กมธ.มั่นคงแห่งรัฐฯ ลุย ช่องจอม-ช่องสะงำ “มณเฑียร” ย้ำชัด ไม่เปิดด่านชายแดนเด็ดขาด ด้าน “พล.อ.รังษี” เผย จีนไม่ได้สนับหนุนแค่กัมพูชา แค่ไม่ต้องคุย ลั่น อาวุธที่จีนให้ไทยเหนือกว่า เชื่อ “ฮุน เซน” ดิ้นพล
กมธ.มั่นคงแห่งรัฐฯ ลุย ช่องจอม-ช่องสะงำ “มณเฑียร” ย้ำชัด ไม่เปิดด่านชายแดนเด็ดขาด ด้าน “พล.อ.รังษี” เผย จีนไม่ได้สนับหนุนแค่กัมพูชา แค่ไม่ต้องคุย ลั่น อาวุธที่จีนให้ไทยเหนือกว่า เชื่อ “ฮุน เซน” ดิ้นพล่าน หลัง ศก.กัมพูชากำลังพัง ย้ำ หากมีพฤติกรรมเดิม กองทัพไทยพร้อมรับมือ-สั่งสอนให้มันไม่ลืมไปตลอดชีวิต
เวลา 15.30 น. วันที่ 12 ก.ค. 69 ที่ด่านช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ นายมณเฑียร สงฆ์ประชา สส.ชัยนาท พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร นำคณะ กมธ. ความมั่นคงแห่งรัฐฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หารือและรับฟังปัญหาในพื้นที่
จากการลงพื้นที่ของ กมธ. ความมั่นคงแห่งรัฐฯ พบว่าพื้นที่ดังกล่าวมีกลุ่มชาวบ้านและทหารของกัมพูชามายืนเกาะรั้ว จับตามองความเคลื่อนไหวจากฝั่งไทย อีกทั้งผู้สื่อข่าวยังสังเกตเห็นว่ามีชาวกัมพูชา ได้ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายภาพและคลิปอีกด้วย ก่อนจะพากันหลบเข้าไปด้านในที่พักเนื่องจาก มีพายุฝนตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่ดังกล่าว
ภายหลังการลงพื้นที่ได้ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการลงพื้นที่ด่านช่องจอมและด่านช่องสะงำ ว่า ได้รับข้อมูลจากหลายหน่วยงานเป็นจำนวนมาก ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี โดยประชาชนสามารถมั่นใจได้ว่าหน่วยงานฝ่ายปกครอง ฝ่ายทหาร และทุกภาคส่วนมีความพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งในด้านการอพยพ การรับมือหากเกิดสถานการณ์สู้รบ รวมถึงมาตรการรักษาความปลอดภัย
ส่วนกรณีที่ทั้งด่านช่องจอมและด่านช่องสะงำอยู่ใกล้พื้นที่คาสิโนและฐานปฏิบัติการของแก๊งสแกมเมอร์ นายมณเฑียร กล่าวว่า ด่านช่องสะงำเป็นด่านถาวรที่มีการเดินทางข้ามแดน และพื้นที่บ่อนคาสิโนรวมถึงฐานสแกมเมอร์ก็อยู่บริเวณดังกล่าว
“พูดในนามรัฐบาลเลยก็ได้ว่าท่านอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เรามีนโยบายชัดเจนไม่เปิดด่านร้อยเปอร์เซ็นต์ ชัดเจนนะครับตรงนี้เราไม่เปิดแน่นอน” นายมณเฑียร กล่าว
นายมณเฑียร กล่าวต่อว่า จากการลงพื้นที่ด่านช่องจอมพบว่า พื้นที่ฝั่งกัมพูชามีการขยายตัวของแหล่งปฏิบัติการแก๊งสแกมเมอร์จำนวนมาก ซึ่งไม่ได้หลอกลวงเฉพาะคนไทย แต่หลอกลวงประชาชนทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา อินเดีย ญี่ปุ่น และอีกหลายประเทศ ซึ่งการดำเนินการของฝ่ายไทยมีส่วนสำคัญในการสกัดเครือข่ายหลอกลวงเหล่านี้ โดยเอกสารและข้อมูลที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจยึดได้ เป็นหลักฐานเกี่ยวกับการก่ออาชญากรรมทางออนไลน์ของแก๊งสแกมเมอร์ที่ใช้ฐานปฏิบัติการในพื้นที่ดังกล่าวหลอกลวงผู้เสียหายในต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการยึดและรวบรวมหลักฐานไว้ทั้งหมดแล้ว
