“ยุโรป” ส่งสัญญาณพร้อมส่งกำลังทหารเปิดฮอร์มุซ หลังดีลสหรัฐ-อิหร่านคืบหน้า
"ยุโรป" ประกาศความพร้อมส่งกำลังทหารและยุทโธปกรณ์เข้าร่วมภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิดและคุ้มครองการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ หลังดีลสหรัฐ-อิหร่านคืบหน้า
วันที่ 15 มิถุนายน 2569 เวลา 15.44 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ผู้นำยุโรปส่งสัญญาณพร้อมส่งกำลังทหารเข้าร่วมภารกิจเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หลังสหรัฐฯ และอิหร่านประกาศบรรลุข้อตกลงสันติภาพเบื้องต้น โดยมีเป้าหมายเก็บกู้ทุ่นระเบิดและฟื้นฟูการเดินเรือเชิงพาณิชย์ในเส้นทางพลังงานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร เปิดเผยว่า อังกฤษพร้อมมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในภารกิจทางทะเลเพื่อเก็บกู้ทุ่นระเบิดและสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้กับเรือพาณิชย์ที่สัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
สตาร์เมอร์และประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส เป็นแกนนำในการรวบรวมชาติพันธมิตรตะวันตกเพื่อเตรียมแผนรองรับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยมีมากกว่า 15 ประเทศที่แสดงความพร้อมสนับสนุนทั้งกำลังพลและยุทโธปกรณ์
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ผู้นำยุโรปจะหารือรายละเอียดของภารกิจดังกล่าวในการประชุม G7 ที่ฝรั่งเศสสัปดาห์นี้ เพื่อกำหนดกรอบปฏิบัติการ รวมถึงขอความเห็นชอบจากอิหร่านและประเทศที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ยุโรปมีแผนขอการสนับสนุนจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อภารกิจดังกล่าวด้วย
จอร์เจีย เมโลนี นายกรัฐมนตรีอิตาลี กล่าวว่า อิตาลีพร้อมเข้าร่วมภารกิจทางทะเลระหว่างประเทศ หากได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา แต่มีเงื่อนไขว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในเลบานอนจะต้องยุติลงด้วย
ก่อนหน้านี้ Bloomberg รายงานว่า การส่งกำลังทางทหารเข้าสู่พื้นที่จะยังไม่เกิดขึ้นจนกว่าจะมีข้อตกลงสันติภาพฉบับสมบูรณ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งรับรองเสรีภาพในการเดินเรือเชิงพาณิชย์และสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับปฏิบัติการทางทหาร
หลายประเทศในยุโรปได้เริ่มเตรียมกำลังล่วงหน้าแล้ว โดยสหราชอาณาจักรส่งเรือ RFA Lyme Bay ซึ่งติดตั้งระบบค้นหาและเก็บกู้ทุ่นระเบิดอัตโนมัติ เข้าร่วมการฝึกซ้อมในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก ขณะที่ฝรั่งเศสได้ส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน Charles de Gaulle เข้าใกล้พื้นที่แล้ว
ด้านเยอรมนีได้เตรียมหน่วยเรือหลายลำในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตั้งแต่เดือนเมษายน และพร้อมส่งเรือกวาดทุ่นระเบิด Fulda เข้าพื้นที่ทันทีหากมีข้อตกลงระหว่างประเทศรองรับ ส่วนอิตาลีก็ส่งสัญญาณพร้อมสนับสนุนกำลังทางเรือเช่นกัน
สตาร์เมอร์ยอมรับว่า ยังไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าภารกิจจะประสบความสำเร็จ แต่ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญที่อาจนำไปสู่สันติภาพระยะยาวในภูมิภาค
ผู้นำยุโรปมองว่าภารกิจดังกล่าวจะช่วยแสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนสหรัฐฯ หลังทรัมป์เคยวิจารณ์พันธมิตรว่าไม่ได้มีบทบาทมากพอในช่วงสงครามอิหร่าน อีกทั้งยังเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถูกปิดมาตั้งแต่เริ่มสงครามและสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างหนัก
อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าทรัมป์จะสนับสนุนแผนเก็บกู้ทุ่นระเบิดของยุโรปหรือไม่ โดยก่อนหน้านี้เขาเคยระบุว่ากองทัพสหรัฐได้กำจัดทุ่นระเบิดส่วนใหญ่ไปแล้ว แม้ว่ามาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐจะยอมรับว่าพื้นที่บางส่วนของช่องแคบยังคงมีทุ่นระเบิดอยู่ก็ตาม
ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ยุโรปได้หารือกับสหรัฐอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับแผนฟื้นฟูการเดินเรือหลังสงคราม โดยชี้ว่าระบบเก็บกู้ทุ่นระเบิดอัตโนมัติของยุโรปสามารถช่วยเสริมขีดความสามารถของสหรัฐได้ ขณะที่อังกฤษและฝรั่งเศสยังพร้อมเปิดช่องทางสื่อสารโดยตรงกับอิหร่านเพื่อประสานงานด้านปฏิบัติการในอนาคต
อ้างอิง : bloomberg.com