุทธิ์แล้วบริสุทธิ์อีก วิธีทางของการปฏิวัติจะต้องตรงดิ่งแล้วตรงดิ่งอีก มีแต่สิ่งที่บันทึกไว้ในคัมภีร์เท่านั้นที่ถูกต้อง

ชนชั้นนายทุนชาติทั้งหมดเป็นฝ่ายปฏิปักษ์ปฏิวัติไปชั่วกัปชั่วกัลป์แล้ว สำหรับชาวนารวยนั้น จะอ่อนข้อให้แม้แต่นิดหนึ่งก็ไม่ได้

สำหรับสหบาลกรรมกรสีเหลือง ก็มีแต่จะต่อสู้กับมันอย่างไม่คิดชีวิตเท่านั้น ถ้าใครจับมือกับไฉ้ถิงข่ายแล้ว ก็ต้องด่าให้ในทันทีที่จับมือกันว่า "ไอ้พวกปฏิปักษ์ปฏิวัติ"

มีอย่างที่ไหนที่แมวไม่ชอบของคาว และมีอย่างที่ไหนที่ขุนศึกไม่เป็นพวกปฏิปักษ์ปฏิวัติ?

พวกปัญญาชนหรือ ก็มีลักษณะปฏิวัติเพียง ๓ วันเท่านั้น จึงเป็นอันตรายในการรับพวกนี้เข้ามาเพราะฉะนั้น ข้อสรุปก็คือ ลัทธิปิดประตูเป็นของวิเศษแต่สิ่งเดียว ส่วนแนวร่วมเป็นยุทธวิธีของลัทธิฉวยโอกาส สหายทั้งหลาย เหตุผลของแนวร่วมและเหตุผลของลัทธิปิดประตูอันไหนถูกต้องกันแน่? อันไหนกันแน่ที่ลัทธิมาร์กซ-เลนินเห็นพ้องด้วย?

ข้าพเจ้าขอตอบเด็ดขาดว่า เห็นพ้องด้วยกับแนวร่วม และคัดค้านลัทธิปิดประตู. ในหมู่คนเรามีเด็กอายุ ๓ ขวบ เด็กพวกนี้มีเหตุผลมากมายที่ถูกต้อง แต่ให้บริหารบ้านเมืองไม่ได้ เพราะพวกเขายังไม่เข้าใจเหตุผลเกี่ยวกับเรื่องราวของบ้านเมือง. ลัทธิมาร์กซ-เลนินคัดค้านโรคไร้เดียงสาที่มีอยู่ในขบวนปฏิวัติ ความคิดเห็นของผู้คนที่ยืนยันในยุทธวิธีลัทธิปิดประตูนั้นก็เป็นโรคไร้เดียงสาชนิดหนึ่ง วิถีทางของการปฏิวัติก็เช่นเดียวกับวิถีทางที่สิ่งทั้งปวงในโลกเคลื่อนไหวอยู่ คืออย่างไรเสียก็เป็นวิถีทางที่คดเคี้ยว ไม่ใช่ตรงดิ่ง. แนวปฏิวัติและแนวปฏิปักษ์ปฏิวัติย่อมแปรเปลี่ยนได้ นี่ก็เช่นเดียวกับสิ่งทั้งปวงในโลกที่แปรเปลี่ยนได้.

จักรพรรดินิยมญี่ปุ่นได้ตกลงใจจะแปรประเทศจีนทั้งประเทศให้เป็นเมืองขึ้นของมัน และพลังปฏิวัติของจีนในปัจจุบันก็ยังมีจุดอ่อนอันร้ายแรงอยู่ ข้อเท็จจริงพื้นฐานสองข้อนี้เป็นจุดเริ่มของยุทธวิธีอันใหม่ของพรรค นัยหนึ่งการจัดตั้งแนวร่วมอันกว้างขวาง.

การจัดตั้งมวลประชาชนเรือนแสนเรือนล้านและจัดขบวนกำลังปฏิวัติอันใหญ่โตมโหฬาร เป็นสิ่งจำเป็นที่ฝ่ายปฏิวัติจะเข้าตีฝ่ายปฏิปักษ์ปฏิวัติในเวลานี้ มีแต่กำลังเช่นนี้เท่านั้นที่สามารถจะตีจักรพรรดินิยมญี่ปุ่นและพวกทรยศชาติและขายชาติให้คว่ำลงได้ นี่เป็นสัจจะที่เห็นกันทุกคน

เพราะฉะนั้น จึงมีแต่ยุทธวิธีแนวร่วมเท่านั้นที่เป็นยุทธวิธีลัทธิมาร์กซ-เลนิน. ส่วนยุทธวิธีปิดประตูเป็นยุทธวิธีของพวกเอกาโดดเดี่ยว. ลัทธิปิดประตูนั้นเป็นนโยบาย "ไล่นกกระจอกเข้าป่า ไล่ปลาไปสู่น้ำลึก" ไล่เอา "เรือนแสนเรือนล้าน" และความ "ใหญ่โตมโหฬาร"ให้ไปอยู่ข้างศัตรู ซึ่งรังแต่จะทำให้ศัตรูไชโยโฟ่ฮิ้วด้วยความลิงโลด

เหมาเจ๋อตง, “ว่าด้วยยุทธวิธีคัดค้านจักรพรรดินิยมญี่ปุ่น” ใน สรรนิพนธ์เหมาเจ๋อตุง เล่ม 1 (ตอนต้น), หน้า 303-311.

(สันนิษฐานว่า สรรนิพนธ์ของเหมาเจ๋อตุงทั้งหมดนี้ แปลภาษาไทยอย่างสวยสดงดงามหมดจด โดยคณะผู้แปลอันประกอบไปด้วย อัศนี พลจันทร, เริง เมฆไพบูลย์, เชาวน์ พงษ์พิชิต)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...