“ก็เห็นภาพแล้วว่าเราเอาเต็มที่ ครั้งที่สองเรื่องสแกมเมอร์หายไปหมดเลย ตอนนี้เรียบร้อย แล้วเราก็ยึดได้หมด เขาไม่มีทางที่จะเอาคืนได้ง่าย ๆ เราตรึงไว้หมดแล้ว” นายมณเฑียร กล่าว
ส่วนหลังปิดด่านแล้วประชาชนในพื้นที่สะท้อนเสียงมาว่าอย่างไรบ้าง นายมณเฑียร กล่าวว่า มีแต่เสียงสะท้อนว่าถ้ารัฐบาลหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ เปิดด่านจะไม่ยอม ซึ่งทางรัฐบาลก็มีนโยบายที่ชัดเจนว่าเราก็ไม่เปิด 100 เปอร์เซ็นต์เหมือนกัน
เมื่อถามว่าการค้าขายในแนวชายแดนก่อนหน้าที่อู้ฟู่ แต่ว่าหลังจากที่มีการปิดด่านไปการค้าขายแถบชายแดนการตัดขาด ประชาชนได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง นายมณเฑียร ยืนยันว่า ไม่จริง เพราะตั้งแต่เราปิดด่านชายแดน ในเรื่องของการค้าขายในแถบชายแดนประเทศมี GDP เพิ่มขึ้น โดยเป็นข้อมูลที่เห็นได้ตามสื่อ หรือจากกระทรวงที่ออกมาเผยแพร่ว่า GDP เราเพิ่มประมาณ 9 เปอร์เซ็นต์
เมื่อถามว่าจากการได้ลงพื้นที่และรับฟังหารือกับหน่วยงานที่เกีายวข้องประชาชนยังมีข้อกังวลอะไรหรือไม่ นายมณเฑียร กล่าวว่า ไม่มี แบะตนเองขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจได้ไม่ว่าทหาร ตำรวจ หน่วยงานกรมการปกครอง หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เราเตรียมการไว้แล้ว
ด้าน พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ ในฐานะที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของคณะ กมธ. ความมั่นคงแห่งรัฐฯ เปิดเผยถึงข้อมูลหลังได้รับรายงานเกี่ยวกับด่านช่องจอมและช่องสะงำ ว่า หลังจากวันนี้ กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ ได้เดินทางมาที่ จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ และ ด่านศุลกากรช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ได้รู้สาเหตุและเปิดเผยให้คนไทยทราบว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งสแกมเมอร์ใหญ่ โดยเฉพาะบริเวณช่องจอมอาคารมีมากถึง 157 อาคาร ซึ่งมีการจำลองสถานีตำรวจและธนาคารของทุกประเทศขึ้นมาทำให้เสมือนจริงโดยการนำคอลเซนเตอร์ไปหลอกและเป็นแหล่งสแกมเมอร์ที่ใหญ่ หลอกทั้งคน จีน สหรัฐฯ อินเดีย ญี่ปุ่น และประเทศไทย
พล.อ.รังษี กล่าวต่อว่า ที่เข้ามาในพื้นที่วันนี้เราต้องการเปิดเผยให้คนไทยทราบว่าพื้นที่ที่มาดูในวันนี้เป็นแหล่งสแกมเมอร์แหล่งใหญ่และมาสร้างความมั่นใจ ความปลอดภัยให้กับประชาชนรวมถึงผู้ปฏิบัติหน้าที่โดยเฉพาะเรื่องการขาดแคลนที่เราได้รับข้อมูล เพราะนายมณเฑียร ก็จะนำข้อมูลไปพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีเพื่อให้ทราบข้อมูลที่แท้จริง เพราะเราจะมาเสริมเพื่อความมั่นใจและความมั่นคงเพิ่มขึ้น เตรียมพร้อมที่จะปะทะกับกัมพูชาในรอบต่อไปถ้าหากเกิดเหตุการณ์ขึ้น
พล.อ.รังษี กล่าวว่าโดยเฉพาะทางทหารเป็นเรื่องสำคัญเพราะอำนาจกำลังรบมี 2 อย่าง คือมีตัวตนและไม่มีตัวตน อำนาจการรบที่มีตัวตน เช่น รถถัง เครื่องบิน และทหารที่เรามีทั้งหมด แต่อำนาจที่ไม่มีตัวตนคือขวัญและกำลังใจ ถ้าเราสามารถที่จะให้เขามั่นใจได้ว่าสิ่งใดที่ขาดเราเพิ่มเติมให้ได้รวมถึงการรบต่อเนื่องได้โดยที่งบประมาณไม่อั้นทำเพื่อปกป้องอธิปไตย และนายกรัฐมนตรีได้สั่งการมาว่ามีอะไรให้บอกได้ทุกเรื่อง เพราะรัฐบาลยินดีสนับสนุนเพื่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนรวมถึงผู้ปฏิบัติหน้าที่ทั้งฝ่ายปกครองและฝ่ายทหาร
เมื่อถามว่ามีความกังวลหรือไม่ในส่วนของยุทโธปกรณ์ของทางการจีนที่มีการสนับสนุนฝั่งกัมพูชาเพิ่มมากขึ้น พล.อ.รังษี กล่าวว่า “แล้วคุณคิดว่าจีนไม่สนับสนุนเราหรอ แต่เป็นสิ่งที่เราไม่จำเป็นต้องคุย เพราะอาวุธที่จีนให้เราเหนือกว่ากัมพูชาเยอะ และเชื่อว่าจีนให้ยาพิษกับกัมพูชา ซึ่งเป็นการให้รถถังปะการังเทียมเพราะถ้าแพ้เมื่อไหร่ ฮุน เซน กระเด็นตกเก้าอี้ แต่ฮุน เซน ก็ดิ้นพล่าน เพราะว่าพังทั้งเศรษฐกิจ หน้าที่ของเราคือไล่กระทืบ ฮุน เซน ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปเจีนชื่อว่าจีนและอเมริกาจะขอบคุณเรา“
เมื่อถามว่าขณะที่ กมธ. ความมั่นคงแห่งรัฐ ฯ ลงพื้นที่พบว่ามีทหารและประชาชนกัมพูชามายืนถ่ายภาพคิดว่าในวันนี้จะมีการรายงานเข้าไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือจะมีการโพสต์ลงโซเชียลหรือไม่ พล.อ.รังษี กล่าวว่า ก็ดี ให้รายงานไปว่า กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ ได้เข้ามาในพื้นที่และรู้ความจริงรวมถึงเตรียมให้ประชาชนพร้อมที่จะรับมือหากเกิดการปะทะขึ้น
“ทหารตำรวจหน่วยความมั่นคง พร้อมที่จะขยี้มันรอบหน้า เพราะฉะนั้นไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นมีเพียงแค่ ฮุน เซนจะตกใจกลัว เพราะถ้าเราไม่มั่นใจเราจะไม่มาที่นี่ และถ้าเกิดยังมีพฤติกรรมนิสัยแบบเดิมๆ รอบนี้กองทัพไทยจะสั่งสอนจะให้มันไม่ลืมไปตลอดชีวิต และไม่หมูเหมือนรอบที่ผ่านมา“ พล.อ.รังษี กล่าว
นายมณเฑียร กล่าวว่า ขณะนี้ยังคงมีผู้แทนในพื้นที่ ได้แก่ นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ นางสาวจินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล และนางสาวปทิดา ตันติรัตนานนท์ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ทำหน้าที่ติดตามสถานการณ์และประสานข้อมูลกับฝ่ายรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โดย สส.ในพื้นที่มีการรายงานความคืบหน้าต่อที่ประชุมอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะสถานการณ์บริเวณชายแดน ทั้งด่านช่องจอมและด่านช่องสะงำ เพื่อให้รัฐบาลติดตามสถานการณ์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่
ทั้งนี้ พล.อ.รังษี กล่าวเสริมว่า สส.ในพื้นที่ร่วมลงพื้นที่ครั้งนี้ ต่างมีหน้าที่ดูแลสารทุกข์สุขดิบของประชาชนอยู่แล้ว การทำงานจึงเป็นไปในลักษณะบูรณาการร่วมกัน ทั้งระหว่างคณะกรรมาธิการและ สส.เจ้าของพื้นที่ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