เปิดเทอมเมืองไทย พ่อแม่ 'เก๊กซิม' ต้องเข้าโรงจำนำ เปิดเทอมในอเมริกา พ่อแม่ยิ้มร่า ไม่ต้องจ่ายอะไรเลย
บทความพิเศษ | มงคล วัชรางค์กุล
เปิดเทอมเมืองไทย
พ่อแม่ ‘เก๊กซิม’ ต้องเข้าโรงจำนำ
เปิดเทอมในอเมริกา
พ่อแม่ยิ้มร่า ไม่ต้องจ่ายอะไรเลย
วันเปิดเทอมเมืองไทย 17 พฤษภาคม เวียนมาถึงอีกครั้ง
เป็นวันที่บรรดาพ่อแม่ทั้งหลายเกิดความ “เก๊กซิม” กลุ้มใจ ต้องหาเงินมาจ่ายให้ลูกหลาน เป็นค่าเทอม ค่าเสื้อผ้า เครื่องแบบ รวมทั้งชุดกีฬา ชุดลูกเสือ ชุดเนตรนารี รองเท้า กระเป๋า ไปจนถึงค่าหนังสือเรียน ตำรับ ตำรา
นอกจากค่าเทอมแล้ว ยังต้องมีค่ากวดวิชาอีก (เด็กไทยขยันเรียนกันจริง) อัดวิชากันหน้าดำหน้าแดง
พ่อแม่จำนวนหนึ่ง (เข้าใจว่าจะเป็นส่วนมาก) หาเงินมาจ่ายค่าเล่าเรียนให้ลูกไม่ทัน ต้องหันไปพึ่งบริการโรงรับจำนำ เอาข้าวของไป “ตึ๊ง” เอาเงินมาจ่ายค่าเทอมให้ลูกหลาน
สถิติทางการบอกว่า โรงรับจำนำในช่วงเปิดเทอม (พฤษภาคม – มิถุนายน) มียอดผู้มาใช้บริการเพิ่มขึ้นประมาณ 21% เมื่อเทียบกับช่วงปกติ และมียอดสินเชื่อเพิ่มขึ้น 20% สินทรัพย์ยอดฮิตที่จำนำมากที่สุดคือ ทองคำ ยอดพุ่ง 65% (เดลินิวส์ 8 พฤษภาคม 2026)
น่าเห็นใจพ่อแม่คนไทยที่ต้องเข้าโรงจำนำหาเงินจ่ายค่าเทอมให้ลูกช่วงเปิดเทอม
เปรียบเทียบกับการเปิดเทอมในอเมริกา พ่อแม่ยิ้มร่า ไม่มีรายจ่ายอะไร
Back to School ช่วงโรงเรียนเปิดเทอมในอเมริกา จะอยู่ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม – ต้นเดือนกันยายน ขึ้นอยู่กับแต่ละรัฐจะเปิดเรียนไม่ตรงกัน ส่วนใหญ่จะเปิดกลางเดือนสิงหาคม
โรงเรียนในอเมริกาไม่ต้องมีชุดเครื่องแบบ ดังนั้น พ่อแม่จึงให้ลูกแต่งชุดไปเที่ยวที่มีอยู่แล้วชุดสองชุดไปโรงเรียน ไม่ต้องซื้อชุดใหม่
หนังสือ ตำรับตำราไม่ต้องซื้อใหม่ โรงเรียนจะมีตำราเรียนของปีใหม่มัดไว้ให้เป็นชุดเลย เป็นตำราที่รุ่นพี่ใช้ในปีที่แล้ว ส่งมอบกันรุ่นสู่รุ่น ในอเมริกาไม่มีตำราเรียนแบบทำแบบฝึกหัดในเล่มส่งครู พอสิ้นปีแล้วโอนทิ้ง พี่ส่งให้น้องใช้เรียนต่อไม่ได้ เหมือนทำกันในเมืองไทย
หนังสือตำราเรียนในอเมริกามีกฎเหล็กว่า ให้ใช้อ่านประกอบการเรียนอย่างเดียว “ห้ามขีดเส้นใต้ หรือเขียนโน้ตย่อกำกับ” เพื่อให้ตำราเล่มนั้นใช้ส่งต่อให้รุ่นต่อไปได้
