โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

6 พิกัดประวัติศาสตร์ ไฮไลต์ Night Museum ฉลอง 101 ปี พระราชวังพญาไท

Sarakadee Lite

อัพเดต 20 ก.พ. 2567 เวลา 02.05 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. 2567 เวลา 03.55 น. • กองบรรณาธิการ

ครั้งแรกกับการเปิด พระราชวังพญาไท ยามค่ำคืนเป็น Night Museum จัดแสดงแสง สี เสียง เพื่อขับเน้นความงามของสถาปัตยกรรมที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 6 ซึ่งโดดเด่นในการผสมผสานศิลปะแบบตะวันตกโดยเฉพาะในยุควิคตอเรียนและสอดแทรกด้วยการประดับตกแต่งอย่างศิลปะแบบอิสลาม จีนและไทย ในวาระฉลองครบรอบ 101 ปี พระราชวังพญาไท ที่เริ่มต้นจากการเป็นตำหนักที่ประทับในทุ่งนาช่วงปลายสมัยรัชกาลที่ 5 สู่พระราชวังพญาไทในสมัยรัชกาลที่ 6 และปรับเป็นโรงแรมสุดหรูและสถานพยาบาลในสมัยรัชกาลที่ 7 จนกระทั่งเป็นโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าในสมัยรัชกาลที่ 9 และมีการบูรณะปรับปรุงให้เป็นพิพิธภัณฑ์ในปัจจุบัน

พระราชวังพญาไท

101 ปี พระราชวังพญาไท THE GLORY OF SIAM โดย มูลนิธิอนุรักษ์พระราชวังพญาไท ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาสิริโสภาพัณณวดี จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 กุมภาพันธ์-16 มีนาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 18.00- 21.30 น. กับการแสดงศิลปะแบบ Projection Mapping และ Lighting Installation ที่แบ่งเป็น 6 โซนด้วยการผนึกกำลังสร้างสรรค์จาก 5 สตูดิโอชั้นนำของไทย ประกอบด้วย อาม่า สตูดิโอ (AMA STUDIO) ดีไซนด์ คิท (DecideKit) ณ สัทธา (Na Satta) ฟอส ไลท์ติ้ง ดีไซน์ (FOS Lighting Design) และ ไลท์ซอร์ส (LightSource)

ขอบอกก่อนว่าการจัดแสดง Night Museum ครั้งนี้เน้นการฉาย Projection Mapping และ Lighting Installation บริเวณด้านนอกอาคารจึงไม่ได้มีการเปิดให้ชมห้องต่างๆ ภายในหมู่พระที่นั่งให้ได้ชมเหมือนเช่นรอบการนำชมปกติเวลากลางวันในทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์

Sarakadee Lite ปักหมุด 6 พิกัดที่จะพาย้อนรอยประวัติศาสตร์ของ พระราชวังพญาไท และความงดงามของสถาปัตยกรรมรวมทั้งพระอัจฉริยภาพของรัชกาลที่ 6 โดยเฉพาะด้านวรรณกรรม

พระราชวังพญาไท

01 จากตำหนักในทุ่งนาสู่พระราชวัง โรงแรม โรงพยาบาลและพิพิธภัณฑ์

พิกัด: พระที่นั่งพิมานจักรี

พิกัดแรกที่ถือเป็นจุดไฮไลต์และไม่เสียค่าเข้าชมคือการฉาย Projection Mapping บนอาคาร พระที่นั่งพิมานจักรี ซึ่งเป็นพระที่นั่งองค์ประธานของหมู่พระที่นั่งและโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างโรมาเนสก์ (Romanesque) กับ โกธิค (Gothic) โดยมีลักษณะเด่นคือยอดโดมสูงสำหรับชักธงมหาราชขึ้นสู่ยอดเสาเมื่อเวลาเสด็จประทับ

