โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

GCAP สินเชื่อดีด ตั้งการ์ดคุมเสี่ยง ปรับโครงสร้าง

ทันหุ้น

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

#GCAP #ทันหุ้น – GCAP ตั้งการ์ดสูง หลังไตรมาส 1/69 ขาดทุนสุทธิ 6.45 ล้านบาท รับผลกระทบตั้งสำรอง ECL เพิ่ม 4.76 ล้านบาท โชว์ยอดปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อใหม่ 29.84 ล้านบาท พุ่งแรง 219.14% จากปีก่อน สะท้อนสัญญาณฟื้นตัว เดินหน้าปรับโครงสร้างคุณภาพสินทรัพย์

นายอนุวัตร โกศล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ GCAP เปิดเผยว่า ผลประกอบการของบริษัท ในงวดไตรมาส 1/2569 บริษัทมีผลการดำเนินงานขาดทุนสุทธิ6.45 ล้านบาท ซึ่งปัจจัยหลักมาจากการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น(ECL) ตามกรอบการบริหารความเสี่ยงที่รัดกุม และค่าใช้จ่ายด้านกฎหมายในการติดตามและเร่งรัดหนี้ โดยบริษัทมีรายได้30.43 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่ยอดปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อใหม่ ไตรมาสที่ 1/2569 อยู่ที่29.84 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ จากผลกระทบของสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางและอ่าวเปอร์เซีย แต่เพิ่มสูงขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 20.49 ล้านบาท หรือคิดเป็น 219.14%

@จับตาเกษตร
สำหรับภาคเศรษฐกิจการเกษตร แม้ว่าสถานการณ์ด้านปริมาณน้ำและสภาพอากาศในช่วงต้นปี 2569 ยังอยู่ในระดับที่เอื้อต่อการเพาะปลูกและการผลิตทางการเกษตร ส่งผลให้ผลผลิตโดยรวมมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ราคาพืชผลสำคัญ โดยเฉพาะข้าว ยังคงเผชิญแรงกดดันจากภาวะอุปทานส่วนเกินในตลาดโลก รวมถึงการแข่งขันด้านราคาจากประเทศผู้ส่งออกหลัก ส่งผลให้รายได้และความสามารถในการทำกำไรของ เกษตรกรยังมีความเปราะบาง

นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ การชะลอตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ยังคงกดดันภาคการส่งออก และความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้เกษตรกรและผู้ประกอบการบางส่วนชะลอการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง และให้ความสำคัญกับการบริหารสภาพคล่องมากขึ้น ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจใช้บริการสินเชื่อเช่าซื้อ เครื่องจักรกลการเกษตรของบริษัทฯ ตลอดจนกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้

@เล็งตั้งสำรอง
บริษัทได้พิจารณาตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น(ECL) เพิ่มขึ้น ตามสถานะการจัดชั้นลูกหนี้ ณ สิ้นไตรมาส 1 สำหรับลูกหนี้ที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด โดยมีปัจจัยหลักจาก ผลกระทบของภาวะการขาดแคลนน้ำมันดีเซลและการปรับตัวสูงขึ้นของราคาน้ำมัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาระต้นทุนและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ เพื่อสะท้อนความเสี่ยงทางเครดิตอย่างรอบคอบ โดยมีการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิต(ECL) เพิ่มขึ้นจำนวน 4.76 ล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายด้านกฎหมายในการติดตามและเร่งรัดหนี้ จำนวน 2.43 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าบริษัทจะสามารถเร่งรัดการชำระหนี้ และได้รับค่าใช้จ่ายด้านกฎหมายในการติดตามคืนได้

ทั้งนี้ การตั้งสำรอง ECL และการเร่งดำเนินมาตรการทางกฎหมายในครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนบริหารจัดการและปรับโครงสร้างคุณภาพสินทรัพย์เชิงรุกของบริษัทฯ โดยมุ่งลดความเสี่ยงสะสมจาก หนี้ค้างชำระ และช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพทางการเงิน และคุณภาพสินทรัพย์ของบริษัท ในอนาคต

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...