เด็กนักเรียนต้องจดทำโน้ตย่อแต่ละวิชาในสมุด นั่นคือค่าใช้จ่ายตัวเดียวของพ่อแม่ที่ต้องลงทุนซื้อสมุด ปากกา ดินสอเพื่อจดโน้ตย่อให้ลูก
พึงสังเกตว่า อเมริกาเป็นประเทศร่ำรวย แต่ตำรับตำราเรียนก็ยังใช้ส่งต่อกันรุ่นต่อรุ่น ไม่มีการเปลี่ยนแปลงตำราเรียนบ่อยครั้ง
ในขณะที่ประเทศไทย ใช้ตำราเรียนแบบทำแบบฝึกหัดในเล่ม สิ้นปีโยนทิ้ง ใช้ของเก่าเป็นแบบเรียนอีกไม่ได้
วิธีการแบบในเมืองไทย สร้างความร่ำรวยให้สำนักพิมพ์ที่ผลิตตำราเรียนอย่างมหาศาลบนคราบน้ำตาของคนเป็นพ่อแม่
การเรียนแบบต้องทำโน้ตย่อทำให้เด็กต้องตั้งใจเรียน รู้จักจับใจความ สรุปข้อมูลด้วยตัวเอง ช่วยให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความมั่นใจตัวเอง รู้จักสรุปปัญหาและแก้ไขได้ด้วยดี
การเรียนในอเมริกาเริ่มที่เกรด 1 เรียกว่า Primary School พอถึงเกรด 7 ก็จะเป็น Junior High School พอถึงเกรด 10 เรียกว่า Senior High school ไปจบหลักสูตรที่เกรด 12
การเรียนเน้นทุกวิชา แต่ที่ทุ่มเทสอนกันมากคือประวัติศาสตร์ชาติอเมริกา ถึงแม้จะเป็นชาติเกิดใหม่ อายุแค่ 250 ปี เด็กต้องเรียนรู้อย่างละเอียดเพื่อความภาคภูมิใจในชาติสหรัฐอเมริกาและความเป็นอเมริกันชน
ช่างแตกต่างกันเหลือเกินกับเมืองไทยที่มีประวัติศาสตร์ชาติหลายร้อยปี แต่ยกเลิกการเรียนประวัติศาสตร์ไทยในโรงเรียน
แล้วจะสร้างเด็กไทยที่มีความภาคภูมิใจในความเป็นไทยได้อย่างไร
ในการเรียนแต่ละเกรด นอกจากเด็กต้องทำโน้ตย่อแล้ว ยังต้องหัดเขียนเรียงความเรื่องราวต่างๆ ในเกรดต้นๆ ครูจะให้หัวข้อ ขึ้นย่อหน้าให้แต่ละย่อหน้าว่าจะเขียนอย่างไร จนถึงหัวข้อสรุปท้ายเรื่อง ในเกรดกลางๆ ครูจะให้หัวข้อ ไกด์ไลน์บางหัวข้อ พอถึงเกรด Senior High School ครูจะให้แค่หัวข้ออย่างเดียว เด็กต้องเขียนออกมาเอง
ทุกปีจะมีการประกวดเรียงความของเด็กแต่ละเกรดจากทุกโรงเรียนในเมือง เด็กที่ชนะประกวดแต่ละเกรดจะได้ใบประกาศเกียรติคุณจากนายกเทศมนตรี พ่อแม่ ครูโรงเรียนที่สอนก็ได้หน้า
มาถึงบรรทัดนี้ คงมีคำถามว่าในเมื่อการเรียนการสอนในอเมริกา 12 ปีนั้นฟรีหมด แล้วโรงเรียนเอาเงินจากไหนมาดำเนินการ