การฉาย Projection Mapping มาในธีมของห้องหนังสือและสมุดแต่ละเล่มที่ดึงออกมาจะบอกเล่าความเป็นมาของพื้นที่ประวัติศาสตร์แห่งนี้ที่มีจุดเริ่มต้นจากการที่รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯให้สร้างพระตำหนักและสวนที่ทุ่งนาพญาไทเพื่อทดลองปลูกพืชไร่และทำนาหลวงเมื่อ พ.ศ.2452 และเพียงหนึ่งปีถัดมาเสด็จสวรรคต พระตำหนักพญาไทต่อมาจึงกลายเป็นที่ประทับของสมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีจนเสด็จสวรรคตในปี 2462 หลังจากนั้นรัชกาลที่ 6 โปรดให้รื้อพระตำหนักพญาไทและสร้างพระราชมณเฑียรขึ้นใหม่และมีพระที่นั่ง 5 องค์ชื่อคล้องจองกันได้แก่ พระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถาน พระที่นั่งพิมานจักรี พระที่นั่งศรีสุทธนิวาส พระที่นั่งเทวราชสภารมย์ และพระที่นั่งอุดมวนาภรณ์ และมีพระราชพิธีเฉลิมพระที่นั่ง ในปี 2465

พระราชวังพญาไท

ในช่วงปลายรัชกาลที่ 6 ทรงพระราชปรารภให้ปรับพระราชวังพญาไทเป็น โฮเต็ลวังพญาไท แต่เสด็จสวรรคตเสียก่อนที่จะมีการดำเนินการ โฮเต็ลวังพญาไทเปิดบริการในปี 2468 ในสมัยรัชกาลที่ 7 และถือว่าเป็นโรงแรมสุดหรูในขณะนั้นมีห้องพักประมาณ 60 ห้องและห้องพระบรรทมเป็นห้องเดอลุกซ์ในราคาคืนละ 120 บาท นอกจากนี้บริเวณชั้น 3 ของพระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถานยังเป็นสถานที่จัดตั้งสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งแรกของประเทศไทยชื่อว่า “สถานีวิทยุกรุงเทพฯ ที่พญาไท” และหลังจากดำเนินกิจการประมาณ 7 ปี ทางการยุบเลิกกิจการโฮเต็ลวังพญาไท และย้ายสถานีวิทยุกรุงเทพฯ กลับไปอยู่ที่สถานีวิทยุศาลาแดงตามเดิม

ภายหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475 พระราชวังพญาไท เปลี่ยนบทบาทอีกครั้งกลายเป็นสถานพยาบาลของกองทัพบก และเปลี่ยนชื่อเป็น “โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า” ในปี 2495 หลังจากนั้นเมื่อมีการสร้างอาคารใหม่จึงมีการย้ายโรงพยาบาลออกจากหมู่พระที่นั่งและเริ่มบูรณะพระราชวังในปี 2537 จนกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ในปัจจุบัน

พระราชวังพญาไท

02 ท้องพระโรงเดิมและอาคารที่เก่าแก่ที่สุดในหมู่พระราชมณเฑียร

พิกัด: พระที่นั่งเทวราชสภารมย์

พระที่นั่งเทวราชสภารมย์ เป็นอาคารที่เก่าแก่ที่สุดในหมู่พระราชมณเฑียรซึ่งแต่เดิมเป็นท้องพระโรงที่รัชกาลที่ 6 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเมื่อครั้งสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีประทับอยู่ ณ พระราชวังพญาไท โดยยังปรากฎอักษรพระนามาภิไธย “สผ” (พระนามเดิม สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี) ประดับอยู่บนอาคารพร้อมกับพระบรมสาทิสลักษณ์

การแสดงแสง สี เสียง ภายในพระที่นั่งชั้นเดียวองค์นี้เปิดให้เข้าชมฟรี เพื่อเน้นย้ำความงดงามของสถาปัตยกรรมและการประดับตกแต่งของพระที่นั่งในสไตล์ศิลปะแบบไบเชนไทม์ (Byzantine) และมัวร์ (Moorish) โดย มาริโอ ตามาญโญ (Mario Tamagno) สถาปนิกชาวอิตาลีผู้อยู่เบื้องหลังการออกแบบอาคารสำคัญของไทย เช่น วังบางขุนพรหม พระที่นั่งอนันตสมาคม และ พระที่นั่งอัมพรสถาน รูปแบบของพระที่นั่งเป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าและประตูมีกระจกรอบด้านสามารถเปิดออกให้เป็นห้องโล่งได้โดยมีโดมอยู่ตรงกลางรับด้วยหลังคาโค้งประทุนทั้ง 4 ด้าน บนผนังมีจิตรกรรมรูปคนและลายพรรณพฤกษา

