โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“สะพานเหล็ก” จากแหล่งค้า “กาม” ก่อนกลายมาเป็นแหล่งค้า “เกม”

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 12 พ.ย. 2566 เวลา 14.18 น. • เผยแพร่ 10 พ.ย. 2566 เวลา 07.16 น.
นางระบำ สะพานเหล็ก เคยเป็นแหล่ง โสเภณี มาก่อน

เมื่อครั้งยังเด็กผู้เขียนมีความผูกพันกับ สะพานเหล็ก มาก แม้จะเป็นเด็กต่างจังหวัดเพราะเครื่องเล่นเกมคอนโซลสมัยนั้นไม่ใช่สินค้าที่หาซื้อได้ง่าย ๆ อีกทั้งราคาก็แพง อยากจะได้เครื่องเกมใหม่ ๆ จึงต้องถ่อเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ เพื่อซื้อ เครื่องเกม ในสะพานเหล็ก

นอกจากเกมแล้ว สะพานเหล็กในสมัยก่อนยังมีของเล่นต่าง ๆ และเครื่องใช้ไฟฟ้าทันสมัย แต่ตอนนี้ทั้งหมดก็กลายเป็นเพียงอดีต เมื่อ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ที่เพิ่งถูกสั่งพักงานมาหมาด ๆ ด้วยอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ) สั่งให้ผู้ค้าทั้งหมดรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและสินค้าทั้งหมดออกจากพื้นที่ตลาดสะพานเหล็กเมื่อเดือนตุลาคมปี 2015

ส่วนสาเหตุอันเป็นที่มาของคำสั่ง ตามรายงานของมติชนออนไลน์ระบุว่า “เนื่องจากที่ผ่านมาบริเวณดังกล่าวถือว่ามีปัญหาความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยมาเป็นเวลานาน และถูกควบคุมด้วยกลุ่มผู้มีอิทธิพล”

นอกจากนี้ สะพานเหล็กยังเป็นพื้นที่สำคัญทาง “ประวัติศาสตร์” จึงต้องเข้าไปจัดระเบียบ เพื่อเปลี่ยนสะพานเหล็กเป็นพื้นที่สันทนาการของประชาชน และพัฒนาลำคลองให้กลับมาใสสะอาด

เมื่อพูดถึงประวัติศาสตร์แล้ว สะพานเหล็กถูกสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อปี 2438 เพื่อรองรับการขยายถนนเจริญกรุง และด้วยอายุอานามนับร้อยปี สะพานเหล็กจึงผ่านร้อนผ่านหนาวมานาน กว่าจะกลายมาเป็นแหล่งชุมนุมของเกมเมอร์ในยุค 90 และครั้งหนึ่งพื้นที่แห่งนี้ยังเคยเป็นแหล่งชุมนุมของ “ผู้ให้บริการทางเพศ” มาก่อนด้วย

นนทพร อยู่มั่งมี ผู้เขียนเรื่อง “กรุงเทพฯ ราตรี” : ความบันเทิงและการเสี่ยงภัยของชาวเมืองหลวงสมัยรัชกาลที่ 5 ใน ศิลปวัฒนธรรม ฉบับ กรกฎาคม 2556 กล่าวว่า “การสำรวจของรัฐในปี พ.ศ. 2452 พบว่ามีโรงหญิงโสเภณีของไทยหลายแห่งในย่านถนนวรจักร ตรอกบ่อนสะพานเหล็ก สะพานเฉลิม 45 และตลาดพลู”

หลายท่านคงทราบอยู่แล้วว่า “การค้าประเวณี” นั้นมิได้เป็นสิ่งต้องห้ามเด็ดขาดในประเทศไทยสมัยที่ยังเรียกว่าสยาม แต่มีการควบคุมผ่านพระราชบัญญัติป้องกันสัญจรโรค ร.ศ. 127 ซึ่งมีข้อกำหนดต่าง ๆ เช่น ให้นายโรงหญิงนคร โสเภณี ต้องเป็น “ผู้หญิง” และต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ส่วนผู้หญิงที่จะมาประกอบวิชาชีพนี้ก็ต้อง “ขึ้นทะเบียน” ขอใบอนุญาต ผ่านการรับรองว่าไม่เป็นโรคด้วย เป็นต้น

แต่การค้ากามในย่านสะพานเหล็กในสมัยก่อนนั้น สาว ๆ ส่วนใหญ่เป็น “โสเภณี” ไร้สังกัด เห็นได้จากคำบอกเล่าของขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาณจนาคพันธุ์) ที่นนทพรได้ยกอ้างไว้ในบทความเดียวกันว่า

“สะพานเหล็กนี้ส่วนมากหรือแทบทั้งหมดเป็นพวกที่เรียกว่า ‘เถื่อน’ คือไม่มีตั๋วอยู่ประจำโคมเขียวถึงเวลาค่ำก็เที่ยวเร่ร่อนอยู่แถวโรงบ่อน สะพานเหล็ก โรงหนังญี่ปุ่น และโรงหวย ที่ชอบยืนพิงราวสะพานเหล็กก็มีหลายคนเสมอ เวลามีคนไทยเดินข้ามสะพานนางก็ทักทายปราศรัย ปะเหมาะชอบมาพากลก็พาไปที่ห้องพักแถวนั้น ราคาตามปกติก็บาทเดียว และอาจสูงขึ้นไปถึงหกสลึงได้ แต่ราคานี้ตอนหัวค่ำ พอดึกเข้าหน่อยโรงหนังเลิก โรงบ่อนเลิกคนไทยก็ค่อย ๆ ซาไป เลยเกิดมีสักวาขึ้นว่า ‘สักวาเดือนหงายขายห่อหมก พอเดือนตกเจ๊กต่อน่อจี๊’ เป็นอันว่าเจ๊กแป๊ะอะไรก็ช่าง ได้น่อจี๊ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย (น่อจี๊ เท่ากับสองสลึง)”

นั้นก็เป็นประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งของ สะพานเหล็ก ซึ่งเคยมีทั้งบ่อนทั้งซ่อง ก่อนจะมาเป็นย่านการค้าเครื่องเล่นเกมและเครื่องใช้ไฟฟ้าในยุคหลัง และกำลังจะกลายเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจให้กับประชาชนตามนโยบายของผู้ว่าฯ สุขุมพันธุ์ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าประวัติศาสตร์หน้าต่อไปของสะพานเหล็กจะยังเป็นไปตามโครงการของผู้ว่าฯ รายนี้หรือไม่ เมื่อสุขุมพันธุ์ได้ถูกสั่งพักงานด้วยอำนาจพิเศษไปเสียแล้ว

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 30 สิงหาคม 2559

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...