สุชาติ ลั่นไม่กลัว ล่าจิ๊กโก๋ปลายซอย ฮึ่มดำเนินการถึงที่สุด นายทุนภูเก็ตรุกหาด
สุชาติ ลั่นไม่กลัว พร้อมล่าจิ๊กโก๋ปลายซอย หลังนายทุนภูเก็ตรุกหาด ดึงเชงฟ้องศาลปกครอง ฮึ่ม ดำเนินการให้ถึงที่สุด ขู่ ประเทศไทยสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง
เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 14 ก.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการแก้ไขรุกล้ำพื้นที่ชายหาดใน จ.ภูเก็ต ว่า เรื่องนี้แยกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก เกี่ยวข้องกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กลุ่มที่สอง คือ กรมป่าไม้ ที่ดำเนินการจัดการแก้ไขปัญหาบริเวณชายหาด เช่น หาดนุ้ย หาดฟรีด้อม
กรมอุทยานฯได้ขออนุญาตเข้าไปติดป้ายที่บริเวณ 2 โรงแรมขนาดใหญ่ ต้องขอขอบคุณเจ้าของกิจการที่เข้าใจ เพราะเขาได้สู้คดีจนล่วงเลยมาสิบกว่าปีแล้ว จึงต้องยอมรับสภาพ ซึ่งได้ให้เวลารื้อถอน 1 เดือน หากเขาไม่รื้อ เราต้องเข้าไปรื้อตามกฎหมาย แม้รู้สึกเสียดาย แต่ศาลให้รื้อก็ต้องรื้อ กฎหมายกรมอุทยานฯนั้น รุนแรงกว่ากฎหมายของกรมป่าไม้ กฎหมายอุทยานฯเข้าบุกรื้อได้เลย
นายสุชาติ กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ยังมีปัญหาอยู่ในเรื่องของการแก้ไขปัญหาชายหาด เป็นกลุ่มที่ครอบครองกันมายาวนานและมีรายได้จากการเก็บค่าเข้าหาด วันหนึ่งมีรายได้เป็นหลักแสน มันเป็นเรื่องผลประโยชน์ของเขา แต่เรื่องนี้ไม่มีนายทุนที่จะยิ่งใหญ่กว่ากฎหมายที่ถูกต้อง ยืนยันจะต้องเอาคืน เขาก็สู้ตามกระบวนการเขาไป เราก็ตั้งหลักสู้ในสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย
ตนโชคดีที่มีอธิบดีกรมอุทยานฯ อธิบดีกรมป่าไม้ที่ใจสู้ พอลุยก็ต้องลุยด้วยกัน เรื่องนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากข้าราชการทุกคน ซึ่ง จ.ภูเก็ต เราได้มีการปรับเปลี่ยนหัวหน้าส่วนราชการออกไป 2 หน่วย หากเขาอยู่แล้วเกิดความไม่สบายใจ หรือเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยเขาสามารถขอย้ายได้
“กรณีของกรมป่าไม้ เอกชนไม่ยอม เขาสู้แต่ไม่เป็นไร สุดท้ายแล้วคนที่ทำผิดกฎหมาย เรารู้อยู่แล้วว่า ผิดกฎหมาย แล้วจะมาสู้กันแบบเห็นแก่ตัวหรือ เอาที่หลวงเป็นของตัวเอง อย่างนั้นไม่ได้”นายสุชาติ ระบุ
นายสุชาติ เปิดเผยว่า ในส่วนเอกชนที่ต่อสู้นั้น เท่าที่ตนได้รับข่าวมา เขายื่นศาลปกครองเพื่อให้ความคุ้มครอง แต่เรามีหลักฐานทั้งหมดอยู่แล้ว เบิกความสู้กันไป ส่วนจะทำให้กระบวนการยึดคืนกลับมาช้าลงหรือไม่นั้น ศาลปกครองจะพิจารณาด้วยหลักฐาน ที่ผ่านมาเคยดำเนินคดีติดคุกไปแล้ว ตั้งแต่ปี 61, 62, 67 ทุกอย่างสิ่งทุกอย่างศาลได้ตัดสินไปแล้ว ที่ดินมันเป็นที่ดิน น.ส.3 ที่ถอดถอนไปแล้ว ฉะนั้น มันคือ ที่ป่า
ผู้สื่อข่าวถามว่ามั่นใจว่าจะจัดการปัญหาทั้งสองส่วนได้เรียบร้อยใช่หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ขอให้สื่อคอยดูตอนจบ ถ้าพูดกันดีๆ และยอมรับกันดีๆ ว่าพลาดไปแล้ว มันมีคนอยู่หลายประเภท ประเภทที่ซื้อที่ดินโดยไม่รู้ว่า ซื้อของผิด เราก็เข้าใจ เขาต้องแก้ปัญหาโดยการยอมรับความเป็นจริง แต่อีกกลุ่มรู้ทั้งรู้ว่า ผิด แต่จะเอา อย่างนี้คนดื้อ ตอนจบก็ต้องดำเนินการถึงที่สุด ทุกสิ่งทุกอย่างเตรียมไว้หมดแล้วทุกขั้นตอน แต่ไม่อยากจะบอก
เมื่อถามว่าผู้กระทำผิดส่วนใหญ่เป็นข้าราชการ หรือผู้มีอิทธิพล นายสุชาติ กล่าวว่า บางหาดคนที่ทำตัวตนไม่เท่าไหร่ ก็เหมือนจิ๊กโก๋กลางซอย ถ้าแน่จริงต้องมีจิ๊กโก๋ปลายซอยค้ำยันอยู่ เราต้องหาตัวให้เจอทั้งหมด ตอนนี้เจอกลางซอยแล้ว เดี๋ยวเจอปลายซอย
ส่วนที่เอกชนร้องศาลปกครอง ทำให้เอกชนยังเก็บค่าเข้าหาดได้อยู่ นายสุชาติ กล่าวว่า เราไปติดป้ายรื้อ จะครบกำหนดวันที่ 18 ก.ค.69 เขาก็ไปร้องศาลเพื่อยื้อเวลา เราต้องรอดูศาลไต่สวน ซึ่งเรามีหลักฐานและข้อมูลการตัดสินในอดีตมาหมดแล้ว เขาเก็บมาสิบกว่าปี รออีก 4-5 วันจะเป็นอะไร
ยืนยันพวกตนทำเต็มที่ เขาฟ้องเรา เราก็ต้องสู้ตามความเป็นจริง ถ้ามัวแต่กลัวแล้วใครจะทำ ตนปล่อยไปแล้วใครจะทำ ตนบอกกับข้าราชการทุกคนว่า ถ้าเรายืนอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง ถ้าทวงแผ่นดินของกรมอุทยานฯ กรมป่าไม้ คืนให้กับประเทศชาติ ไม่กลัว เพราะเราอยู่บนพื้นฐาน ไม่ได้เอามาเป็นของเรา เอามาเป็นของประชาชน เอากลับคืนสู่ธรรมชาติ
สิ่งต่างๆ เหล่านี้ทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ และเชื่อว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง ประเทศไทย พระสยามเทวาธิราชมีจริง ตนเอาจริง คอยดูแล้วกัน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สุชาติ ลั่นไม่กลัว ล่าจิ๊กโก๋ปลายซอย ฮึ่มดำเนินการถึงที่สุด นายทุนภูเก็ตรุกหาด
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th