พระราชวังพญาไท

03 พระอัจริยภาพด้านวรรณกรรมของรัชกาลที่ 6

พิกัด: ห้องธารกำนัล พระที่นั่งพิมานจักรี

ห้องธารกำนัล อยู่ตรงกลางของพระที่นั่งพิมานจักรีใช้สำหรับเป็นที่เสด็จออกให้พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ภายในตกแต่งแบบศิลปะบารอก-โรโคโค (Baroque-Rococo) และมีเตาผิงซึ่งด้านบนประดิษฐานพระบรมสาทิสลักษณ์รัชกาลที่ 6

โต๊ะไม้สักยาวตรงกลางของห้องถูกคลุมด้วยผ้าสีขาวเพื่อเป็นฉากสำหรับการฉาย Projection Mapping เพื่อแสดงพระอัจฉริยภาพด้านวรรณกรรมด้วยการยกวรรคทองจากบทพระราชนิพนธ์และบทละครที่ทรงแปลของรัชกาลที่ 6 ได้แก่เรื่อง วิวาหพระสมุท โคลงภาษิตนักรบโบราณ โคลงสยามานุสสติ โรเมโอและจูเลียต และ เวนิสวานิช ตัวอย่างของวรรคทองดังเช่น

“ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก

อีกใครฟังดนตรีไม่เห็นเพราะ เขานั้นเหมาะคิดขบถอัปลักษณ์” (จาก เวนิสวานิช)

—-

“หากสยามยังอยู่ยั้ง ยืนยง

เราก็เหมือนอยู่คง ชีพด้วย

หากสยามพินาศลง ไทยอยู่ ได้ฤๅ

เราก็เหมือนมอดม้วย หมดสิ้นสกุลไทยฯ (จาก โคลงสยามานุสสติ)

04 มัทนะพาธา: ตำนานดอกกุหลาบที่ถูกสาปกับความรักมั่นคง

พิกัด: สวนโรมัน

มัทนะพาธา เป็นหนึ่งในพระราชนิพนธ์ที่แสดงพระอัจฉริยภาพของรัชกาลที่ 6 ด้านวรรณคดีในการประพันธ์บทละครพูดประเภทคำฉันท์ที่แต่งด้วยฉันท์และกาพย์ชนิดต่างๆ ซึ่งนับเป็นสิ่งแปลกใหม่และท้าทายความสามารถมากในขณะนั้น รัชกาลที่ 6 ทรงประพันธ์เรื่องนี้ขณะประทับอยู่ที่ พระราชวังพญาไท โดยเป็นโศกนาฏกรรมความรักระหว่าง สุเทษณ์เทพบุตร นางมัทนา และ ท้าวชัยเสน ฝ่ายสุเทษณ์นั้นมีใจยึดมั่นแต่นางมัทนาตั้งแต่อดีตชาติในขณะที่นางกลับมีใจรักมั่นกับท้าวชัยเสนทำให้สุเทษณ์กริ้วจนสาปนางเป็นดอกกุหลาบ

พระราชวังพญาไท

บริเวณสวนโรมันซึ่งอยู่ด้านหลังพระที่นั่งพิมานจักรีจึงประดับตกแต่งด้วยดอกกุหลาบทำจากผ้าจำนวน 2,466 ดอกซึ่งหมายถึง พ.ศ.2466 ที่รัชกาลที่ 6 ทรงประพันธ์เรื่องนี้เสร็จสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังมี Projection Mapping บนมุขหลังพระที่นั่งพิมานจักรีประกอบการร่ายรำของนางรำในธีมเรื่อง มัทนะพาธา โดยจะมีการแสดงวันละ 5 รอบในเวลา 19.00 น., 19.30 น., 20.00 น., 20.30 น., และ 21.00 น.

