โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตำรวจไซเบอร์เปิดยุทธการปิดหลุมดำ ยึดซากรถกระบะยี่ห้อดังเตรียมส่งออกนอก

MATICHON ONLINE

อัพเดต 24 ต.ค. 2566 เวลา 11.13 น. • เผยแพร่ 24 ต.ค. 2566 เวลา 11.00 น.

ตำรวจไซเบอร์เปิดยุทธการปิดหลุมดำ ยึดซากรถกระบะยี่ห้อดังผ่านโจรกรรมซุกตู้คอนเทนเนอร์เตรียมส่งออกนอก

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รอง ผบช.สอท. พ.ต.อ.สุวัฒน์ เกิดแก้ว รอง ผบก.ตอท.บช.สอท.นำกำลังตำรวจ บช.สอท. สนธิกำลังร่วมกับนายวาริส วิสารทานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคการตรวจสอบสินค้า สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง, เจ้าหน้าที่กรมขนส่งทางบก, สมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย ปิดล้อมตรวจค้น 7 จุด ในพื้นที่ จ.กรุงเทพมหานคร, จ.ชลบุรี และ จ.ปทุมธานี ตามยุทธการปิดหลุมดำโจรกรรมรถข้ามทวีป

โดยจุดที่เข้าตรวจสอบศูนย์เอกซเรย์ ท่าเรือแหลมฉบัง ตู้คอนเทนเนอร์ 2 ตู้มีการสำแดงในเอกสารเป็นอุปกรณ์ชิ้นส่วนรถยนต์ทั่วไปจึงเชิญตัวแทนบริษัทชิปปิ้งและเจ้าหน้าที่ศุลกากรขอเปิดตู้หลังแนวทางสืบสวนพบว่า มีการลำเลียงชิ้นส่วนรถยนต์ที่ถูกโจรกรรมนำมาชำแหละและซุกซ่อนไว้เพื่อเตรียมส่งออกไปต่างประเทศ พบเครื่องยนต์รถกระบะ 12 ตัว หัวเก๋งรถยนต์กระบะ ซากรถยนต์ ชิ้นส่วนรถกระบะ ประตูรถยนต์อะไหล่อื่นๆ จำนวนมาก ทั้งหมดอยู่ในสภาพผ่านการใช้งานน้อย บ้างก็อยู่ในสภาพใหม่เอี่ยม จึงทำการยึดไว้ตรวจสอบ นอกจากนี้เข้าตรวจสอบโกดังชำแหละรถย่าน อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ตรวจยึดรถยนต์, ซากรถยนต์ รวม 16 คัน เครื่องยนต์ จำนวน 2 เครื่อง จากนั้นตรวจค้นโกดังซอยรามอินทรา 47 ตรวจสอบพบหัวเก๋งรถยนต์ 22 ชิ้น รถกระบะ จำนวน 5 คัน และโกดังย่านลาดกระบัง พบเครื่องยนต์ จำนวน 98 เครื่อง หัวเก๋ง 8 ชิ้น รถกระบะ 3 คัน เป็นต้น

พล.ต.ต.อำนาจกล่าวว่า ก่อนตรวจค้น พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. พล.ต.ท.ธนา ชูวงษ์ รรท.รอง ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. นำกำลังเปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น สืบเนื่องจากทาง บช.สอท. รับการประสานจากสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย ว่าในแต่ละปีมีรถหายในระบบเช่าซื้อ 30,000 คัน มูลค่าความเสียหายกว่า 20,000 ล้านบาท ประกอบกับทาง พ.ต.อ.สุวัฒน์ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำที่ผิดกฎหมายบนสื่อสังคมออนไลน์ โดยใช้ระบบวิเคราะห์สื่อสังคมออนไลน์และเว็บไซต์ใต้ดินในการสืบสวนสอบสวน จนพบบัญชีเฟซบุ๊กต้องสงสัยโพสต์เสนอขายซากและอุปกรณ์ส่วนควบรถยนต์ พบว่าซากรถและอุปกรณ์มีลักษณะใหม่และไม่มีร่องรอยการเกิดอุบัติเหตุหนัก จึงเชื่อว่าได้มาโดยผิดกฎหมาย จึงสืบสวนเพิ่มเติม พบสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าว จนไปสู่การขอหมายศาลเข้าตรวจค้น

พล.ต.ต.อำนาจกล่าวอีกว่า แนวทางสืบสวนพบว่ามีการกระทำในลักษณะขบวนการ ของกลางส่วนใหญ่ที่ตรวจยึดเป็นซากและอุปกรณ์ส่วนควบรถยนต์กว่า 160 คัน มูลค่ากว่า 172 ล้านบาท เชื่อว่าของกลางทั้งหมดผ่านการถูกโจรกรรม ก่อนนำมาชำแหละใส่ตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อเตรียมส่งออกนอกประเทศ ส่วนมากเป็นรถกระบะโตโยต้า รุ่นรีโว่ และอีซูซุ ดีแมคซ์ โดยมีปลายทางเป็นประเทศในทวีปยุโรป ตะวันออกกลาง และทวีปแอฟริกา อีกทั้งขบวนการนี้ยังใช้วิธีการหลบเลี่ยงในการสำแดงเท็จ โดยระบุว่าเป็นชิ้นส่วนอะไหล่ แต่ในความเป็นจริงเป็นชิ้นส่วนรถยนต์ที่เป็นคันเดียวกัน ยัดใส่ตู้โดยมีการระบุหมายเลขต่างๆ ซึ่งเมื่อไปถึงปลายทางจะได้สามารถประกอบเป็นคันได้ทันที อย่างไรก็ตามจะทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อทำการตรวจสอบพิสูจน์ทราบการกระทำความผิด พร้อมขยายผลไปยังตัวการที่สั่งการต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...