Tiktok ไล่บี้ Meta ล้ม เฟซบุ๊ก ชนะขาด ปิดการขายเร็ว ที่สุด
TikTok ไล่บี้ยักษ์ Social Platform- Market Place ยกแผง สะเทือนบ้าน Meta - Shopee - Lazada “เฟซบุ๊ก” อ่วมสุดแอคทีฟยูสเซอร์ตีคู่ 40 ล้าน เสียแชมป์ “ปิดการขาย” เร็วที่สุด
ปฎิเสธไม่ได้ว่าแม้ “ติ๊กต่อก” แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นที่แม้จะเข้ามาในสมรภูมิ Social Platform และ Market Place ช้ากว่าเพื่อน แต่กลับมีอัตราการเติบโตที่น่าจับตามองอย่างมาก โดยปัจจุบันมีผู้ใช้งานใน Southwest Asia อยู่ที่ 325 ล้านยูสเซอร์ และในประเทศไทย มีครีเอเตอร์มากกว่า 3 ล้านคนที่สร้างรายได้จาก TikTok และมีผู้ขายมากกว่า 2.4 ล้านคน โดย 99% เป็นผู้ขายในประเทศ
TikTok Becomes Super Platform
ภวัต เรืองเดชวรชัย ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มีเดียอินเทลลิเจนซ์กรุ๊ป จำกัด ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า “ติ๊กต่อก” กลายเป็นแพลตฟอร์มที่สมบูรณ์แบบและทรงพลัง ทั้ง 3 ด้านคือ Social, Content Discovery, E-commerce และกลายเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของ Social Platform อย่าง Meta และ Market Place อย่าง Shopee และ Lazada
“ต้องยอมรับว่า ติ๊กต่อก สมบูรณ์แบบมากจนสามารถเรียกได้ว่าเป็นเป็น Super platform ที่ทรงพลังทั้งในมุมของ Social Media และมุมของการซื้อขาย คู่แข่งของTikTok ในตอนนี้ไม่ใช่แค่ Meta หรือ X (Twitter) อย่างเดียว แต่คู่แข่ง ติ๊กต่อก ตอนนี้คือ E-Market Place ชัดเจน เพราะครบเครื่องในทุกมุมทั้ง Social, Content Discovery และในมุมของการขาย”
ชนะขาดบ้าน “Meta” ทั้ง Engatement และปิดการขาย
“ตัวเลขจากทั้ง ติ๊กต่อกเองหรือ E-commerce เจ้าอื่นสะท้อนออกมาชัดเจนว่า ยอดขายบนTikTok เติบโตอย่างมีนัยยะสำคัญและปิดการขายได้เร็วกว่า Facebook มาระยะหนึ่งแล้วและกลายเป็นแพลตฟอร์มที่สามารถปิดยอดขายได้เป็นอันดับ 1 ไปแล้ว”
อย่างไรก็ตามในมุมของนักการตลาดมักจะใช้ฟังก์ชันการขายใน 2 มุม คือผ่าน E-Market Place โดยตรงเช่น shopee, Lazada ซึ่งในเชิงวอลลุ่มจะให้ผลลัพธ์ดีที่สุด ส่วนในมุมของการสร้างแบรนด์ และUpper Funnel นั้น Facebook, IG, X(Twitter) ยังสามารถทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี
“ติ๊กต่อก เป็นแพลตฟอร์มที่ขมวดทั้ง 2 ฟังก์ชันนี้เข้าด้วยกันและไปได้ดี แม้ในมุมตัวเลขคอมเมิร์ซ ติ๊กต่อก จะสู้แพลตฟอร์มอย่าง Shopee,Lazada ไม่ได้ แต่ถ้ามองในมุมโซเชียล ติ๊กต่อก ชนะบ้าน “Meta” ไปชัดเจนแล้วในมุมของ Engatement และยิ่งบวกกับเรื่องการปิดการขายเข้ามา ติ๊กต่อก ชนะขาด”
