โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จบดรามา #ปากีไม่ตรงปก ช่างภาพขอโทษ “ใบเฟิร์น อัญชสา” หลังทัวร์ลงฉ่ำ

Media Tank

เผยแพร่ 19 เม.ย. 2567 เวลา 13.49 น. • THE TANK
จบดรามา #ปากีไม่ตรงปก ช่างภาพขอโทษ “ใบเฟิร์น อัญชสา” หลังทัวร์ลงฉ่ำ

กลายเป็นดรามาร้อนแรงในกลุ่มท่องเที่ยว หลังจากที่นางเอกชื่อดังและเจ้าของเพจท่องเที่ยว Bivoyage อย่าง“ใบเฟิร์น อัญชสา” ได้ออกมาเผยถึงทริปท่องเที่ยวประเทศ ปากีสถาน ซึ่งเป็นทริปในฝันที่รอคอยมานานถึง 10 ปี แต่กลับกลายเป็นความทรงจำอันเลวร้ายทันที - THE TANK

โดย "ใบเฟิร์น อัญชสา" ได้เล่าว่าซื้อ Private photo trip แต่กลับไม่ไพรเวต อีกทั้งช่างภาพไม่ทำหน้าที่ตัวเอง ยืนบังบ้าง ขวางเฟรมภาพบ้าง ที่แสบคือนำสินค้ามารีวิวแล้วรีวิวลงเพจตัวเอง รับงานซ้อนสปอนเซอร์ เกิดเป็นกระแสวิจารณ์กันสนั่นโลกออนไลน์

“สวัสดีค่ะทุกคน เฟิร์นเพิ่งกลับจากทริปปากีมา และจากที่ทุกคนเห็นว่าทำไมเฟิร์นถึงหยุดอัพเดทเพจไปเลยระหว่างทริป เพราะเฟิร์นเจอเรื่องราวมากมายที่ขอมาสรุปในโพสต์นี้ทีเดียว กับทริป #ปากีไม่ตรงปก

1. เฟิร์นอยากไปปากีมานานมากๆ เป็นความฝันมาตลอด 10 ปี และที่ตัดสินใจมาตอนนี้ ไม่ช้าไปกว่านี้ เพราะเฟิร์นตั้งใจจะสร้างครอบครัวแล้ว ประเทศนี้เดินทางลำบากก็เลยต้องรีบเก็บก่อน และเลือกที่จะมากับสามีด้วยเพราะเราอยากมีความทรงจำในสถานที่แห่งความฝันของเฟิร์น

2. เฟิร์นเลือกรูปแบบ Private photo trip เพราะอยากไปแบบส่วนตัว คนน้อยๆ มีคนที่อยากไปโดยจุดประสงค์เดียวกันคือถ่ายรูปสวยๆ และที่สำคัญในรายละเอียดทริประบุว่า มี #ช่างภาพมืออาชีพ ให้สองท่าน คุณจะได้รูปสวยๆ กลับไปแน่นอน และหนึ่งในช่างภาพเป็น #บล็อคเกอร์ ที่เราชื่นชอบผลงาน …. นี่เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่เฟิร์นจอง เพราะเฟิร์นก็อยากมีรูปสวยๆ กับสามีเฟิร์นบ้าง ที่ผ่านมาที่ทุกคนเห็นว่าเฟิร์นไม่มีรูปคู่กันเท่าไหร่ เพราะไม่มีคนถ่ายให้ค่ะ 😅 แต่ทริปนี้ในที่สุดก็จะมีรูปคู่บ้างแล้ว

3. เนื่องจากว่าเราพอจะรู้จักทางช่างภาพส่วนตัว เราเลยถามรายละเอียดทริปผ่านทางช่างภาพมาโดยตลอด เฟิร์นทักไปถามครั้งสุดท้ายในวันที่ 13/2 และทำการจองตั๋วเครื่องบินวันที่ 14/2

4. ในวันที่ 15/2 ทางช่างภาพได้ดึงเราเข้ากรุ๊ปไลน์รวมกับผู้ร่วมทริปท่านอื่น เพื่อที่จะแจ้งว่าทริปนี้จะไม่ใช่ Private trip แต่จะกลายเป็น Join trip …. เอาแล้วสิ กลิ่นเริ่มแปลกๆ แต่ด้วยความไว้ใจเพราะเห็นว่ารู้จักกันอยู่ ก็ไปต่อ (ไม่น่าเลย…)

5. ขอให้ข้อมูลเพื่อความเข้าใจ ‘ปากีสถานเที่ยวเองไม่ได้นะคะต้องมี Local guide นำเที่ยว ส่วนใหญ่เลยจะเป็นรูปแบบที่มีทัวร์ฝั่งไทยจัด และไปร่วมกับฝั่ง Local อีกทีค่ะ‘

6. ช่วงระหว่างเดินทาง 5-15 เมษายน สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ทริปนี้ไม่ใช่ทั้ง private เพราะการที่นำเราไปรวมกับกรุ๊ปทัวร์อื่นๆ อีกถึง 9 คน (ที่ซื้อทัวร์จากที่อื่นมา ไม่ใช่ในรูปแบบ Photo trip แต่ก็ดันต้องเอามารวมกันเพื่อให้เต็มรถ) ทำให้เราไม่สามารถถ่าย Landscape ได้อย่างที่ตั้งใจ เนื่องจากจำนวนคนที่เยอะมากต่อ 1 สถานที่ กับเวลาอันจำกัด

7. ซ้ำแล้วเมื่อบอกว่าเป็น Photo trip ก็ดูจะไม่ใช่อีกเช่นกัน ทั้งรูปแบบการเที่ยวที่เป็นเหมือนทัวร์ปกติ หรือที่บอกว่ามีช่างภาพมืออาชีพ ก็ไม่ได้ช่วยถ่ายรูปให้ลูกทัวร์อย่างคำที่โฆษณา แต่กลับเอาสินค้ามากมายมาถ่ายเพื่อ #รีวิวลงเพจ ของตัวเอง เรียกได้ว่ารับงานซ้อนงาน แต่ให้ความสำคัญกับงานซ้อนมากกว่างานหลัก

8. และถึงแม้ในบางสถานที่จะไม่ได้เอาสินค้ามาถ่ายรีวิวลงเพจตัวเอง แต่ช่างภาพทั้งสองท่าน(ซึ่งเป็นครอบครัวเดียวกัน) ก็มักจะถ่ายรูปกันเองอยู่สองคน

9. นี่ยังไม่นับมารยาทในการถ่ายรูปร่วมกับผู้อื่น ทั้งบังเฟรม ขวางเฟรม หรือการกดดันให้เฟิร์นที่ถ่ายอยู่ตรงนั้นต้องหลบไป ทั้งๆที่เฟิร์นจ่ายค่าทริปมา และเขาเป็นช่างภาพ…. นี่เฟิร์นเข้าใจผิดไปเองหรอว่าเฟิร์นควรจะได้ Priority ในการถ่ายก่อนเขา

10. เมื่อความไม่พอใจเกิดขึ้น เริ่มเกิดการพูดคุยเรื่องเงินส่วนต่างที่ควรจะได้รับเพราะเราไม่ได้เดินทางในรูปแบบที่เราซื้อมา (private tour)

11. ทางช่างภาพแจ้งอยู่หลายครั้งว่าจะประสานทางทัวร์ให้

12. จนวันที่เฟิร์นกลับไทยมา เฟิร์นติดต่อไปทางทัวร์เพื่อร้องเรียนเรื่องที่เกิดขึ้น แต่กลับต้องพบว่า ‘ทางทัวร์ไม่ได้ operate ทริปนี้มาตั้งแต่ 12/2 แล้ว และเงินอยู่ที่ช่างภาพทั้งสองทั้งหมด‘ ……………(เฟิร์นจอง 14/2 แปลว่าจริงๆ ช่างภาพควรจะแจ้งเฟิร์นก่อนจองเพราะมันมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นก่อนแล้ว ถ้าแจ้ง เฟิร์นจะได้ไม่จองไง)

13. สาเหตุที่ทางทัวร์ไม่ได้ operate แล้วเป็นเพราะทางช่างภาพขอเปลี่ยน Local ฝั่งปากี ซึ่งไม่ใช่ partner กับฝั่งทัวร์เดิม จึงทำให้ทัวร์ไม่ได้ดำเนินการกับทริปนี้ต่อ ….. ที่ผ่านมาทางช่างภาพมีโอกาสหลายครั้งที่จะแจ้งพวกเราแต่เลือกที่จะไม่แจ้ง ไม่พอ ยังเลือกที่จะพูดให้ลูกทัวร์เข้าใจว่าเงินทั้งหมดอยู่ที่ทัวร์อีกต่างหาก

