โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลุ้นนัดหน้าชี้ชะตา! "อดีตกมธ. ICT" บุกสภาฯยื่นหลักฐานมัด “ประธาน กสทช.” ขัดคุณสมบัติ ยันหากผิดจริงมีผลย้อนหลัง

สยามรัฐ

อัพเดต 41 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

“อดีตคณะกรรมาธิการ ICT” วุฒิสภา ตบเท้าเข้าให้ข้อมูลคณะกรรมการสรรหา กสทช. ยืนยันผลสอบ "นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์" ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามชัดเจน แย้มปมยืดเยื้อปีกว่าเพราะสับสนผู้มีอำนาจตัดสิน ล่าสุดกฤษฎีกา-ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดเป็นหน้าที่ "กรรมการสรรหาฯ" คาดลงมตินัดหน้า หากชี้ผิดมีผลย้อนหลังตั้งแต่ก่อนโปรดเกล้าฯ

วันที่ 26 มิ.ย.2569 เวลา 11.15 น.ที่รัฐสภา พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะอดีตประธานคณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม (กมธ. ICT) วุฒิสภาชุดที่ผ่านมา พร้อมด้วย นายประพันธ์ คูณมี, นายนิพนธ์ นาคสมภพ และนางกอบกุล อาภากร ณ อยุธยา ร่วมกันแถลงข่าวหลังเข้าให้ถ้อยคำและยืนยันข้อเท็จจริงต่อคณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) การเข้าให้ข้อมูลในครั้งนี้ เป็นกรณีปัญหาการขาดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม รวมถึงการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช.

พล.อ.อนันตพร เปิดเผยว่า คณะกรรมการสรรหาฯ ได้เชิญอดีต กมธ. ICT วุฒิสภา มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลการสอบหาข้อเท็จจริง หลังมีผู้ร้องเรียนว่าประธาน กสทช. มีคุณสมบัติไม่ครบถ้วน ซึ่งในฐานะผู้ตรวจสอบเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น จึงมายืนยันข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อให้คณะกรรมการสรรหาฯ ใช้ประกอบการพิจารณาและตัดสินใจ

ด้าน นายประพันธ์ คูณมี กล่าวเสริมถึงที่มาของเรื่องนี้ว่า นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภาในขณะนั้น ได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นายภูมิสิทธิ์ (ผู้ร้องเรียน) ที่ระบุว่า ประธาน กสทช. มีคุณสมบัติขัดต่อกฎหมายและมีลักษณะต้องห้าม จึงได้มอบหมายให้ กมธ. ICT ดำเนินการตรวจสอบ

"กมธ. ได้ประชุมร่วมกันถึง 16 ครั้ง และทำรายงานสรุปชัดเจนว่ามีคุณลักษณะที่ขัดต่อกฎหมายจริง โดยรวบรวมหลักฐานอย่างละเอียด ทั้งเอกสารจากมหาวิทยาลัยมหิดล, เอกสารภาษี (ด.ส.40) จากสำนักงานสรรพากร, เอกสารจากธนาคารกรุงเทพ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนต่างยืนยันตรงกันว่าข้อเท็จจริงเป็นไปตามคำกล่าวหา" นายประพันธ์ กล่าว

เมื่อถามถึงสาเหตุที่ปัญหานี้ล่วงเลยและล่าช้ามานานนับปี พล.อ.อนันตพร กล่าวว่า ในช่วงเวลานั้นไม่มีความชัดเจนในข้อกฎหมายว่าอำนาจในการตัดสินชี้ขาดเป็นของใคร ระหว่างสมาชิกวุฒิสภา, คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือศาลรัฐธรรมนูญ จนเกิดการตีความไปต่างๆ นานา อย่างไรก็ตาม ล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและศาลรัฐธรรมนูญได้มีการตีความออกมาอย่างเป็นทางการแล้วว่า อำนาจหน้าที่ในการวินิจฉัยเรื่องนี้เป็นของ "คณะกรรมการสรรหา กสทช." จึงทำให้กระบวนการสามารถเดินหน้าต่อได้ในปัจจุบัน

เมื่อถามว่าหากผลการวินิจฉัยชี้ว่าขาดคุณสมบัติจริง จะมีผลย้อนหลังต่อการปฏิบัติหน้าที่ที่ผ่านมาหรือไม่นั้น พล.อ.อนันตพร กล่าวว่า กฎหมายเขียนไว้ชัดเจนว่าให้มีผลตั้งแต่วันที่ขาดคุณสมบัติ ซึ่งขึ้นอยู่กับคณะกรรมการสรรหาฯ ว่าจะชี้ว่าเป็นวันใด

ขณะที่ นายประพันธ์ ได้ขยายความในแง่กฎหมายว่า ตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาฯ ถือเป็นที่สุด และในคำวินิจฉัยของกฤษฎีการะบุว่า กรณีนี้เป็นเหตุที่เกิดขึ้นก่อนที่จะมีการนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าโปรดเกล้าฯ ดังนั้น ผลทางกฎหมายจึงต้องย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่เหตุแห่งการขาดคุณสมบัติตั้งแต่แรกเริ่ม

พล.อ.อนันตกร กล่าวทิ้งท้ายถึงกรอบเวลาว่า ในส่วนของ กมธ. ได้ส่งมอบข้อเท็จจริงและหลักฐานทุกอย่างครบถ้วนหมดแล้ว หลังจากนี้ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการสรรหาฯ ว่าจะต้องใช้เวลาอ่านทบทวนเอกสารอีกหรือไม่ แต่เชื่อมั่นว่ากระบวนการน่าจะลงมติชี้ขาดได้ในการประชุมอีกไม่เกิน 1 ครั้งหลังจากนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...