สวนโรมันเป็นสถาปัตยกรรมแบบโรมันมีศาลายอดโดมและเสาลักษณะแบบคอร์เตียน ขนาบทั้งสองข้างด้วยศาลาทรงสี่เหลี่ยมโปร่งไม่มีหลังคา มีบันไดทางขึ้นเป็นหินอ่อนประดับด้วยตุ๊กตาหินอ่อนแบบอิตาลีที่เชิงบันไดทั้งสองข้าง ด้านหน้าโดมมีอ่างบัวรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าปลายโค้งเป็นวงรี กลางสระบัวมีประติมากรรมสัมฤทธิ์รูปพระวรุณ เทพแห่งฝน ประดิษฐานบนฐานศิลาและมีมังกรพ่นน้ำทำด้วยทองแดงอยู่โดยรอบซึ่งเป็นผลงานประติมากรรมโดยศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี (นามเดิม คอร์ราโด เฟโรจี) ปั้นหล่อที่อิตาลีก่อนที่จะได้รับการว่าจ้างจากราชสำนักสยามให้มารับราชการในตำแหน่งช่างปั้นในสมัยรัชกาลที่ 6

05 Lighting สวนดอกบัวและทุ่งกุหลาบขาวบนพื้นที่อดีตเมืองจำลองดุสิตธานี

พิกัด: ถัดจากสวนโรมัน ด้านหลังพระที่นั่งพิมานจักรี

บริเวณพื้นที่ถัดจากสวนโรมัน ด้านหลังพระที่นั่งพิมานจักรี เคยเป็นที่ตั้งของเมืองจำลอง ดุสิตธานี ที่รัชกาลที่ 6 ริเริ่มก่อตั้งขึ้นในปี 2461 ภายในพระราขวังดุสิตเพื่อเป็นแบบทดลองการปกครองระบอบประชาธิปไตย ต่อมาในปี 2462 ได้ย้ายมาอยู่ที่พระราชวังพญาไทเนื่องจากเนื้อที่กว้างขวาง สิ่งก่อสร้างจำลองต่าง ๆ ในดุสิตธานีมีขนาดสูงประมาณ 2-3 ฟุต และประกอบด้วยอาคารขนาดย่อมออกแบบอย่างสมจริงจำนวนหลายร้อยหลังคาเรือน อาทิ สถานที่ราชการ บ้านเรือนราษฎร พระราชวัง ศาสนสถาน ร้านค้า โรงพยาบาล ตลาด โรงแรม ธนาคาร สถานประกอบธุรกิจต่าง ๆ โดยมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานครบถ้วน ภายหลังการสวรรคตของรัชกาลที่ 6 ในปี 2468 เมืองจำลองดุสิตธานีจึงปิดฉากลง บริเวณนี้จัดแสดง Lighting Installation เป็นรูปดอกบัวและดอกกุหลาบพร้อมกับฉากด้านหลังเป็น Glass Screen ฉายวรรคทองจากบทพระราชนิพนธ์เรื่อง มัทนะพาธา เช่น

“ความรักเหมือนโรคา บันดาลตาให้มืดมน

ไม่ยินและไม่ยล อุปสรรคใดใด

ความรักเหมือนโคถึก กำลังคึกผิขังไว้

ก็โลดจากคอกไป บ ยอมอยู่ ณ ที่ขัง”

พระราชวังพญาไท

06 เส้นทางสักการะพระนาคปรกและท้าวหิรันยพนาสูร

พิกัด: วิหารพระมหานาคชินะวร วรานุสรณ์มงกุฎราช และ ศาลท้าวหิรันยพนาสูร

เส้นทางสู่ท้าย พระราชวังพญาไทจัดแสดง Lighting ดอกบัวและไฟย้อมสีต้นไม้เพื่อนำไปสู่การสักการะพระนาคปรกนามว่า“พระมหานาคชินะวร วรานุสรณ์มงกุฎราช” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปประจำพระราชวังพญาไทที่สร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลอุทิศแด่รัชกาลที่ 6 ตามความดำริของพลตรี ปัญญา อยู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเเพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้าในสมัยนั้นด้วยเงินบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธาและมีพิธีมหาพุทธาภิเษกในปี 2533

