โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

"กัน จอมพลัง" พาครอบครัวเด็กหญิง 12 ปีและ 3 ขวบ พบตำรวจ จี้ดำเนินคดีกับอดีตพี่เขยหลังถูกข่มขืนนานกว่า 3 ปี แต่เพิ่งมาทราบเรื่อง หวั่นผู้ต้องหามีพี่ชายเป็น ส.ห.

สวพ.FM91

อัพเดต 23 มี.ค. 2566 เวลา 07.47 น. • เผยแพร่ 23 มี.ค. 2566 เวลา 07.41 น.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 23 มีนาคม 2566 ที่ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง พร้อมด้วย นางกาญจนา (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี และลูกสาว น.ส.กนกพร (สงวนามสกุล) อายุ 25 ปี ได้พาเด็กหญิงซี (นามสมมุติ) อายุ 12 ลูกสาว และเด็กหญิงดี (นามสมมุติ) อายุ 3 ขวบ หลานสาว เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.พฤฒ จำรูญศาสตร์ ผกก.สภ.บางบัวทอง และเจ้าหน้าที่ พม.จ.นนทบุรี หลังเพิ่งรู้เรื่องว่าเด็กหญิงทั้ง 2 คน ได้ถูกอดีตลูกเขยซึ่งลูกจ้างฝ่ายผลิตกระสุนปืนของกรมทหารแห่งหนึ่งข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงทั้ง 2 คน โดยมีผลการตรวจร่างกายที่ รพ.บางใหญ่ ระบุว่ามีร่องรอยฉีกขาดที่อวัยวะเพศจึงได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.บางศรีเมือง ทันทีที่ทราบเหตุเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2566 และตัดสินใจเข้าแจ้งความที่ สภ.บางบัวทอง ในพื้นที่เกิดเหตุอีกครั้งในวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา
จากการสอบถาม นางกาญจนา อายุ 43 ปี มารดาของเด็กหญิงซี อายุ 12 ปี เปิดเผยว่า ตนมีลูกสาว 3 คน คนโตคือ น.ส.กนกพร อายุ 25 ปี คนกลางอายุ 21 ปี และเด็กหญิงซี อายุ 12 ปี ตนสังเกตเห็นลูกสาวคนเล็กและครอบครัวลูกสาวคนโตมีปากเสียงกันประจำ แต่ก็ไม่ได้ผิดปกติอะไร เพียงแต่ถามว่าทำไมน้องเอชอบทะเลาะกับพี่สาวประจำ จนเมื่อวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา น้องซี ได้หลุดพูดบอกกับตนว่าได้ถูกนายอภิรักษ์ อดีตสามีของลูกสาวคนโต ข่มขืนมาตั้งแต่ปี 2562 จำนวน 3 ครั้ง ซึ่งตอนนั้นน้อง เรียนอยู่ชั้น ป.4 โดยถูกข่มขืนที่อาคารพาณิชย์ที่ตนเช่าเปิดเป็นร้านขายของชำ ในพื้นที่ ต.บางกร่าง อ.เมืองนนทบุรี จากนั้นปี 2565 ตนและครอบครัวได้ย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านที่หมู่บ้านรัตนาธิเบศร์ ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี น้องได้ถูกข่มขืนอีก 2 ครั้ง ในช่วงเวลาที่ตนและลูกสาวคนอื่นออกไปทำงาน ปัจจุบันตนได้ขายบ้านที่หมู่บ้านรัตนาธิเบศร์ไปแล้ว และได้ไปเช่าโฮมสเตย์อยู่ที่ ต.บางสีทอง อ.เมืองนนทบุรี
