TNDT เร่งเครื่องปั๊มมาร์จิ้น รุกบริการฉายแสง-บุกอินโด
#TNDT #ทันหุ้น – TNDT ชูแผนปี 2567 โฟกัสธุรกิจบริการใช้ลำแสงอิเล็กตรอน พบดีมานด์เพียบ เล็งแตกไลน์บริการใหม่ปั๊มมาร์จิ้นเพิ่ม พร้อมเดินหน้าขยายฐานอินโดนีเซีย พร้อมเล็งผนึกพาร์ตเนอร์เสริมแกร่ง โชว์ผลงานไตรมาส 3/2566 พลิกกำไร 17.47 ล้านบาท
นายธนรรจ์ ศตวุฒิ รองกรรมการผู้จัดการบริษัท ไทย เอ็น ดี ที จำกัด (มหาชน) หรือ TNDT ประกอบธุรกิจวิชาชีพให้บริการทดสอบ ตรวจสอบ และรับรองผลความปลอดภัยต่อการใช้งานด้านวิศวกรรม ด้วยกระบวนการทางเทคนิคไม่ทำลาย (Non-Destructive Testing : NDT) เปิดเผยว่า ปี 2567 บริษัทจะโฟกัสธุรกิจบริการใช้ลำแสงอิเล็กตรอน (Electron Beam) ตรวจสอบ เพราะมีดีมานด์จากลูกค้าจำนวนมาก ในกลุ่มธุรกิจอาหารแห้ง เกษตร และเครื่องสำอาง ซึ่งมีความหลากหลาย ทำให้เครื่องที่ใช้ไม่เพียงพอกับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันบริษัทมีเครื่อง 1 เครื่อง และดีมานด์มีจำนวนมาก ดังนั้นเชื่อว่าการตรวจสอบระบบหรือการให้บริการใช้ลำแสงอิเล็กตรอนจะเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง
** ร่วมมือพันธมิตร
สำหรับการบริการจากธุรกิจใช้ลำแสงอิเล็กตรอน (Electron Beam) บริษัทร่วมเป็นพันธมิตรร่วมกับ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. ในเรื่องของการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยี เรื่องการทำตลาดร่วมกัน ทำให้มีโอกาสได้ลูกค้าเพิ่มขึ้นในอนาคต
ขณะที่ธุรกิจตรวจสอบระบบวิศวกรรมในธุรกิจปกติการแข่งขันสูง ทำให้บริษัทแตกไลน์บริการใหม่ๆ อีกทั้งบริษัทอยู่ระหว่างศึกษาการให้บริการใหม่ๆ แต่ยังบอกรายละเอียดไม่ได้ โดยการบริการใหม่จะเป็นการให้บริการที่มีอัตรากำไร (มาร์จิ้น) มากกว่าปกติ และจะพยายามลดค่าใช้จ่าย นำระบบ AI เข้ามาช่วยในการดำเนินธุรกิจ
นอกจากนี้บริษัทจะเดินหน้ายกระดับความร่วมมือกับบริษัทสตาร์ทอัพให้มากขึ้น สำหรับเป้ารายได้ปี 2567 อาจจะไม่เติบโตมากเมื่อกับปี 2566 หรือจะอยู่ในระดับใกล้เคียง 200-300 ล้านบาท แต่บริษัทจะเน้นการผลักดันมาร์จิ้นให้เติบโตเพิ่มขึ้น โดยการรับงานมาร์จิ้นสูงและลดค่าใช้จ่ายภายใน เบื้องต้นคาดจะผลักดันอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ที่ 3-5%
** ขยายฐานอินโด
ขณะที่การขยายตลาดอินโดนีเซีย บริษัทยังเดินหน้าธุรกิจ และมีข้อกฎหมายบางอย่างในอินโดนีเซียที่บริษัทต้องปฏิบัติตาม สำหรับการเข้ารับโปรเจ็กต์ในอินโดนีเซียในอนาคตหากมีโปรเจ็กต์ที่ใหญ่ขึ้น บริษัทอาจจะหาพาร์ตเนอร์เพื่อร่วมงาน และเติบโตไปด้วยกัน ทั้งนี้บริษัทหวังมาร์เก็ตแชร์ที่อินโดนีเซียจะทำได้ในระดับใกล้เคียงกับประเทศไทย ในช่วงที่ธุรกิจตรวจสอบระบบวิศวกรรมคึกคักมาก มีมาร์เก็ตแชร์ที่ระดับ 30-40%
ด้านงบการเงินเฉพาะบริษัทไตรมาส 3/2566 มีกำไร 17.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.80 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2566 ที่ขาดทุน 19.30 ล้านบาท คิดเป็นกำไรเพิ่มขึ้น 189.42% โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 51.22 ล้านบาท คิดเป็นรายได้รวมเพิ่มขึ้น 110.72% ส่วน 9 เดือนแรกปี 2566 บริษัทมีรายได้แล้วที่ 243.07 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 10.87 ล้านบาท
“ผลประกอบการที่ผ่านมาเราเริ่มมีกำไรนิดหนึ่ง จากการควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายภายในองค์กร และมีโซลาร์รูปท็อป ส่วนของธุรกิจตรวจสอบออยล์ ก๊าซ ดีขึ้น แต่มีการแข่งขันสูง ซึ่งในปีหน้าสิ่งที่เราโฟกัสจะทำให้บริษัทกำไรต่อเนื่องทำให้ภาพกลับมาเหมือนเดิม ด้วยการลดค่าใช้จ่าย และอาจจะมีธุรกิจเสริมบางอย่างเข้ามาที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้องกับเรา” นายธนรรจ์ กล่าว
รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ได้ทุกช่องทางเหล่านี้
YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/c/ThunhoonOfficial
FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_
TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news
X คลิก https://twitter.com/thunhoon1
Instagram คลิก https://instagram.com/thunhoon.news?igshid=YTY2NzY3YTc=