คำตอบคือ เงินดำเนินการมาจากเงินภาษีที่ดินบำรุงท้องที่ เงินก้อนนี้จะโอนเข้าสู่การศึกษาทั้งหมด
ยกตัวอย่างเช่น บ้านผมที่เมืองเรดดิ้ง รัฐเพนซิลเวเนีย มีขนาด 0.51 เอเคอร์ เสียภาษีบำรุงท้องที่ปีละ $12,000 (387,600 บาท ที่ $1= 32.30 บาท ) แบ่งจ่ายปีละ 2 งวด เงินทั้งหมดเข้าบำรุงการศึกษาอย่างเดียว ไม่สำคัญว่า คุณจะมีลูกที่กำลังเรียนในโรงเรียนแถบนี้หรือไม่
ความสำคัญมีอย่างเดียวคือ คุณเป็นเจ้าของที่ดิน มีฐานะ ต้องรับผิดชอบการศึกษาให้ชุมชน
ทุกรัฐใช้กฎหมายทำนองเดียวกัน แต่อัตราการเก็บภาษีที่ดินเพื่อการศึกษาอาจจะแตกต่างกันบ้าง
เงินกองทุนนี้นอกจากใช้บริหารโรงเรียน จ้างครู ซื้อตำรับตำราแล้ว ยังเป็นค่าใช้จ่ายรถโรงเรียนสีเหลืองที่ใช้รับเด็กจากบ้านมาโรงเรียน แล้วส่งกลับตอนบ่ายทุกวัน นอกจากนี้ยังใช้เป็นค่าอาหารกลางวันให้เด็กยากไร้
ในบางรัฐ เช่น รัฐมินนิโซตา เงินกองทุนยังครอบคลุมถึงอาหารเช้าให้เด็กทุกโรงเรียนในรัฐ
ครูใหญ่ของแต่ละโรงเรียนมาจากการเลือกตั้งในท้องถิ่น ไม่ใช่มาจากการแต่งตั้งของใคร
กล่าวโดยสรุป โรงเรียนไฮสกูลในอเมริกานอกจากเรียนฟรีแล้ว ยังสร้างนักดนตรีและนักกีฬามีชื่อให้อเมริกา เพราะระหว่างเรียน เด็กจะได้รับโอกาสให้เลือกเรียนดนตรีหรือเล่นกีฬาอย่างใดอย่างหนึ่ง
ทีมฮอกกี้ ทีมฟุตบอล ทีมบาสเกตบอล ทีมวอลเลย์บอล ทีมเทนนิส ฯลฯ ของอเมริกาจึงมีตัวเลือกมาตั้งแต่ระดับไฮสกูลจนถึงทีมมหาวิทยาลัย ช่วยให้ทีมกีฬาอเมริกาแข็งแกร่ง
ท้ายที่สุด ก่อนจบไฮสกูล เด็กทุกคนจะต้องผ่านการรับใช้สังคม การเสียสละเพื่อส่วนรวมมามีผลในการจบการศึกษา
ตอนที่ผมให้คีโมที่โรงพยาบาล Penn State Health St. Joseph’s Reading มีเด็กสาวจากไฮสกูลมา Volunteer ในห้องให้คีโม
เด็กไฮสกูลอเมริกันจะจบออกมาพร้อมกับจิตใจอาสาสมัครเพื่อสาธารณะตลอดไป สร้างประชาชนอเมริกันที่มีคุณภาพสูงสุดให้ประเทศ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดเทอมเมืองไทย พ่อแม่ ‘เก๊กซิม’ ต้องเข้าโรงจำนำ เปิดเทอมในอเมริกา พ่อแม่ยิ้มร่า ไม่ต้องจ่ายอะไรเลย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly