โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ครึ่งหลังปี'69 ค่าบาทยังไม่นิ่ง ttb analytics ชี้ปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน

The Better

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • THE BETTER
ttb analytics ประเมินค่าเงินบาทช่วงครึ่งหลังปี 2569 ยังเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่า แม้ความตึงเครียดตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย แต่ราคาพลังงานที่ยังอยู่ระดับสูง และความไม่แน่นอนของนโยบายดอกเบี้ยโลก

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี (ttb analytics) ประเมินทิศทางค่าเงินบาทในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ยังมีความเสี่ยงอ่อนค่า แม้สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย แต่ราคาพลังงานที่ยังทรงตัวในระดับสูงยังคงกดดันดุลบัญชีเดินสะพัดของไทย ขณะเดียวกันแนวโน้มการสิ้นสุดวัฏจักรดอกเบี้ยขาลงของธนาคารกลางหลายประเทศ และความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินโลก ยังเป็นปัจจัยจำกัดแรงหนุนต่อราคาทองคำ ซึ่งเคยเป็นแรงสำคัญต่อการแข็งค่าของเงินบาทในช่วง 1–2 ปีที่ผ่านมา

ในช่วงที่ผ่านมา ตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเผชิญความผันผวนสูงจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลให้เงินสกุลหลักและสกุลภูมิภาคเคลื่อนไหวตามกระแสข่าวเป็นหลัก ขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยและสถานะ “Petrodollar”

เงินบาทอ่อนค่าลงราว 3.5% ตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 จากระดับ 31.08 บาทต่อดอลลาร์ ไปอยู่ที่ 32.21 บาท ณ วันที่ 8 พฤษภาคม และเคยแตะระดับอ่อนค่าสุดที่ 33.00 บาท เมื่อวันที่ 23 มีนาคม โดยปัจจัยสำคัญมาจากไทยมีการนำเข้าพลังงานในสัดส่วนสูง รวมถึงฤดูกาลจ่ายเงินปันผลในไตรมาส 2 ที่มักกดดันค่าเงินบาทให้ผันผวนในเชิงอ่อนค่า

อย่างไรก็ตาม ttb analytics มองว่าแรงอ่อนค่าของเงินบาทเริ่มมีแนวโน้มชะลอลง หลังตลาดเริ่มคลายความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ และกลับเข้าสู่ภาวะเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น ส่งผลให้เงินบาทซึ่งเป็นสกุลเงินที่มีความผันผวนสูง (High Beta Currency) มีโอกาสกลับมาแข็งค่าในระยะสั้น โดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลังของปีที่โดยปกติเงินบาทมักแข็งค่ามากขึ้นช่วงปลายปี

แม้เช่นนั้น ความเสี่ยงด้านอ่อนค่ายังคงอยู่จาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ผลกระทบของราคาพลังงานต่อดุลบัญชีเดินสะพัด และความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินโลก

ด้านดุลบัญชีเดินสะพัด ttb analytics ระบุว่า ไทยมีความเปราะบางต่อราคาพลังงานโลก โดยเฉพาะผลกระทบจากความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงานในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจกระทบทั้งดุลการค้าและดุลบริการ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่พึ่งพานักท่องเที่ยวจากยุโรปและตะวันออกกลาง ซึ่งมีสัดส่วนรวมราว 27% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด และมีแนวโน้มใช้จ่ายต่อหัวสูง นอกจากนี้ ต้นทุนการขนส่งและโลจิสติกส์ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากราคาพลังงาน

ขณะเดียวกัน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ปรับลดเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2569 ลงจาก 36.7 ล้านคน เหลือราว 30.07–33.20 ล้านคน สะท้อนแรงกดดันต่อรายได้ภาคบริการและดุลบัญชีเดินสะพัด

อีกด้านหนึ่ง ความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินโลกยังเป็นแรงกดดันสำคัญ โดยหลายธนาคารกลางมีแนวโน้มชะลอหรือสิ้นสุดวัฏจักรดอกเบี้ยขาลง ท่ามกลางแรงกดดันเงินเฟ้อจากราคาพลังงานที่ยังสูง ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยตลอดทั้งปี ส่งผลให้ทิศทางดอกเบี้ยโลกยังไม่ชัดเจน

ปัจจัยดังกล่าวส่งผลต่อราคาทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีบทบาทสำคัญต่อการเคลื่อนไหวของเงินบาทในช่วงที่ผ่านมา โดยเงินบาทมีความสัมพันธ์กับราคาทองคำค่อนข้างสูงในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม หากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่แท้จริงปรับสูงขึ้น อาจจำกัดการปรับขึ้นของราคาทองคำในช่วงครึ่งหลังของปี

ttb analytics สรุปว่า แม้เงินบาทอาจมีจังหวะแข็งค่าตามแรงหนุนระยะสั้นจากความผันผวนของตลาดโลก แต่ภาพรวมครึ่งหลังปี 2569 ยังมีแนวโน้มเผชิญความเสี่ยงอ่อนค่า จากพื้นฐานเศรษฐกิจและปัจจัยภายนอกที่ยังไม่แน่นอน พร้อมแนะผู้ประกอบการและนักลงทุนติดตามสถานการณ์พลังงาน ทิศทางดอกเบี้ยโลก และใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนอย่างเหมาะสมเพื่อรับมือความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นต่อเนื่อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...