นางกาญจนา กล่าวต่อว่า ตอนที่อาศัยอยู่ที่ตึกที่เปิดเป็นร้านขายของชำ ตนเป็นคนอาบน้ำให้น้องซี ก็เห็นว่าอวัยวะลูกสาวแดงและเจ็บ ตนก็สอบถามว่ามีใครทำอะไรไหม แต่น้องก็ไม่กล้าบอก จนล่าสุดตนเห็นว่าน้องทะเลาะกับลูกสาวคนโตทุกวัน ตนจึงถามว่าเป็นอะไรทำไมถึงเกลียดพี่สาวและพี่เขย น้องเอจึงหลุดพูดออกมาว่าเกลียดพี่เขยเพราะพี่เขยมาข่มขืน โดยถูกกระทำทั้งหมด 5 ครั้ง ซึ่งตอนนั้นน้องมีอายุเพียง 10 ปี อยู่ ชั้น ป.4 เป็นช่วงที่ไม่มีใครอยู่บ้าน โดยน้องเอถูกข่มขืนครั้งสุดท้ายวันที่ 27 มีนาคม 2565 ตนไม่คิดว่าเขาจะทำแบบนี้เพราะทุกคนนอนอยู่รวมกันหมด ปัจจุบันลูกสาวคนโตของตนได้เลิกกับอดีตลูกเขยรายนี้ไปแล้วเพราะมีปัญหาเรื่องหนี้สินและมีภรรยาใหม่ หลังทราบเหตุตนและลูกสาวคนโตก็รู้สึกช็อกจนอยากฆ่าตัวตายและเป็นสาเหตุทำให้พี่น้องก็ทะเลาะกัน
นางกาญจนา กล่าวต่ออีกว่า น้องเอ เล่าพฤติกรรมของอดีตลูกเขยอีกว่าเขาถูกกระทำครั้งแรกที่ชั้นล่างของตึก โดยอดีตลูกเขยปิดประตูแล้วลงมือข่มขืนในช่วงเวลาที่ร้านยังไม่เปิด ครั้งที่สองน้องเอ นอนอยู่กับลูกสาวคนโตและอดีตลูกเขย ซึ่งขณะที่เขากระทำได้ข่มขู่น้องเอ ว่าถ้าสะกิดพี่สาว ถ้าไม่เชื่อเขาจะฆ่าคนในครอบครัวให้หมด ทำให้น้องซึ่งยังเป็นเด็ก 10 ขวบเลยไม่กล้าบอกใคร ส่วนครั้งที่ 3 เขาข่มขืนน้องเอที่ชั้น 4 ตอนนั้นไม่มีใครอยู่เลย เขาล็อคประตูแล้วลงมือข่มขืน หลังจากนั้นปี 64 ตนได้ย้ายมาอยู่ที่บ้านที่หมู่บ้านรัตนาธิเบศร์ ซึ่งลูกสาวและสอดีตลูกเขยก็ย้ายมาอยู่ด้วยที่บ้านและน้องเอถูกกระทำที่นี้อีก 2 ครั้ง ซึ่งตอนนั้นตนก็ไม่รู้เรื่อง ตนก็ให้กุญแจบ้านก็ให้เขาไว้เหมือนลูกชายจึงไม่ติดว่าเขาจะทำแบบนี้ ตนต้องการให้เขารับโทษตามกฏหมาย ไม่ต้องการเงินชดใช้แม้แต่สักบาท ต้องการให้อดีตลูกเขยรายนี้รับโทษในสิ่งที่เขาทำโดยเร็ว
ด้าน น.ส.กนพพร ลูกสาวคนโต อดีตภรรยาผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า หลังทราบเรื่องตนก็ได้เลิกลากับอดีตแฟนไปและไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย ตนสาบานได้ว่าในตอนเกิดเหตุขณะที่เขาลงมือข่มขืนน้องสาวตนขณะที่นอนอยู่ด้วยกันนั้น ตนไม่รู้มาก่อนเลยว่าเขาจะกล้าก่อเหตุแบบนี้ เพราะตนเป็นคนนอนหลับแล้วไม่ค่อยรู้ตัว จึงไม่รู้ว่ามีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ตนเจ็บปวดที่สุด เพราะทั้งๆที่ตนนอนอยู่ตรงนั้นด้วยแต่ไม่สามารถช่วยน้องสาวได้เลย ถ้าตนรู้จะไม่ปล่อยให้เรื่องแบบนี้ ตนเพิ่งมารู้ก่อนที่แจ้งความเพียง 2 วันเท่านั้น ตนก็ไม่กล้าติดต่อกลับไปหาเขา ทั้งๆที่อยากจะถามว่าทำไมถึงทำแบบนี้ แต่ตนเกรงกลัวอิทธิพลเขาเพราะเขามีพี่ชายเป็น ส.ห. รู้จักคนใหญ่คนโตเยอะ ตนกลัวว่าเขาจะมาทำร้ายคนในครอบครัวด้วย จึงตัดสินใจปรึกษากับทางแม่ร้องขอความช่วยเหลือไปที่กัน จอมพลัง เพราะไม่รู้จะดำเนินการตามกฎหมายเอาผิดอะไรได้บ้าง
ทางด้าน กัน จอมพลัง กล่าวว่า เคสนี้ทุกคนในครอบครัวออกไปทำงานกันหมด และด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจจึงมีการทิ้งกุญแจไว้ให้เหมือนคนในบ้าน แต่ไม่คิดว่าคนในบ้านจะมีพฤติกรรมชั่วแบบนี้ เป็นการกระทำที่รับไม่ได้เพราะไปกระทำกับเด็กอายุแค่ 12 ปี และเด็กอายุ 3 ขวบ ซึ่งพอตนทราบเรื่องจึงได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือครอบครัวนี้เพื่อต้องการนำตัวผู้กระทำผิดมารับโทษสูงสุดและรวดเร็ว ซึ่งทางครอบครัวนี้เป็นห่วงในเรื่องความปลอดภัยว่าจะมีผู้หลักผู้ใหญ่ มีทหารยศ สห.เข้ามาช่วยเหลือฝ่ายผู้ก่อเหตุด้วยนั้น ตนขอฝากไว้ตรงนี้เลยว่า สำหรับคนมียศที่จะออกตัวช่วยเหลือปกป้องคนกระทำผิดแบบนี้ ให้ออกมาเต็มที่ได้เลย เพราะเรื่องนี้ถึงมือตนแล้ว ตนมาช่วยเหลือครอบครัวนี้เต็มที่ ใครจะออกตัวมาคุกคามมาข่มขู่น้องต้องมาเจอกับตนก่อน เพราะถ้าทำผิดแล้วยังจะใช้พลังใช้พาวเวอร์มาข่มขู่คนที่ถูกกระทำอีก ตนคิดว่าเขาคงคิดผิดแล้วก็ขอให้คิดดูใหม่ ตนไว้ตรงนี้เลยว่าต่อให้มียศ ลากยาวถึง ฮ. คุณก็มาทำอะไรน้องไม่ได้แล้วเพราะตนจะเป็นคนช่วยเหลือครอบครัวของน้องเอง
เบื้องต้นทาง พม.จ.นนทบุรี ได้พูดคุยทางด้านครอบครัวประสงค์จะดูแลเด็กเอง ได้ประสานเจ้าหน้าที่สุขภาพจิตให้เข้าดูแลด้านจิตใจ พร้อมทั้งช่วยเหลือเยียวยา ส่วนทางคดี ผู้กำกับสภ.บางบัวทอง ได้ประสานกับทาง สภ.บางศรีเมือง เพื่อให้สอบปากคำในวันนี้ ส่วนในวันพรุ่งนี้ผู้เสียหายจะเข้าสอบปากคำที่ สภ.บางบัวทอง อีกครั้ง ส่วนเด็กผู้เสียหายกำลังอยู่ในระหว่างการประสานสหวิชาชีพเข้าร่วมสอบปากคำอีกครั้ง หลังจากนั้นจะรวบรวมพยานหลักฐานทั้ง 2 คดีอนุมัติหมายจับกุมผู้ก่อเหตุต่อไป

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...