กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ทรงติดตามความก้าวหน้าโครงการก่อสร้างตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา
เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2569 เวลา 14.00 น. ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จออก ณ ห้องประชุม ชั้น 11 อาคารอัครราชกุมารี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ พระราชทานพระวโรกาสให้ คุณหญิงจรัสศรี ทีปิรัช รองประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ฝ่ายบริหาร และผู้อำนวยการสำนักองค์ประธาน นำ พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ พลเอก อานุภาพ ศิริมณฑล หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา ผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก พร้อมคณะ เข้าเฝ้า เพื่อถวายรายงานความก้าวหน้าผลการดำเนินโครงการก่อสร้างต่าง ๆ บริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในการกำกับดูแลของกองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) และกองทัพบก (ทบ.) ภายใต้การสนับสนุนด้านงบประมาณจาก “กองทุนหทัยทิพย์” รวมเป็นจำนวนเงิน 121,089,300 บาท อันเป็นภารกิจสำคัญด้านความมั่นคงของชาติ ที่ทั้งสองหน่วยงาน ได้ดำเนินการสนองพระปณิธานฯ เพื่อช่วยเหลือกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ รวมถึงบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยตามแนวชายแดน
ในส่วนของการดำเนินโครงการก่อสร้างด้านต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดนของกองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) มีความก้าวหน้าผลการดำเนินงาน ดังนี้ 1. การก่อสร้างรั้วชายแดน ได้ดำเนินการในพื้นที่ที่มีการกำหนดแนวเขตแดนและปักปันเขตแดนแล้วอย่างชัดเจน โดยกำหนดให้บริเวณหลักเขตที่ 52-54 อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี รวมระยะทางประมาณ 1.310 กิโลเมตร เป็นพื้นที่นำร่องในการสร้างรั้วถาวรระยะแรก ก่อนดำเนินการต่อเนื่องไปจนถึงหลักเขตแดนที่ 59 รวมระยะทางทั้งสิ้น 8.380 กิโลเมตร ปัจจุบันเจาะและติดตั้งเสาเข็มคอนกรีตอัดแรงเสร็จเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการติดตั้งเสา แผ่นกำแพงรั้ว ช่องตะแกรงเหล็ก และลวดหนามหีบเพลง โดยมีความคืบหน้าในภาพรวมประมาณร้อยละ 62 และจะดำเนินการแล้วเสร็จทั้งหมดภายในเดือนกรกฎาคม 2569 2. การก่อสร้างถนนตรวจการณ์เลียบแนวรั้วชายแดน เพื่อใช้สนับสนุนภารกิจลาดตระเวนและดูแลรักษาความปลอดภัยตลอดแนวชายแดน โดยได้ดำเนินการก่อสร้างเส้นทางลำเลียงวัสดุและเครื่องจักรจากฐานปฏิบัติการที่ 6 เข้าสู่หลักเขตแดนที่ 52 ระยะทาง 1.230 กิโลเมตร เสร็จเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการก่อสร้างถนนตรวจการณ์จากหลักเขตแดนที่ 52-59 ระยะทาง 8.380 กิโลเมตร ปัจจุบันดำเนินการก่อสร้างได้ระยะทาง 1.940 กิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 23.15 คงเหลือ 6.44 กิโลเมตร 3. การจัดสร้างบังเกอร์หลุมบุคคล โดยดำเนินการสนับสนุนให้แก่กองกำลังป้องกันชายแดน รวมจำนวน 100 แห่ง ปัจจุบันดำเนินการแจกจ่ายและติดตั้งแล้วเสร็จทั้งหมด
4. การก่อสร้างหลุมหลบภัยสำหรับประชาชน ขนาดความจุ 40 และ 60 คน รวมจำนวน 40 แห่ง โดยได้รับการออกแบบและก่อสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูง และดำเนินการติดตั้งในพื้นที่เป้าหมายสำคัญ ได้แก่ โรงเรียน วัด และชุมชน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวกรวดเร็วในกรณีเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ปัจจุบันดำเนินการติดตั้งแล้วเสร็จ จำนวน 31 แห่ง และขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายในเดือนกรกฎาคม 2569
นอกจากนี้ กองทัพบก (ทบ.) โดยโครงการสนับสนุน “กองทุนหทัยทิพย์” กองทัพบก มีความก้าวหน้าในการดำเนินงานก่อสร้างด้านต่าง ๆ ดังนี้ 1. การก่อสร้างบังเกอร์ (ประเภทหลุมบุคคลคู่) ภายในฐานปฏิบัติการของหน่วยทหาร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน โดยกำหนดเป้าหมายการก่อสร้างรวมจำนวน 328 แห่ง ปัจจุบันดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ตามเป้าหมายที่กำหนด 2. การก่อสร้างหลุมหลบภัยสำหรับประชาชน ขนาดความจุ 40 คน เพื่อใช้เป็นที่พักพิงในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินหรือเหตุภัยพิบัติในพื้นที่เสี่ยง ปัจจุบันได้ดำเนินการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วทั้งหมด
ทั้งนี้ สิ่งก่อสร้างดังกล่าวที่ทั้ง 2 หน่วยงานได้น้อมนำพระนโยบายมาสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ล้วนมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยสามารถช่วยปกป้องคุ้มภัยชีวิตของประชาชนและกำลังพลแนวหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพขณะเกิดเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดนเมื่อครั้งที่ผ่านมา นับเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ทรงห่วงใยในความทุกข์ยากของประชาชนให้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขอยู่เสมอ
โอกาสนี้ ทรงมีพระดำรัสพระราชทานแก่คณะผู้มาเข้าเฝ้า ความตอนหนึ่งว่า “…อยากเห็นความมั่นคงของทหารและการที่ทหารสามารถปกป้องแผ่นดินไทย แล้วก็สามารถดูแลประชาชนชาวไทย…มีอะไรต่อก็จะช่วยทำต่อไป……กองทุนหทัยทิพย์ ใครจะมาช่วยก็เชิญช่วยได้ ช่วยกองทุนทหัยทิพย์ก็เหมือนช่วยประชาชนคนไทย ช่วยทหารที่กำลังปฏิบัติงานป้องกันประเทศไทย…”
จากพระเมตตาสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม การขับเคลื่อนโครงการก่อสร้างสิ่งป้องกันภัยต่าง ๆ ผ่าน “กองทุนหทัยทิพย์” จะเกิดผลสำเร็จได้ด้วยพลังแห่งความร่วมมือของประชาชนทุกภาคส่วนที่ร่วมกันปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของชาติ ผู้ประสงค์ร่วมสมทบทุนสามารถบริจาคผ่าน ธนาคารกรุงเทพ สาขาหลักสี่พลาซ่า ชื่อบัญชี เงินกองทุนหทัยทิพย์ ประเภทบัญชีกระแสรายวัน เลขที่บัญชี 229-3-03266-6 และประเภทบัญชีสะสมทรัพย์ เลขที่บัญชี 229-4-29977-7 หรือสแกน QR Code ผ่านระบบ e-Donation ทั้งนี้ เงินบริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ได้ที่ Facebook Fanpage : กองทุนหทัยทิพย์ LINE Official @hataitipfund หรือ สำนักงานกองทุนหทัยทิพย์ ชั้น 1 อาคารอเนกประสงค์ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ โทร. 0-2553-8616-19 ในวันและเวลาทำการ