โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ประกันสังคม เปิดเวทีแรงงาน–นายจ้าง สร้างความเข้าใจสิทธิประโยชน์ พร้อมเดินหน้าโครงการสินเชื่อ 30,000 ล้านบาท

เดลินิวส์

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • เดลินิวส์
ครั้งแรกในภาคเหนือ ประกันสังคม เปิดเวทีแรงงาน–นายจ้าง สร้างความเข้าใจสิทธิประโยชน์ พร้อมเดินหน้าโครงการสินเชื่อ 30,000 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ดร.ทวีเกียรติ รองสวัสดิ์ ประธานสภาองค์การนายจ้าง แห่งชาติ กระทรวงแรงงาน / กรรมการ (บอร์ด) ประกันสังคม สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วม เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์งานประกันสังคมสู่ผู้ประกันตน ประจำปี 2569 โดยมี นายกิตติพันธ์ นันทผาสุข ปรึกษากรรมการ (บอร์ด) ประกันสังคม กระทรวงแรงงาน และ ดร.ทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ร่วมถ่ายทอดความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านแรงงานและประกันสังคม ภายใน “โครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์งานประกันสังคมสู่ผู้ประกันตน ประจำปี 2569” ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของภาคเหนือที่จัดขึ้น โดยมีภาคแรงงาน นายจ้าง และผู้ประกอบการจากพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน และลำปาง เข้าร่วมในกิจกรรมครั้งนี้

กิจกรรมจัดขึ้นในช่วงเช้า จัดขึ้นที่ศูนย์ประชุมโชควัฒนา เครือสหพัฒน์ จังหวัดลำพูน เพื่อพบกับผู้ประกันตนภาคแรงงาน และช่วงบ่ายที่โรงแรมแกรนด์ปา แอนด์ รีสอร์ท ลำพูน เพื่อพบกับผู้ประกอบการ นายจ้างที่ขึ้นทะเบียนประกันสังคม ซึ่งภายในงานมีการให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ประกันสังคม การคุ้มครองแรงงาน แนวทางการเข้าถึงสิทธิ์ต่างๆ ของผู้ประกันตน รวมถึงเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับระบบประกันสังคม และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคแรงงานในพื้นที่

นอกจากนี้ วิทยากรยังได้ร่วมตอบข้อซักถามเกี่ยวกับปัญหาด้านแรงงาน การใช้สิทธิประกันสังคม การรักษาพยาบาล รวมถึงสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานและเกษียณอายุ ซึ่งได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้ใช้แรงงานที่มีประกันสังคม รวมถึงนายจ้าง ผู้ประกอบการ ที่ขึ้นทะเบียนประกันสังคมในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน และลำปาง เข้าร่วมในกิจกรรมครั้งนี้

ขณะเดียวกันได้มีการเผยประชาสัมพันธ์โครงการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงาน ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2568 – 2569) ระหว่างสำนักงานประกันสังคม ร่วมมือกับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) และธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) โดยมี นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน นางมารศรี ใจรังษี เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม คณะกรรมการสำนักงานประกันสังคม คณะผู้บริหารกระทรวงแรงงาน คณะผู้บริหารธนาคารที่เข้าร่วมโครงการทั้ง 6 แห่ง ผู้แทนสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ผู้แทนสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย แขกผู้มีเกียรติ สื่อมวลชน และเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคม ให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุมวายุภักษ์ แกรนด์บอลรูม ชั้น 4 โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

โครงการสินเชื่อระยะที่ 3 นี้ถือเป็นความร่วมมือขนาดใหญ่ระหว่างสำนักงานประกันสังคม กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารยูโอบี และธนาคารไทยเครดิต เพื่อช่วยสถานประกอบการเข้าถึงแหล่งทุนด้วยดอกเบี้ยต่ำ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อรักษาการจ้างงานในระบบประกันสังคม กระตุ้นการหมุนเวียนเศรษฐกิจฐานราก และช่วยพยุงธุรกิจทุกระดับทั่วประเทศ โดยวงเงินรวมของโครงการอยู่ที่ 30,000 ล้านบาท แบ่งเป็นงบจากกองทุนประกันสังคม 20,000 ล้านบาท และงบกลางจากรัฐบาลอีก 10,000 ล้านบาท

ซึ่งโครงการนี้เปิดให้สถานประกอบการที่จ่ายเงินสมทบไม่น้อยกว่า 12 เดือนติดต่อกัน และให้คำมั่นจะรักษาการจ้างงานไม่น้อยกว่า 80% ตลอดระยะเวลาสัญญา โดยมีวงเงินสินเชื่อต่อรายแบ่งตามขนาดธุรกิจ ได้แก่ สถานประกอบการที่มีลูกจ้างไม่เกิน 200 คน สามารถกู้ได้สูงสุด 15 ล้านบาท, กรณีมีลูกจ้าง 201–500 คน วงเงินไม่เกิน 30 ล้านบาท และสำหรับสถานประกอบการที่มีลูกจ้างมากกว่า 500 คนขึ้นไป วงเงินสูงสุดไม่เกิน 50 ล้านบาท

ในด้านอัตราดอกเบี้ย สถานประกอบการที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน จะได้รับอัตราดอกเบี้ยคงที่ไม่เกิน 2.35% ต่อปีในช่วง 3 ปีแรก ขณะที่กรณีไม่มีหลักทรัพย์หรือใช้บุคคลค้ำประกัน ดอกเบี้ยไม่เกิน 4.75% ต่อปี โดยเฉพาะลูกค้าเดิมของ EXIM Bank ที่มีประวัติการชำระเงินดีจะได้รับสิทธิพิเศษ อัตราดอกเบี้ยต่ำสุดไม่เกิน 2.00% ต่อปี ส่วนปีที่ 4 เป็นต้นไป จะใช้อัตราดอกเบี้ยตามที่แต่ละธนาคารกำหนด โดยธนาคารไทยเครดิตยังเสนออัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัวเพิ่มเติมตามระดับความเสี่ยงของผู้กู้

สำนักงานประกันสังคมระบุว่า ในระยะที่ผ่านมา (ระยะที่ 1 และ 2) โครงการนี้สามารถช่วยเหลือสถานประกอบการได้แล้วกว่า 3,400 แห่ง และรักษาการจ้างงานไว้ได้มากกว่า 200,000 ราย ซึ่งในระยะที่ 3 นี้จะมีขอบเขตการช่วยเหลือที่กว้างขึ้น ครอบคลุมสถานประกอบการในทุกจังหวัดทั่วประเทศ และเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือเชิงนโยบายที่ช่วยลดผลกระทบด้านแรงงานในช่วงเศรษฐกิจเปลี่ยนผ่าน

ทั้งนี้ สถานประกอบการสามารถยื่นคำขอสินเชื่อได้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 ไปจนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569 หรือจนกว่าวงเงินจะเต็ม โดยต้องขอหนังสือรับรองจากสำนักงานประกันสังคมผ่านเว็บไซต์ www.sso.go.th ก่อนนำไปยื่นกับธนาคารที่ร่วมโครงการ ซึ่งจะพิจารณาสินเชื่อตามเงื่อนไขของแต่ละแห่ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...