โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปริศนา 'จารึกเวียงห้าว' อักษรมอญโบราณหริภุญไชย หรือควรเป็นอักษรธัมม์ล้านนายุคแรก? (1) / ปริศนาโบราณคดี : เพ็ญสุภา สุขคตะ

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 30 มิ.ย. 2565 เวลา 08.01 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2565 เวลา 08.00 น.

ปริศนาโบราณคดี

เพ็ญสุภา สุขคตะ

ปริศนา ‘จารึกเวียงห้าว’

อักษรมอญโบราณหริภุญไชย

หรือควรเป็นอักษรธัมม์ล้านนายุคแรก? (1)

2 เดือนก่อนช่วงที่ดิฉันกำลังช่วยคุณพันธุ์นพิต โชติสุขรัตน์ เตรียมจัดงาน 100 ปีชาตกาลอาจารย์สงวน โชติสุขรัตน์ อยู่อย่างคร่ำเคร่งนั้น

หนึ่งในคณะบุคคลที่เราจำเป็นต้องขอสัมภาษณ์อย่างไม่มีข้อแม้ก็คือ “พ่อหนานศรีเลา เกษพรหม” เนื่องจากท่านเคยทำงานด้านการปริวรรตตัวอักษรล้านนาอย่างใกล้ชิดกับ “ดร.ฮันส์ เพนธ์” นักจารึกวิทยาชาวเยอรมัน ที่สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มาก่อน

ในฐานะที่ ดร.ฮันส์ เพนธ์ เป็นเพื่อนสนิททางวิชาการท่านหนึ่งของอาจารย์สงวน โชติสุขรัตน์ ในเมื่อเราไม่ทันสัมภาษณ์ ดร.ฮันส์ เพนธ์ ถึงเรื่องอาจารย์สงวน เหตุที่ท่านเสียชีวิตไปนานกว่า 10 ปีแล้ว เราจึงคิดว่าอย่างน้อยที่สุดขอให้ได้ไถ่ถามเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่าง ดร.ฮัน เพนธ์ กับอาจารย์สงวน ผ่านคำบอกเล่าจากปากพ่อหนานศรีเลาก็ยังดี

โชคดีซ้ำสอง นอกจากจะได้ข้อมูลที่ต้องการในโชคชั้นแรกแล้ว ณ บ้านพ่อหนานศรีเลาซึ่งปรับพื้นที่เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านเอกสารโบราณ (ตั้งอยู่แถววัดไชยสถาน อำเภอสารภี เชียงใหม่) นั้น เรายังได้พบกับ “ศิลาจารึกชิ้นสำคัญมากที่สุด” หลักหนึ่งอีกด้วย โดยพ่อหนานศรีเลาได้ขอยืมจาก “คลังข้อมูลจารึกล้านนา” สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มาเป็นตัวอย่างใช้ศึกษาในแหล่งเรียนรู้ของท่าน

จารึกหลักดังกล่าวมีชื่อเรียกว่า “จารึกเชียงราย 3” หรืออาจเรียกว่า “จารึกเวียงห้าว” ก็ย่อมได้ เนื่องจากสถานที่พบคือ เวียงโบราณแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ใน ต.เวียงห้าว อ.พาน จ.เชียงราย

ทว่า หนังสือชื่อ “ประชุมจารึกล้านนา เล่มที่ 13 : จารึกในจังหวัดเชียงราย” จัดทำโดยสถาบันวิจัยสังคม มช. เมื่อปี 2551 ได้ให้ชื่อ “จารึกเวียงห้าว” ไว้กับจารึกอีกหลักหนึ่งแล้ว ซึ่งเขียนด้วยตัวอักษรฝักขาม (ไทล้านนาที่รับอิทธิพลสุโขทัย) หมายความว่าที่เวียงห้าวนี้พบจารึกถึง 2 หลัก

