โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

การปฏิวัติรถยนต์ไร้คนขับกำลังเกิดขึ้น เพียงแต่มันช้ากว่าที่คาดไว้

The Better

อัพเดต 11 ม.ค. 2567 เวลา 10.05 น. • เผยแพร่ 11 ม.ค. 2567 เวลา 11.20 น. • THE BETTER

สำหรับผู้ที่เชื่อมั่นจริงๆ จังๆ แล้ว การปฏิวัติรถยนต์ไร้คนขับที่ประกาศกันมาหลายคัร้งหลายหนว่าจะเกิดขึ้น มาถึงตอนนี้มันกำลัง "เกิดขึ้นอย่างชัดเจน" สิ่งที่ชี้วัดก็คือ การอวดโฉมรถยนต์ไร้คนขับมากมายที่งาน Consumers Electronics Show หรืองาน CES ในลาสเวกัส ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ที่คึกคัก จนท้าทายข่าวในทางไม่ดีของอุตสาหกรรมรถยนต์ไร้คนขับ

"บริษัทต่างๆ กำลังปรับใช้หุ่นยนต์แท็กซี่ในขนาดที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมและในเมืองต่างๆ มากขึ้น" เคิร์สเทน ไฮเนกี (Kersten Heineke) หุ้นส่วนและผู้อำนวยการร่วมของบริษัท McKinsey Center for Future Mobility กล่าว

แม้แต่ "ในช่วงเวลาที่เงินหายาก…เรากำลังก้าวหน้าอย่างเห็นได้ชัด มันใช้เวลานานกว่าที่เราคาดไว้เมื่อสามหรือห้าปีที่แล้วเล็กน้อย"

และเขากล่าวว่าในขณะที่งาน CES ปีนี้ "ไม่มีอะไรฉูดฉาด" แต่ก็มีการปรับปรุงในเทคโนโลยีที่สำคัญอยางในัยสำคัญ

ยังคงมีอุปสรรคและความสงสัยอยู่ และทำให้การหาเงินมาร่วมลงทุนกลายเป็นเรื่องที่ยาก และยังมีเหตุร้ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ไร้คนขับจนกลายเป็นที่สะดุดใจของผู้คน แม้ว่าข้อมูลบางอย่างจะแสดงให้เห็นว่าความกลัวนั้นไม่สมเหตุผลก็ตาม

- กล้อง เลเซอร์ และ 3 มิติ -
โฟกัสตอนนี้คือเรื่องความปลอดภัย

จากบริษัทที่ก่อตั้งมายาวนานไปจนถึงบริษัทสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ ทางเดินในงาน CES เต็มไปด้วยนวัตกรรมในการมองเห็นแบบ 3 มิติ เทคโนโลยีการมองเห็นตอนกลางคืน เครื่องตรวจจับความเมื่อยล้าของผู้ขับขี่ และการตรวจจับด้วยมือบนล้อ

“เทคโนโลยีจะช่วยชีวิต” ด้วยการปรับปรุงความปลอดภัยทางถนน คริสตอฟ เปริลลาต์ (Christophe Perillat) ผู้บริหารของบริษัท French Valeo กล่าว

เขาเชื่อว่าภายในปี 2030 (พ.ศ. 2573) ยานพาหนะ 90% ที่ผลิตทั่วโลกจะติดตั้งระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ และครึ่งหนึ่งของจำนวนนั้นจะอยู่ที่ระดับ 2 และ 2+ โดยมีไม่กี่ล้านคันที่ระดับ 3 หรือ 4

ระดับ 2 และ 2+ และอื่นๆ หมายถึงมาตรฐานอุตสาหกรรมที่กำหนดโดยสมาคมการค้า SAE International ซึ่งใช้วัดระดับระบบอัตโนมัติของยานพาหนะตั้งแต่ระดับ 0 ถึงระดับ 5

ระดับ 5 ซึ่งถือว่าเทียบเท่ากับคนขับมนุษย์ ดูเหมือนจะอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมในระยะนี้

จากข้อมูลในรายงาน S&P Global Mobility คาดการณ์ว่า “ความสามารถของผู้บริโภคในการซื้อรถยนต์ที่จะขับเคลื่อนไปทุกที่โดยที่คนขับไม่พร้อมจะบังคับรถนั้น ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ภายในปี 2035 (พ.ศ. 2578)”

อย่างไรก็ตาม "ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัตโนมัติที่หลากหลายที่จะมารองรับผู้ขับขี่ที่อวกแวกหรือแก้ปัญหาข้อผิดพลาด (ของคนขับ) จะเพิ่มมากขึ้น" ซึ่งช่วยลดอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ และการเสียชีวิตระหว่างทาง

