โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

17 พฤษภาคม 2518 นักศึกษาชุมนุมหน้าสถานทูตสหรัฐฯ ระบุ ‘ละเมิดอำนาจอธิปไตย’ กรณีเรือมายาเกวซ

The Momentum

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE MOMENTUM

วันนี้เมื่อ 51 ปีก่อน กลุ่มนักศึกษาและประชาชนเคลื่อนขบวนจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไปยังหน้าสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เพื่อประท้วงรัฐบาลสหรัฐฯ จากกรณีที่สหรัฐฯ ออกปฏิบัติการกู้เรือมายาเกวซ (SS Mayaguez) เรือสินค้าสัญชาติอเมริกันที่ถูกกองกำลังเขมรแดงยึดไว้ใกล้น่านน้ำกัมพูชา โดยใช้ไทยเป็นฐานปฏิบัติการ และไม่ได้แจ้งให้ไทยทราบล่วงหน้า

เหตุการณ์ทั้งหมดเริ่มต้นเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2518 หลังสงครามเวียดนามเพิ่งปิดฉากลงไม่ถึง 2 สัปดาห์ เรือมายาเกวซซึ่งกำลังเดินทางจากฮ่องกงมายังสัตหีบ ถูกกองกำลังกัมพูชาประชาธิปไตย (เขมรแดง) เข้ายึด พร้อมจับกุมลูกเรือ 39 คน บริเวณน่านน้ำใกล้กัมพูชา สหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดี เจอรัลด์ ฟอร์ด (Gerald Ford) ตอบโต้อย่างรวดเร็ว เพราะมองว่านี่คือบททดสอบศักดิ์ศรีและอำนาจของสหรัฐฯ หลังเพิ่งพ่ายแพ้ทางยุทธศาสตร์ในอินโดจีนจากการล่มสลายของพนมเปญ กัมพูชา และไซ่ง่อน เวียดนาม

ปัญหาคือ ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ เกิดขึ้นโดยอาศัยฐานทัพในไทย โดยเฉพาะฐานบินอู่ตะเภา รวมถึงฐานบินอื่นในภาคอีสาน ทั้งที่รัฐบาล หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช ระบุว่า ไม่ได้อนุญาตให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพไทยในปฏิบัติการครั้งนี้ ขณะที่เอกสารของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เองยังบันทึกว่า เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทยในเวลานั้น ไม่ได้รับแจ้งล่วงหน้าชัดเจน และกังวลว่า การตัดสินใจฝ่ายเดียวของวอชิงตันจะสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯ

นอกจากนี้ รัฐบาลไทยได้ออกคำสั่งเรียกตัว อานันท์ ปันยารชุน เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงวอชิงตันในขณะนั้น กลับประเทศเพื่อปรึกษาหารือ โดยให้เหตุผลว่า สหรัฐฯ ละเมิดอธิปไตยไทย และหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ได้เตรียมทบทวนข้อตกลง และทบทวนสนธิสัญญาทั้งหมดที่ไทยมีต่อสหรัฐฯ ใหม่อีกครั้ง

วันที่ 17 พฤษภาคม 2518 การประท้วงปะทุขึ้นที่หน้าสถานทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงเทพฯ มีอดีตผู้นำนักศึกษาจากเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 เข้าร่วม เช่น ธีรยุทธ บุญมี และเสกสรรค์ ประเสริฐกุล ขณะที่การชุมนุมยังเกิดขึ้นในต่างจังหวัด เช่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีรายงานว่า ผู้ชุมนุมเพิ่มขึ้นเป็น 1 หมื่นคน และสหภาพกรรมกรหลายสิบแห่งประกาศเข้าร่วมกดดันสหรัฐฯ ให้ขอโทษไทย โดยนักศึกษาเดินขบวนจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไปยังสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย บนถนนวิทยุ พร้อมข้อเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ ขอโทษไทยอย่างเป็นทางการ รวมถึงเร่งให้รัฐบาลไทยนำตัวทูตไทยประจำสหรัฐฯ กลับประเทศ

บรรยากาศการชุมนุมเต็มไปด้วยสัญลักษณ์ต่อต้านจักรวรรดินิยม ผู้ชุมนุมเผาหุ่นของประธานาธิบดีฟอร์ด และเฮนรี คิสซิงเจอร์ (Henry Kissinger) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ ก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลาย เมื่อมีการแกะตรานกอินทรีของสถานทูตลงมากระทืบ ติดรูปแร้งแทน และนำป้ายข้อความ ‘ซ่องโจร’ ไปทับป้ายชื่อสถานทูต ขณะที่ผู้ชุมนุมรายหนึ่งนำธงชาติสหรัฐฯ ลงมาพร้อมปัสสาวะรด แรงกดดันไปยังรัฐบาลไทยให้ยุติการชุมนุมโดยเร็วก่อนที่สถานการณ์ทั้งหมดจะบานปลายไปมากกว่านี้

ในที่สุด อุปทูตสหรัฐฯ ได้ยื่นบันทึกแสดงความเสียใจต่อรัฐบาลไทย ผ่าน พลตรี ชาติชาย ชุณหะวัณ (ยศในเวลานั้น) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยในเวลานั้น โดยระบุว่า สหรัฐฯ เข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นกับรัฐบาลไทย ยืนยันว่าจะเคารพอธิปไตยและเอกราชของไทย และเหตุการณ์ทำนองนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก หลังจากนั้นแกนนำผู้ชุมนุมประกาศว่าสหรัฐฯ ‘ขอขมาแล้ว’ และยุติการชุมนุมในวันที่ 19 พฤษภาคม 2518

ทว่าสถานการณ์หลังจากนั้นกลับซับซ้อนขึ้นอีก เพราะกองทัพไทยแบ่งออกเป็นหลายขั้วหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 และยังมีอีกหลายขั้วที่ต้องการรักษาสัมพันธ์อันดีกับสหรัฐฯ ซึ่งถือว่าเป็นผู้นำในการปราบฝ่ายคอมมิวนิสต์ในภูมิภาคนี้

เหตุการณ์การชุมนุมกรณีมายาเกวซในปี 2518 จึงเป็นเหมือนสนามทดลองของฝ่ายความมั่นคงในการวัดพลังว่า ฝ่ายนักศึกษาที่เคยเป็นผู้ชนะในเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ และฝ่ายกรรมกรซึ่งเริ่มมีพลังมากขึ้นนั้นมีพลังมากน้อยแค่ไหน ก่อนที่จะเริ่มปฏิบัติการสลายขบวนการนี้ในเวลาต่อมา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...