ในบทความนี้จักไม่ขอกล่าวถึงจารึกเวียงห้าวอีกหลักหนึ่งที่เขียนด้วยตัวฝักขาม แต่จะขอโฟกัสไปที่จารึกชื่อ “เชียงราย 3” ซึ่งพบที่เวียงห้าวเช่นกัน การที่ดิฉันไม่อยากเรียกว่าจารึกเชียงราย 3 เพราะชื่อนี้กว้างเกินไป ไม่สามารถมองเห็นภาพชัดเจนว่าได้มาจากที่ไหน บทความนี้จึงขออนุญาตเรียก “จารึกเชียงราย 3” ว่า “จารึกเวียงห้าว” แทน

ข้อมูลเกี่ยวกับจารึกหลักนี้ในหนังสือระบุว่า เป็นจารึกรูปใบสีมาบนแผ่นหินสีเทาอมน้ำตาล ความสูง 36 ซ.ม. กว้าง 26 ซ.ม. และหนา 5 ซ.ม. ตัวอักขระเขียนสองด้าน ด้านหน้าเขียนเต็มแน่นทุกบรรทัด ด้านหลังเขียนเพียงเฉพาะส่วนล่าง

ผู้ค้นพบจารึกหลักนี้เมื่อปี 2515 คือ “พ่อหนานอินทร์ สุใจ” ปราชญ์คนสำคัญของเมืองพาน ท่านเสียชีวิตไปแล้วเมื่อราว 5-6 ปีก่อน หากยังมีชีวิตอยู่ก็จะมีอายุราว 98 ปี ถือเป็นเพื่อนรักร่วมรุ่นอีกท่านหนึ่งของอาจารย์สงวน โชติสุขรัตน์ ทราบจากบันทึกเอกสารที่มีมิตรไมตรีต่อกันมาอย่างยาวนาน

พ่อหนานอินทร์เก็บจารึกหลักนี้ไว้ที่บ้านของท่านนานหลายปีแล้ว จนกระทั่งต่อมาได้นำจารึกนี้ไปมอบให้นายพิมพ์ บุญล้อม สมัยที่ยังเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการประถมศึกษา สำนักงานประถมศึกษาเชียงราย (ไม่มีการระบุปี พ.ศ. ที่พ่อหนานอินทร์มอบจารึกให้นายพิมพ์ บุญล้อม) ปัจจุบันทราบจากทายาทว่านายพิมพ์ได้เสียชีวิตไปนานหลายปีแล้วเช่นกัน

ในที่สุดนายพิมพ์ได้มอบจารึกหลักดังกล่าวให้แก่สถาบันวิจัยสังคม มช. ราวปี 2550-2551

ปัญหาคือ เราไม่อาจทราบได้ว่า จุดไหนในบริเวณเวียงห้าวล่ะหรือ ที่พ่อหนานอินทร์ สุใจ ค้นพบจารึก ลึกจากชั้นดินกี่เมตร ตกอยู่ในร่องน้ำ คูเวียง หรือโผล่มาจากโคนต้นไม้ใด? เนื่องจากเวียงห้าวนี้มีอาณาบริเวณกว้างใหญ่ไพศาลมาก เป็นเรื่องที่น่าเสียดายยิ่งที่พวกเราไม่มีโอกาสได้ทราบข้อมูลในส่วนนี้

แล้วจารึกเวียงห้าวสำคัญอย่างไร? เหตุไฉนดิฉันจึงต้องมารู้สึกเสียดายต่อการที่เราไม่อาจทราบข้อมูลชั้นต้นเมื่อแรกพบจารึก จะอะไรกันนักกันหนาเล่า ก็ไหนว่าในเขตอำเภอพาน ได้มีการค้นพบจารึกมากถึง 10 หลักเศษๆ ยังไม่เพียงพออีกล่ะหรือ

ความสำคัญของจารึกเวียงห้าวมีมากมายแค่ไหน เชิญติดตามอ่านทีละประเด็น

ตัวอักษรมอญโบราณ

หรืออักษรธัมม์ล้านนายุคแรก?

