โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

งดกิจกรรมทางเพศ 7 วัน ช่วยอัปฮอร์โมนชาย จริงไหม? แพทย์เฉลยชัด พร้อมแนะ 3 สิ่งที่ดีกว่า!

sanook.com

เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
เกิดอะไรขึ้นเมื่อผู้ชายพยายามอดกาม?! เปิดผลวิจัยฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน พร้อม 3 กฎเหล็กฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศ

งดกิจกรรมทางเพศ 7 วัน ช่วยอัปฮอร์โมนชายจริงไหม? แพทย์ชี้ชัด: เลิกฝืนแล้วหันมาทำ 3 สิ่งนี้ดีกว่า!

เช็กข่าวชัวร์! แกล้ง "หลั่งช้า/งดกาม" 7 วัน เพิ่มฮอร์โมนเพศชายได้ 145% หรือแค่ข่าวลวง? แพทย์เผยวิธีเพิ่มสมรรถภาพที่ถูกต้อง

ในโลกออนไลน์ปัจจุบันมีการแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับเทคนิคการเพิ่มสมรรถภาพทางเพศและการดูแลสุขภาพบุรุษอย่างกว้างขวาง โดยหนึ่งในประเด็นที่สร้างความฮือฮาและเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักคือ ความเชื่อที่ว่า "หากเพศชายทำการงดเว้นกิจกรรมทางเพศหรือการหลั่งน้ำอสุจิเป็นเวลา 7 วัน จะช่วยกระตุ้นให้ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Testosterone) พุ่งสูงขึ้นถึง 145%" ซึ่งอ้างว่าจะช่วยเพิ่มความเป็นชายและเสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ล่าสุดรายงานข่าวจากสื่อต่างประเทศ ไชน่าไทมส์ (China Times) ได้เปิดเผยบทวิเคราะห์จาก นายแพทย์ หวัง สื่อเหิง (Dr. Wang Siheng) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูฟังก์ชันร่างกาย ได้ออกมาเตือนอย่างตรงไปตรงมาว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนทางการแพทย์ และการฝืนอดกั้นโดยไม่จำเป็นไม่ได้ช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนพื้นฐานของร่างกายในระยะยาว

แพทย์เตือน: อย่าเสียเวลาอดกลั้น ให้โฟกัสสิ่งที่มีงานวิจัยรองรับ

นายแพทย์ หวัง สื่อเหิง ระบุว่า แทนที่เพศชายจะพยายามใช้วิธีฝืนธรรมชาติด้วยการงดเว้นกิจกรรมทางเพศ ควรหันมาให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐานที่มีผลลัพธ์เชิงบวกต่อการสร้างฮอร์โมนอย่างแท้จริง ซึ่งสามารถจำแนกออกเป็น 3 แนวทางปฏิบัติหลักดังนี้:

1. การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ (หัวใจหลักของระบบฮอร์โมน)
กระบวนการหลั่งฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนจะดำเนินไปตามวงจรการนอนหลับ (Circadian Rhythm) พฤติกรรมการนอนดึกเรื้อรังหรือการนอนหลับต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานจะส่งผลให้ระดับฮอร์โมนดิ่งลงอย่างรุนแรง จากข้อมูลทางคลินิกพบว่า เพศชายที่มีสุขภาพแข็งแรงที่นอนหลับเพียง 5 ชั่วโมงต่อคืนติดต่อกันเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ จะมีระดับเทสโทสเตอโรนในเวลากลางวันลดลงถึง 10% ถึง 15% ซึ่งสำหรับวัยรุ่นหรือคนหนุ่มอายุ 20 ปีขึ้นไป การอดนอนเพียงไม่กี่วันสามารถลดระดับฮอร์โมนให้ต่ำลงเทียบเท่ากับผู้สูงอายุได้ทันที นอกจากนี้กลุ่มผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) จำเป็นต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์อย่างเร่งด่วนเนื่องจากเป็นตัวการทำลายการผลิตฮอร์โมน

2. การควบคุมเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
ปริมาณไขมันในร่างกายที่มากเกินไปหรือน้อยเกินไปล้วนส่งผลกระทบต่อระบบต่อมไร้ท่อ โดยในกรณีของผู้ที่มีสภาวะอ้วนหรือมีเปอร์เซ็นต์ไขมันสูง เนื้อเยื่อไขมันจะผลิตเอนไซม์ชนิดหนึ่งที่จะทำหน้าที่เปลี่ยนฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone) ให้กลายเป็นฮอร์โมนเพศหญิง (Estrogen) ส่งผลให้สมรรถภาพทางเพศลดลง ในทางตรงกันข้าม หากร่างกายมีเปอร์เซ็นต์ไขมันต่ำเกินไปจากการหักโหมลดน้ำหนักอย่างสุดโต่ง ร่างกายจะเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงานและสั่งลดการผลิตฮอร์โมนเพศลงเพื่อรักษาชีวิตรอด

3. การออกกำลังกายแบบเสริมสร้างความแข็งแรง (Strength Training)
การออกกำลังกายด้วยแรงต้าน โดยเฉพาะท่าทางที่ต้องใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ เช่น ท่า Squat หรือ Deadlift มีกลไกกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนเพศชายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 1 ถึง 2 ชั่วโมงหลังการฝึกซ้อม แม้ว่าปฏิกิริยานี้จะเกิดขึ้นชั่วคราว แต่ในระยะยาวการมีมวลกล้ามเนื้อที่มากขึ้นและการควบคุมไขมันที่ดีขึ้นจากการเวทเทรนนิ่ง จะช่วยรักษาระดับเทสโทสเตอโรนให้อยู่ในเกณฑ์ที่สมบูรณ์และแข็งแรงอย่างยั่งยืน

ถอดหน้ากากอาหารเสริม: อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาชวนเชื่อ

นอกเหนือจากแนวทางปฏิบัติข้างต้น นายแพทย์หวังยังได้ให้คำเตือนเกี่ยวกับการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อ้างสรรพคุณอัปพลังชายว่า หากร่างกายของผู้บริโภคไม่ได้มีภาวะขาดแร่ธาตุสังกะสี (Zinc) หรือวิตามินดี (Vitamin D) การรับประทานสารสกัดเหล่านั้นเพิ่มเติมไม่ได้ช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนให้สูงขึ้นกว่าเกณฑ์ปรกติแต่อย่างใด

ที่น่ากังวลที่สุดคือ ผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดบางแบรนด์ที่แอบอ้างว่าเป็นสารสกัดธรรมชาติ 100% มักมีการปนเปื้อนของสารเคมีกระตุ้นหลอดเลือดหรือสเตียรอยด์สังเคราะห์โดยไม่แจ้งในฉลาก ซึ่งส่งผลอันตรายต่อระบบความดันโลหิตและหัวใจ บทสรุปทางการแพทย์จึงแนะนำให้ผู้ชายยุคใหม่หันมาปรับพฤติกรรมพื้นฐาน ทั้งการนอน การกิน และการออกกำลังกาย ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ปลอดภัย ทรงประสิทธิภาพ และวิทยาศาสตร์การแพทย์ให้การรับรองสูงสุดในการรักษาความเป็นชายในระยะยาว

แหล่งข้อมูลและเอกสารอ้างอิง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...