โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดปมลอบสังหาร “ชินโซ อาเบะ”

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 08 ก.ค. 2565 เวลา 13.27 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2565 เวลา 13.27 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ญี่ปุ่น 8 ก.ค. - เหตุลอบสังหารอดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น "นายชินโซ อาเบะ" ทำให้ทั่วโลกประหลาดใจว่าทำไมในญี่ปุ่นจึงเกิดเหตุร้ายจากอาวุธปืน และยิ่งเป็นความรุนแรงทางการเมืองยิ่งไม่น่าเกิดขึ้นในประเทศที่ปลอดภัยและคุมเข้มอาวุธปืน

หลังจากคำพูดสุดท้าย และวาระสุดท้ายของอดีตผู้นำญี่ปุ่นที่โลดแล่นทางการเมือง ครองตำแหน่งนายกรัฐมนตรียาวนานที่สุด

กระสุนสองนัดจากด้านหลังได้พรากชีวิตของนายชินโซ อาเบะ ในระหว่างกำลังกล่าวปราศรัยช่วยพรรคหาเสียงเลือกตั้งวุฒิสมาชิก ในจังหวัดนารา อดีตผู้นำได้รับการยืนยันว่าถึงแก่อสัญกรรมในเวลาต่อมา

ทั่วญี่ปุ่นและทั้งโลกมีคำถามด้วยความตื่นตระหนก เกิดอะไรขึ้น เหตุใดจึงเกิดเหตุร้ายเช่นนี้ในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่มีความปลอดภัยสูงมาก อาวุธปืนมาจากไหน กฎหมายควบคุมอาวุธปืน และมือปืนคือใคร ต้องการอะไร

คนร้ายชื่อ ยามากามิ เทตสึยะ อายุ 41 ปี ถูกจับได้ในที่เกิดเหตุ เขาให้การกับตำรวจว่า ต้องการปลิดชีวิตนายอาเบะ ด้วยความไม่พอใจ เจตนาที่จะสังหารนายอาเบะ เขาใช้ทักษะที่น่าจะได้จากการทำงานกับกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลของญี่ปุ่น เป็นเวลา 3 ปี ทำปืนลูกซองแฝดขึ้นเอง

นายชินโซ อาเบะ จากไปขณะอายุ 67 ปี ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครั้งแรกเมื่อปี 2549-2550 ต่อมาได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งระหว่างปี 2555-2563 แล้วต้องลาออกเพราะปัญหาสุขภาพ

ระหว่างอยู่ในตำแหน่ง นักการเมืองสายเหยี่ยวสร้างผลงานพร้อมเสียงวิจารณ์ไปพร้อมๆ กัน จากแนวนโยบายอาเบะโนมิคส์ ที่ยังคงสานต่อมา มีเสียงชื่นชมที่ช่วยสร้างงาน สร้างเงิน ปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ จนถึงปัจจุบัน

งานด้านโยบายต่างประเทศและความมั่นคงที่แข็งกร้าว ผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เปิดทางและเพิ่มบทบาทญี่ปุ่นทางการทหารมากขึ้น ที่สร้างความคลางแคลงใจให้กับประเทศเพื่อนบ้าน

ในวันนี้เขาจะไม่ได้ถูกจดจำเพียงแค่อาเบะโนมิคส์ หรือนายกฯ สายเหยี่ยว เท่านั้น แต่จะเป็นนักการเมืองคนสำคัญที่ถูกลอบสังหาร.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...