ความพิเศษสุดของจารึกหลักนี้อยู่ที่ “รูปแบบตัวอักษร” ที่ใช้จาร ซึ่งมีความกำกวม ยากแค้นแสนเข็ญ ยังไม่อาจฟันธงได้แน่ชัดนักว่าเป็นตัวอักษรรูปแบบใดกันแน่

ระหว่าง “อักษรมอญโบราณหริภุญไชย” กับ“อักษรธัมม์ล้านนา” หรือที่เรียกกันแบบลำลองว่า “ตั๋วเมือง” ยุคแรก?

จากการพูดคุยสัมภาษณ์พ่อหนานศรีเลา เกษพรหม ที่บ้านของท่านเมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ท่านได้อธิบายว่า

“จารึกหลักนี้แปลกและสำคัญมาก เพราะจารด้วยตัวอักษรธัมม์ล้านนารุ่นเก่ามาก น่าจะเป็นรุ่นแรกสุด บางตัวอ่านไม่ออกเลย เพราะกำลังเพิ่งจะหลุดจากความเป็นอักษรมอญโบราณหริภุญไชยมาหมาดๆ ถ้าข้อสันนิษฐานของ ดร.ฮันส์ เพนธ์ ตามที่พ่อเล่ามานี้เป็นข้อยุติได้จริง

จารึกหลักนี้ต้องถือว่ามีคุณค่ามหาศาลเลยทีเดียว เพราะถือเป็นหลักฐานสำคัญเพียงชิ้นเดียว ที่สะท้อนถึง การกำลังกร่อน-กลาย-ปรับ-เปลี่ยน รูปทรงตัวอักขระจากอักษรมอญโบราณสมัยหริภุญไชยของลำพูน ค่อยๆ เปลี่ยนมาเป็นตัวอักษรธัมม์ล้านนา แล้วต่อมารูปทรงค่อยๆ กลมมากขึ้นเรื่อยๆ ดังที่เราเห็นกันในปัจจุบัน แต่อักษรในจารึกนี้ยังค่อนข้างเหลี่ยมๆ อยู่”

ข้อมูลจากพ่อหนานศรีเลา ได้รับการขยายผลซ้ำโดย ดร.ชัปนะ ปิ่นเงิน นักจารึกวิทยาอีกท่านแห่งสถาบันวิจัยสังคม มช.

ชวนให้ดิฉันรู้สึกตื่นเต้นยิ่งนัก เนื่องจากเราทราบกันดีว่า อักษรธัมม์ล้านนา (ตั๋วเมือง) นั้น ได้รับอิทธิพลมาจากอักษรมอญโบราณหริภุญไชยอย่างแท้จริง

ทว่า ที่ผ่านๆ มา เรายังไม่เคยพบหลักฐานจากงานจารึกชิ้นใด คัมภีร์ใบลานแผ่นใด ที่สะท้อนถึงการค่อยๆ Transform รูปร่างจากมอญมาเป็นธัมม์ อย่างเป็นรูปธรรมเลย

หากจารึกเวียงห้าวเป็นจริงตามข้อเสนอนั้น ดิฉันคิดว่าควรรีบชงเสนอให้ได้รับการจดทะเบียนขึ้นเป็นเอกสารมรดกความทรงจำแห่งโลกอย่างไม่รอช้า เพราะถือเป็นจารึกหนึ่งเดียวที่เป็นระยะหัวเลี้ยวหัวต่อ

ครั้นเมื่อถามถึง “เนื้อหา” ว่าจารึกนี้กล่าวถึงอะไร พ่อหนานศรีเลาบอกว่า เป็นเรื่องคาถาธรรมะว่าด้วย “ปฏิจฺจสมุปบาท” โดยไม่มีการกล่าวถึงชื่อบุคคล ไม่ว่ากษัตริย์หรือพระสงฆ์ว่าใครเป็นผู้สร้าง แถมยังไม่ระบุศักราช สถานที่ หรือเหตุการณ์ใดๆ อีกด้วย

ฤๅจารึกลานทองจะถูกล้มแชมป์

หากเป็นตัวอักษรธัมม์ล้านนาจริง แล้วอย่างไรหรือ? ทำไมต้องตื่นเต้นตูมตามด้วย?

ที่ต้องตื่นเต้นก็เพราะ “รูปแบบอักษรธัมม์ล้านนา” ที่เราเคยพบว่าเก่าที่สุดนั้น พบในแผ่นจารึกลานทองของสมเด็จพระมหาเถรจุฑามุณีที่วัดมหาธาตุ สุโขทัย ระบุศักราชว่าเขียนขึ้นในปี พ.ศ.1919

วงการศึกษาด้านจารึกวิทยา ไม่เคยพบตัวอักษรธัมม์ที่เก่าแก่มากไปกว่าศักราชนี้แล้ว

ดังนั้น การพบตัวอักษรธัมม์บนแผ่นจารึกเวียงห้าว ตามที่นักวิชาการเชื่อว่า ยังมีกลิ่นอายของ “ตัวอักษรมอญโบราณสมัยหริภุญไชย” อย่างเข้มข้นนั้น ย่อมชวนให้น่าตื่นเต้นเป็นธรรมดา แถมด้วยคำถามที่ตามมาอีกมากมาย อาทิ

จารึกเวียงห้าวจะต้องเก่ากว่าจารึกลานทองปี 1919 ด้วยหรือไม่ หากเก่ากว่า ก็เท่ากับเป็นการล้มแชมป์จารึกลานทองไปโดยปริยาย ใช่หรือไม่?

หรือคำถามที่ว่า จารึกเวียงห้าวเก่าถึงสมัยพระญางำเมือง-พระญามังรายหรือไม่ ตามที่เราทราบกันดีว่า ตัวอักษรธัมม์ล้านนาทั่วประเทศไทยนี้ เรายังไม่เคยพบชิ้นที่เก่าถึงสมัยพระญามังรายมาก่อนเลย

พระญามังรายสร้างเชียงใหม่ปี 1839 ทว่าจารึกลานทองของสุโขทัย ใช้ตัวอักษรธัมม์ล้านนา ระบุศักราช 1919 ตรงกับสมัยพระญากือนาแล้ว อายุสมัยห่างจากปฐมกษัตริย์มังรายถึง 80 ปี?

พวกเราเคยถามกันมาตลอดว่า แล้วระหว่าง พ.ศ.1839 หลังจากพระญามังรายเสวยราชย์ จนถึงสมัยพระญากือนาล่ะ (พระญามังราย ไชยสงคราม แสนภู คำฟู ผายู) 5 รัชกาลนี้นานเกือบศตวรรษเลยทีเดียว แต่ละรัชกาลใช้ตัวอักษรแบบไหน?

ยุคสมัยที่ชัดเจนที่สุดก็คือรัชกาลพระญากือนา มีการใช้อักษรแล้วถึงสองรูปแบบ

1. อักษรไทสุโขทัย (ต่อมาพัฒนาไปเรียกฝักขาม) หลักเก่าสุดพบที่วัดพระยืน ลำพูน พ.ศ.1912

2. อักษรธัมม์ล้านนา บนแผ่นจารึกลานทองสุโขทัยระบุศักราช 1919

คำถามที่ว่า พระญามังรายควรใช้อักษรรูปแบบใด เคยมีคำตอบอยู่ที่เศษจารึกแตกหัก 2-3 ก้อน พบที่เวียงกุมกาม อ.สารภี จ.เชียงใหม่ บริเวณวัดช้างค้ำกานโถม ผู้ทรงคุณวุฒิด้านภาษามอญโบราณของกรมศิลปากรสองท่านคือ อาจารย์คงเดช ประพัฒน์ทอง และอาจารย์ก่องแก้ว วีระประจักษ์ เคยอ่านปริวรรตถอดความก้อนจารึกที่แตกๆ หักๆ จำนวน 2-3 ก้อนนี้แล้ว ได้คำตอบว่า

แต่ละก้อนใช้ตัวอักษรผสมกันในแต่ละด้าน เช่น ด้านหนึ่งเขียนด้วยตัวอักษรมอญโบราณแบบหริภุญไชยชัดเจน ทว่า อีกด้านหนึ่งนั้น เริ่มปรากฏการรับเอาตัวอักษรแบบลายสือไทของพ่อขุนรามคำแหง จากสุโขทัยขึ้นมาใช้ปะปนกันแล้ว

นักภาษาโบราณและนักจารึกวิทยาสรุปว่า จารึกที่เวียงกุมกามนี้ หากสร้างในสมัยพระญามังรายจริง ย่อมสะท้อนว่า พระองค์กำลังหยั่งพระทัยว่าจะเลือกใช้ตัวอักษรแบบไหนดี

ระหว่างอักษรของรัฐมอญโบราณอันเก่าแก่กว่า 620 ปีที่พระองค์พิชิตได้ คือนครหริภุญไชย ซึ่งมีการใช้ตัวอักษรมอญโบราณมานานแล้ว (อย่างน้อยก็พุทธศตวรรษที่ 15 แม้ไม่เก่าถึงพุทธศตวรรษที่ 13 ของสมัยพระนางจามเทวีก็ตาม)

กับอีกเส้นทางคือ ต้องตัดสินพระทัยขอยืมอักษรลายสือไทมาจากพ่อขุนรามคำแหงมหาราช พระสหายหนุ่มที่สามารถประดิษฐ์อักษรขึ้นใช้เป็นของตัวเองได้แล้วในนครสุโขทัย (อันนี้ว่าตามศิลาจารึกหลัก 1 สุโขทัย สมมุติว่าจารึกหลักนี้ไม่ได้ทำปลอม)

นอกจากจารึกที่เวียงกุมกามแล้ว เรายังไม่เคยพบหลักฐานชิ้นอื่นใดอีกเลยที่สะท้อนถึงการกำลังจะเลือก หรือลังเลพระทัย ว่าพระญามังรายประสงค์จะใช้ตัวอักษรแบบไหนดีในอาณาจักรล้านนา

จนกระทั่งมาพบจารึกที่เวียงห้าว อ.พาน จ.เชียงราย โดยพ่อหนานอินทร์ สุใจ ชิ้นนี้นี่แหละ ซึ่งนักจารึกวิทยารุ่นใหญ่ระดับโลก ดร.ฮันส์ เพนธ์ ตีความว่า เป็นตัวอักษรธัมม์ล้านนารุ่นแรกสุด ที่กำลังค่อยๆ กร่อน-กลาย-ทำท่าจะหลุดจากเงื้อมเงาของอักษรมอญโบราณ มาเป็นอักษรธัมม์ล้านนาเต็มตัวในอีกไม่ช้า

เมื่อสดับทฤษฎีนี้ ก็รู้สึกว่าน่าตื่นเต้นสุดๆ แล้วเชียว กำลังปิดตานึกถึงภาพไม่พระญามังรายก็ต้องพระญางำเมืองแน่ๆ (เนื่องจากเมืองพานเป็นแดนกันชนระหว่างอำนาจของสองกษัตริย์) ที่กำลังให้อาลักษณ์ปรับรูปแบบอักษรมอญโบราณมาเป็นอักษรธัมม์ล้านนา

กำลังฝันหวานอยู่ดีๆ ใครจะเชื่อว่า ยังมีอีกทฤษฎีหนึ่ง ที่นักวิชาการด้านมอญโบราณได้ตีความแบบคู่ขนานกันมาด้วย นั่นคือความเห็นที่ว่า

ในทางกลับกันเป็นไปได้หรือไม่ว่า จารึกหลักนี้ควรจัดเป็นตัวอักษรมอญโบราณแบบหริภุญไชยมากกว่า มีแค่เพียงไม่กี่ตัวเท่านั้นที่ไม่ใช้อักขรวิธีการเข้าไวยากรณ์แบบภาษามอญหริภุญไชย นั่นคือการย้อนยุคกลับไปใช้อักขรวิธีแบบอักษรเทวนาครีของอินเดียเหนือสายปาละ?

สัปดาห์หน้ามาฟังความเห็นกันต่อค่ะ ว่าทฤษฎีที่เชื่อว่า จารึกเวียงห้าวน่าจะเป็นจารึกอักษรมอญโบราณหริภุญไชย หลักแรกที่พบในดินแดนลุ่มน้ำอิง นั้นมีรายละเอียดอย่างไร? •

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...