14. หลังจากนั้นเฟิร์นได้รับรู้อีกหลายเรื่องที่ทางช่างภาพพูดในวันที่เคลียร์กัน ไม่ตรงกับข้อมูลที่เฟิร์นมาคุยกับทางทัวร์ทีหลัง เช่น บทบาทการมาในครั้งนี้ของทางช่างภาพทั้งสองที่เขาแจ้งว่าเขาไม่ได้ต้องมาถ่ายคนแต่มาเพื่อถ่ายวิว แต่ทางทัวร์แจ้งอย่างชัดเจนว่าได้ตกลงกับช่างภาพว่าต้องมีการถ่ายคนด้วย

ใบเฟิร์น อัญชสา

15. กว่าทางช่างภาพจะยอมรับในข้อนี้ก็ตอนที่เราประชุมรวมกันทุกฝ่าย แต่อย่างไรก็ตาม หลังจบทริปเมื่อเราได้รูปแล้วก็พบว่าช่างภาพทั้งสองไม่ได้ทำหน้าที่ตัวเองอย่างเต็มที่ ลูกทัวร์ไม่ได้มีรูปครบทุกคน ครบทุกสถานที่ … ลูกทัวร์บางคนมีรูปจากตากล้องท่านหนึ่งเพียงแค่ 2 รูปเท่านั้น จากทริป 10 วัน .. ช่างภาพให้เหตุผลว่ามัวแต่โฟกัสกับการถ่ายรีวิวลง #เพจตัวเอง เลยอาจจะทำหน้าที่ไม่ได้เต็มที่

16. ลูกทัวร์ต้องการเหตุผลจากทางช่างภาพว่าทำไมถึงเปลี่ยนโลคอลโดยไม่บอก เพราะนั่นคือสาเหตุที่พวกเราไม่สามารถเดินทางแบบ private photo trip ได้อย่างที่ตั้งใจ ซึ่งเหตุผลที่ทางช่างภาพบอกเป็นการ Discredit คนอื่นที่ไม่มีอะไรพิสูจน์ได้จริง จนสุดท้ายถึงจะพูดว่า ‘กลัวลูกทัวร์จะรู้ว่าใช้โลคอลเจ้าไหนแล้วไปจองตรง หรือถ้าใครได้ราคาดีกว่าแล้วจะมาขายตัดราคา‘
…… เราในฐานะลูกทัวร์เรามองว่าเรื่องนี้ไม่ยุติธรรมกับผู้บริโภคเลย เราควรมีสิทธิเลือก โดยเฉพาะเมื่อคุณไม่สามารถให้สินค้าเราที่ตรงตามคำโฆษณาได้

17. มาถึงตรงนี้เราเริ่มสับสนบทบาทแล้วว่าสรุปช่างภาพทั้งสองมาในฐานะอะไรกันแน่? ช่างภาพก็ไม่น่าใช่เพราะไม่ได้ทำหน้าที่ตรงนี้ … เพื่อนชวนเที่ยว? ก็ไม่น่าใช่เพราะทั้งสองท่านยอมรับด้วยตัวเองว่าต้องการกำไรจากการจัด … หรือจะเป็นทัวร์? แต่เป็นทัวร์มันต้องมีใบอนุญาตนี่นะ ไม่ใช่ใครก็ทำได้ ก็แปลว่า?

18. ถึงแม้จะมีรายละเอียดอื่นๆมากกว่านี้แต่เราขอสรุปเลยแล้วกันค่ะว่าลูกทัวร์ได้เงินคืนจากตากล้องกันคนละ 8,400 บาท แต่ถ้าถามเรามันไม่ได้มีความหมายอะไรมากมายถ้าเทียบกับสิ่งที่เราเสียไป เวลา ความรู้สึก ประสบการณ์ ความทรงจำต่างๆที่มันแย่มากๆ ความฝันเป็น 10 ปีของเรามันกลายเป็นแบบนี้ ทริปนี้รูปคู่เราก็เป็นรูปเซลฟี่เหมือนเดิม บางสถานที่สวยๆ ก็ไม่ได้มีรูปถ่ายด้วยซ้ำ

19. จริงๆ เรื่องนี้เราตั้งใจจะเล่าแค่ในเฟสบุคส่วนตัวที่มีเพื่อนหลักร้อยเท่านั้น แต่หลังจากลงไปมีคนแจ้งเรื่องเพิ่มเติมของช่างภาพทั้งสองถึงความไม่โปร่งใสและความไม่โปรในการทำงาน ทำให้เราตัดสินใจลงเรื่องราวในเพจเพื่อ #เตือนภัย

