"ใจบัว ฮิดดิง" ลั่น จบ! ความสัมพันธ์เพื่อน 10 ปี
"ใจบัว ฮิดดิง" ลั่น จบ! ความสัมพันธ์เพื่อน 10 ปี เชื่อทุกอย่างชัดเจนแล้ว - เผย! สภาพจิตใจเริ่มดีขึ้น
วันนี้ (09 ส.ค. 65) เวลา 10.30 น. ที่สำนักงาน sittra law firm ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด พร้อมด้วย นางสาวใจบัว ฮิดดิง ร่วมแถลงข่าวเปิดใจกรณีถูกตำรวจรายหนึ่ง กระทำอนาจารที่หมู่บ้านย่านคู้บอน
ทนายตั้ม เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่าอย่างที่ทราบว่ามีการแจ้งความดำเนินคดีกับสารวัตร สน.บางพลัด ในข้อหาอนาจารต่อหน้าธารกำนัล เบื้องต้นผู้ต้องหาไปรับทราบข้อกล่าวหาและพิมพ์ลายนิ้วมือแล้ว แต่ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา รวมทั้งมีพยานเข้าไปให้ปากคำเพิ่มเติมแล้ว 2 ปาก แต่ในส่วนของเพื่อนน้องใจบัวที่พนักงานสอบสวนมีการเรียกมาให้ปากคำนั้นยังไมายอมมาให้ปากคำ และทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล 7 ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบว่าเรื่องนี้กระทำผิดวินัยร้ายแรงแค่ไหน และคงต้องให้น้องใจบัวเข้าให้กับคณะกรรมการสอบสวนอีกครั้งหนึ่ง
ด้านนางสาวใจบัว กล่าวว่าที่ตนออกมาพูดเพราะสภาพจิตใจเริ่มดีขึ้นและไม่อยากให้ใครตกเป็นเหยื่อแบบนี้อีก ตนโทษตัวเองตลอดว่าดูแลตัวเองไม่ดีและไว้ใจเพื่อนมากเกิน รวมถึงในบ้านก็เป็นตำรวจไม่คิดว่าตำรวจจะทำแบบนี้
โดยเหตุการณ์ในวันนั้นตนได้ไปงานวันเกิดรุ่นพี่ ช่วงตี 1-2 ตนได้เจอกับเพื่อนที่รู้จักกันมากว่า 10 ปี ตนตั้งใจจะไปกินข้าวต่อเลยติดรถเพื่อนไป แต่เพื่อนเปลี่ยนแพลนจะไปบ้านรุ่นพี่คนหนึ่ง ด้วยฝนตกหนักตนจึงติดรถไปด้วยเพื่อจะไปเรียกแท้กซี่แถวบ้านรุ่นพี่ และเพื่อนได้บอกให้ไปนั่งรอภายในบ้าน ตนก็ได้เจอกับรุ่นพี่และตำรวจคนดังกล่าวก็มีการพูดคุยกันเล็กน้อย รวมทั้งดื่มกันปกติ ตนจึงขอกลับบ้านแต่เพื่อนบอกรอกลับพร้อมกันไปนั่งรอที่โซฟาก่อน ด้วยความที่ตนง่วงจึงงีบหลับไป รู้ตัวอีกทีตอนเช้าก็เห็นตำรวจคนนั้นนอนอยู่ข้าง ๆ และใช้มือจับหน้าอกตนอยู่ ก่อนที่ตำรวจคนนั้นจะลุกลี้ลุกลนไปนั่งโต๊ะกินข้าว ตนมองไปรอบ ๆ ไม่เขอเพื่อนแล้วจึงทักหาคนที่ตนรู้จักที่นั่งอยู่โต๊ะกินข้าว เพื่อบอกว่าตำรวจคนดังกล่าวลวนลามตน แต่เพื่อนเหมือนไม่กล้าพูดอะไรแล้วบอกให้ตนตะโกนว่าให้ไปส่งหน่อย โดยในตอนที่ไปมีเพื่อนไปด้วย 4-5 คนแต่ช่วงเกิดเหตุเหลือเพื่อนแค่ 2 คน และขณะเกิดเหตุทุกคนตื่นแล้ว ตนคิดว่าตำรวจรายดังกล่าวไม่ได้เมา ยังคงมีสติดีเพราะเมื่อตนเห็นเขาก็ลุกลี้ลุกลนออกไปนั่งที่โต๊ะกินข้าว ไม่มีอาการเหมือนคนเมา
นางสาวใจบัว เปิดเผยต่อว่าทุกวันนี้ลึก ๆ ในใจก็สงสัยกลุ่มเพื่อนในคืนนั้น เพราะยังไม่มีใครเข้าให้การกับพนักงานสอบสวน และรู้สึกแย่ พยายามจะเข้าใจเพื่อนแต่ก็เข้าใจไม่ได้ ตนยังถามเพื่อนว่าจะไม่เห็นได้อย่างไร ทำไมปล่อยให้ตำรวจรายดังกล่าวมานอนข้างตน ต่อให้ไม่เห็นว่าเขาทำอะไรตน แต่ไม่เอะใจบ้างเลยหรอที่ปล่อยให้เขามานอนข้างตน เพราะขณะนั้นเพื่อนก็ไม่ได้นอนหลับ ส่วนความสัมพันธ์ 10 ปี กับเพื่อนคิดว่าจะจบ และไม่มีอะไรจะถามเพราะคิดว่าทุกอย่างมันชัดเจนแล้วกับการที่ติดต่อไปแต่เพื่อนไม่รับสาย