เมื่อย้อนกลับมาดูตัวเลขผู้ใช้งานแพลตฟอร์มTikTok ซึ่ง MI ประเมินว่ามีคนไทยใช้งานมากกว่า 40 ล้านคนที่เป็น Active User ซึ่งใกล้เคียงกับ Facebook ที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 40 กว่าล้านคนเช่นเดียวกัน แต่หากเป็นตัวเลขรวมผู้ใช้งานทั้งหมดเชื่อว่าอาจทะยานขึ้นไปถึง 50 ล้านUserเลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ตามนักการตลาดไม่ได้มองตัวเลขนี้เพราะมีกลุ่มที่ใช้งานน้อยมากเฉลี่ยเดือนละ 1-2 ครั้งหรือดาวน์โหลดไว้แต่ไม่ได้ใช้งานรวมกัน
TikTok ครบเครื่องทรงพลังแต่ยังไม่แรงพอกินรวบตลาด
“ภวัต” กล่าวต่อไปว่าแม้ ติ๊กต่อก จะเป็นแพลตฟอร์มทรงพลัง แต่ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้เทรนด์ของคนไทยมีการใช้งานแพลตฟอร์มที่กระจัดกระจายมากขึ้น ความหมายคือแน่นอนว่า TikTok กลายเป็นแพลตฟอร์มที่มีสเกลใหญ่ มีคนเข้าไปใช้งานจำนวนมากระดับเดียวกันกับ Facebook แต่เด็ก GEN-Z และ Alpha มีการใช้งานแพลตฟอร์มออนไลน์ที่กระจัดกระจายมากขึ้น นั่นหมายความว่าผู้ประกอบการหรือนักการตลาดจะทำงานยากขึ้นในมุมของการเก็บข้อมูลที่ไม่สามารถเหมารวมคน 60-70 ล้านคนได้ทั้งหมด
“กลุ่มเด็กๆจะมี platform ของตัวเองที่ชัดเจนขึ้น คนเข้ามาใช้TikTok ไม่ได้มาหาเพื่อน แต่มาหา Content Discovery ที่ Ai หามาให้ตรงกับความสนใจ โดยผู้ใช้ไม่จำเป็นต้อง Follow ใครซึ่งทุกเจ้าก็พยายามทำแต่ความโดดเด่นอยู่ที่TikTok
ส่วน X หรือ LINE ชัดเจนว่าเป็นแพลตฟอร์มที่ใช้ Connect คนที่ชอบ ครอบครัว ญาติ เพื่อน ศิลปินต่างๆ ขณะที่ Meta เองทั้ง IG และ facebook ที่อยู่มานานวันนี้การปรับตัวจึงเป็นสีเทาคือเป็นทั้ง Content Discovery และเป็นทั้ง connecting กับ community ของผู้ใช้
ส่วนContent Discovery ปัจจุบันมีอยู่ 2 แพลตฟอร์มก็คือ YouTube ซึ่งปิดการขายยากเป็นแพลตฟอร์มที่ต้องมีการกระโดดหรือกดลิงค์ไปที่มาร์เก็ตเพลส ขณะที่ TikTok สามารถลากคนเข้ามาดู Content และปิดการขายได้เร็วในตัวเอง ขณะที่แพลตฟอร์มอื่นยังต้องมีการกระโดดเข้าไปที่ marketplace เพราะไม่สามารถที่จะลากหรือป้ายยาได้ใน marketplace โดยตรง”
จากภาพดังกล่าวจะเห็นว่าการแข่งขันของ Social Platformและ Market Place ทวีความรุนแรงมากขึ้น เมื่อ Social Platform เริ่มรุกคืบเข้ามาแชร์ส่วนแบ่งของ Market Place ทีละน้อยๆ จากนี้คงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดว่า TikTok จะสามารถทะยานไปได้ไกลแค่ไหน หรือบ้าน “Meta” จะงัดไม้เด็ดจนพลิกกลับมาเป็นแพลตฟอร์มที่ทรงพลังได้อีกครั้งหรือไม่