ปัญญาประดิษฐ์ก็กำลังแพร่กระจายในธุรกิจภาคนี้เช่นกัน

“หากคุณสามารถรับรู้ถึงความตื่นตัวตามลักษณะใบหน้า ความสนใจของดวงตา … คุณสามารถทำสิ่งต่างๆ เพื่อมีอิทธิพลต่อ … ความปลอดภัยของผู้ขับขี่ได้” อดัม เบอร์เดน (Adam Burden) แห่งบริษัท Accenture กล่าว

- ไม่ใช่ 'ออโต้ไพลอต' ขนาดนั้น -
แต่ในขณะนี้ ยานพาหนะขับเคลื่อนอัตโนมัติมักเป็นกลายเป็นข่าวใหญ่เมื่อเกิดอุบัติเหตุ

Cruise ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ General Motors ระงับกิจกรรมของบริษัทอย่างไม่มีกำหนดเมื่อปลายเดือนตุลาคม หลังจากเกิดอุบัติเหตุหลายครั้งและการยังมีการระงับใบอนุญาตใช้รถของบริษัทในรัฐแคลิฟอร์เนียด้วย

ทั้งนี้บริษัท Cruise เป็นผู้ให้บริการโรโบแท็กซี่ (robotaxi) ในเมืองต่างๆ ของสหรัฐอเมริกา

นอกจากนี้ ระบบช่วยขับขี่ "อัตโนมัติ" ของ Tesla (ซึ่งระดับความอัตโนมัติอยู่ในระดับ 2) ถูกกล่าวหาว่าทำให้ผู้ขับขี่เข้าใจผิดว่ารถกำลังขับเคลื่อนด้วยตัวมันเอง ซึ่งก่อให้เกิดอุบัติเหตุ

หนังสือพิมพ์ The Washington Post อ้างในเดือนมิถุนายน หลังจากพิจารณาข้อมูลจากสำนักงานบริหารความปลอดภัยการจราจรบนทางหลวงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (NHTSA) ว่าโหมด "อัตโนมัติ" เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุ 736 ครั้งและผู้เสียชีวิต 17 รายในสหรัฐฯ นับตั้งแต่ปี 2019

แต่จากการศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้โดยบริษัทประกันภัยต่อ Swiss Re ซึ่งศึกษาการใช้แท็กซี่ไร้คนขับ Waymo One ของ Google พบว่ารถยนต์ไร้คนขับคันนี้ "ปลอดภัยต่อผู้ใช้ถนนมากกว่ารถยนต์ที่ใช้คนขับ"

สำหรับตอนนี้ ภาคส่วนของอุตสาหกรรมรถยนต์ไร้คนขับกำลังแบ่งออกเป็นสองทิศทาง คือ ผู้ใช้มืออาชีพ ซึ่งได้แก่กลุ่มหุ่นยนต์แท็กซี่และรถรับส่ง และผู้ใช้ส่วนตัวที่รถมีระบบอัตโนมัติน้อยกว่ากลุ่มแรก

การแบ่งแบบนี้มีเหตุผลด้านความปลอดภัยและกฎระเบียบ แต่ยังเป็นเพราะราคาด้วย เนื่องจากยานพาหนะที่มีระดับอัตโนมัติระดับ 4 จะมีราคาสูงกว่า 10,000 ดอลลาร์

แต่สำหรับกลุ่มยานพาหนะที่สามารถทำงานได้เกิน 24 ชั่วโมงทุกวันตลอดทั้งปี ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนี้จะถูกชดใช้อย่างรวดเร็ว

ไฮเนกี้ จากบริษัท McKinsey คาดว่า "หุ่นยนต์แท็กซี่หลายแสนตัว" จะอยู่บนท้องถนนภายในสามถึงห้าปีข้างหน้า โดยมีจีนเป็นผู้นำ

จากข้อมูลของ McKinsey Center for Future Mobility รถยนต์ขับขี่อัตโนมัติสามารถสร้างรายได้ระหว่าง 3 ถึง 4 แสนล้านดอลลาร์ทั่วโลกภายในปี 2035 (พ.ศ. 2578)

รายงานจาก Agence France-Presse
Photo -
ภาพของ ROBOCube เครื่องทำความสะอาดถนนอัจฉริยะ ซึ่งเป็นยานพาหนะขับเคลื่อนอัตโนมัติโดยบริษัท Lotus Robotics ที่สามารถใช้ในการทำความสะอาดในเมือง พื้นที่การจราจรที่มีการควบคุม และทางเท้า ได้รับการสาธิตในงาน CES 2024 ที่ Las Vegas Convention Center เมื่อวันที่ 10 มกราคม ปี 2024 ที่ลาสเวกัส รัฐเนวาดา CES ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าเทคโนโลยีผู้บริโภคประจำปีที่ใหญ่ที่สุดในโลก จัดขึ้นจนถึงวันที่ 12 มกราคม โดยมีผู้แสดงสินค้าประมาณ 4,000 รายมาแสดงผลิตภัณฑ์และบริการล่าสุดแก่ผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 130,000 ราย (Photo by Ethan Miller / GETTY IMAGES NORTH AMERICA / Getty Images via AFP)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...