พระพุทธรูปองค์นี้จำลองแบบมาจากพระมหานาคชินะ ซึ่งรัชกาลที่ 6 ทรงสร้างไว้เมื่อครั้งทรงผนวช ณ วัดบวรนิเวศวิหาร โดยมีลักษณะเด่นคือ นั่งขัดสมาธิราบ มีพญานาคแผ่พังพาน 7 เศียร ตามพุทธประวัติตอนที่พระพุทธเจ้าประทับเสวยวิมุติสุขภายหลังตรัสรู้ และเกิดเหตุการณ์ฝนตกผิดฤดูกาลตลอด 7 วันจนทำให้ พญานาคชื่อมุจลินท์ มาวงด้วยขนดรอบพระพุทธเจ้าและแผ่พังพานเพื่อป้องกันฝนและลมหนาว

ท้าวหิรันยพนาสูร

สำหรับ ท้าวหิรันยพนาสูร เชื่อกันว่าเป็นอสูรผู้มีสัมมาทิฏฐิและสัมมาปฏิบัติคอยติดตามป้องกันภยันตรายทั้งปวงให้กับขบวนเสด็จของรัชกาลที่ 6 ขณะดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมารเมื่อเสด็จประพาสมณฑลพายัพ

เมื่อขึ้นครองราชย์จึงโปรดเกล้าฯ ให้ช่างหล่อรูปหิรันยอสูรด้วยทองสัมฤทธิ์ และทรงพระราชทานนามใหม่ว่า ท้าวหิรันยพนาสูร (สะกดตามลายพระราชหัตถเลขา) มีชฎาเทริดอย่างไทยโบราณ เเละไม้เท้าเป็นเครื่องประดับยศ สำหรับท้าวหิรันยพนาสูรที่พระราชวังพญาไทสร้างเมื่อปี 2465 เพื่อเป็นเทพารักษ์ปกป้องคุ้มครองข้าราชบริพารในพระราชวัง

Fact File

  • งาน “101 ปี พระราชวังพญาไท: THE GLORY OF SIAM” จัดแสดงตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์-16 มีนาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 18.00- 21.30 น. ณ พระราชวังพญาไท (ภายในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า) ถนนราชวิถี กรุงเทพฯ
  • บัตรราคา 200 บาทสำหรับผู้ใหญ่ และ 100 บาทสำหรับเด็ก (6-12 ปี) สามารถซื้อได้ที่หน้างาน หรือจองออนไลน์ผ่าน 3 ช่องทางคือ ZIP EVENT, KK DAY และ AGODA
  • รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก https://www.facebook.com/101wangphyathai
  • สำหรับการชมพระราชวังพญาไทปกติเปิดให้เข้าชมเฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์ แบ่งการนำชมเป็น 2 รอบคือเวลา 9.30 น. และ 13.30 น. มีค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ 40 บาท ผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) 20 บาท เด็ก (10-14 ปี) 10 บาท และสำหรับพระสงฆ์ นักเรียน นักศึกษาในเครื่องแบบ ไม่เสียค่าเข้าชม
  • สามารถชมพระราชวังออนไลน์แบบ 360 องศาได้ที่ https://360.phyathaipalace.org/tour/phya-thai-palace

อ้างอิง:

หนังสือ “พระราชวังพญาไท” โดย ดร.พงษ์ศรี เลขะวัฒนะ (ผู้เรียบเรียงและผู้แปล) และจัดพิมพ์โดย ชมรมคนรักวัง (พิมพ์ครั้งที่สองเมื่อตุลาคม พ.ศ. 2548)

The post 6 พิกัดประวัติศาสตร์ ไฮไลต์ Night Museum ฉลอง 101 ปี พระราชวังพญาไท appeared first on SARAKADEE LITE.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...