20. ใครจะซื้อทัวร์อะไรอย่าดูเพียงแค่ผลงาน ให้ดูประสบการณ์จริงจากผูัร่วมทริปก่อนๆ ด้วย และก่อนไปทัวร์ไหนอย่าลืมถามหาใบอนุญาตนะ อันนี้สำคัญมาก บางคนรู้หน้าไม่รู้ใจ ขนาดรู้จักกันยังไม่รู้ใจกันเลย

21. และสำหรับคนทำงานก็ขอฝากไว้ มีฝีมือก็ใช้ฝีมือทำงาน อย่าใช้หัว(หมอ) ทำงานเลยค่ะ เงินอะใครก็อยากได้ แต่อย่าอยากได้เงินบนความเดือดร้อนของคนอื่นแบบนี้เลยค่ะ #ฝากไว้ให้คิด

ปล. ทัวร์โลคอลฝั่งปากีดีมากๆค่ะ (ใครอยากไปปากีแล้วอยากได้ชื่อทัวร์โลคอล เฟิร์นพร้อมแนะนำต่อนะคะ เค้าดูแลดีจริงๆ) น้าๆบนรถที่ได้ร่วมทริปกันก็ดีมากๆ เพื่อนร่วมทริปคนอื่นๆ ก็ดีมากเลยค่ะ ในเรื่องที่เกิดขึ้นก็ยังเจอคนดีอยู่นะ ขอบคุณทุกคนค่ะ”

ใบเฟิร์น อัญชสา

ทันทีที่มีข่าวออกไป ก็มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Nelson Thaksakorn ได้ออกมายอมรับและขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น

“สวัสดีครับทุกคน ผมเนลสันและนิว นะครับ

ผมและนิวอยากแสดงความขอโทษในฐานะช่างภาพประจำ photo trip ปากีสถาน เมื่อวันที่ 5-15 เมษายนที่ผ่านมา และขอยอมรับความผิดพลาดทุกประการที่เกิดขึ้น ทั้งการปฏิบัติหน้าที่ช่างภาพได้ไม่ดี การดูแลจัดการทริปได้ไม่ดี ซึ่งทำให้ผู้ร่วมทริปเสียความรู้สึกอย่างไม่น่าให้อภัย

รวมไปถึงการที่ผมกล่าวว่า ผมมาทำหน้าที่ ถ่ายภาพ landscape ซึ่งเป็นการปัดความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเอง ผมต้องขอโทษที่พูดออกไปโดยไม่ทันได้ไตร่ตรองให้ดี และไม่ได้ตระหนักว่าตนเองมาทริปในฐานะ หน้าที่อะไร

อีกทั้ง เราสองคนเองได้ทำสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่งในฐานะผู้ดูแลทริป ซึ่งก็คือการนำสินค้าไปรีวิวระหว่างทริป จนทำให้ปล่อยปละละเลยหน้าที่สำคัญ คือการดูแล และถ่ายภาพให้กับผู้ร่วมทริป ซึ่งต้องขออภัยผู้ร่วมทริป และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ทำให้เกิดความเสียหาย

อีกสิ่งหนึ่งที่ผมและนิวต้องการขออภัยผู้ร่วมทริปนั่นก็คือ การบังมุมคนอื่นๆ ซึ่งหลายครั้ง ผมก็สนใจอยากถ่ายภาพที่อยู่ตรงหน้า จนทำให้ไปบังกล้อง และปรากฏอยู่ในกล้องของผู้ร่วมทริปท่านอื่นๆ รวมไปถึงการถ่ายภาพของตนเองก่อนผู้ร่วมทริป ซึ่งเป็นการประพฤติอย่างไม่มีความเป็นมืออาชีพในฐานะช่างภาพ ที่จำเป็นต้องแนะนำเทคนิคการถ่ายภาพ และถ่ายภาพให้ผู้ร่วมทริปก่อนตนเอง

ผมและนิวรู้ตัวดีว่า ไม่สามารถชดเชยความรู้สึกเหล่านั้นกลับคืนมาให้กับผู้ร่วมทริปทุกท่านได้ สิ่งที่ผมและนิวได้รับในวันนี้ ถือว่าสมควรแล้วกับการกระทำของเราสองคน

ผมและนิวจะนำบทเรียนที่ได้รับในครั้งนี้ มาเป็นเครื่องเตือนใจ และปรับปรุงตนเองต่อไป”

Nelson Thaksakorn
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...