โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผบก.ตม.1 สั่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง 5 ตม.รีดทรัพย์

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 23 มี.ค. 2566 เวลา 23.03 น. • เผยแพร่ 23 มี.ค. 2566 เวลา 11.19 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

23 มี.ค. – “พล.ต.ต.ปิยะอนันต์” ผบก.ตม.1 ลงดาบสอง หลังให้ออกจากราชการ สั่งตั้งกรรมการสอบฟันวินัยร้ายแรง 5 ตำรวจอุ้มสาวจีนตบทรัพย์

พล.ต.ต.ปิยะอนันต์ โตสกุลวงศ์ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 ลงนามคำสั่งที่ 30/2566 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน
ด้วย (1.)พันตำรวจตรี สรวิศ อินทร์ลับ สาวัตร กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง (2.) พันตำรวจตรี จิรภัทร บุญนำ สารวัตร กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 (3.) ร้อยตำรวจโท ประวิต พลจังหรีด รองสารวัตร กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 (4.)ร้อยตำรวจโท สุริยะ รุกชชาติ รองสารวัตร กองกำกับการสืบสวน (สายงานสืบสวน) กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 และ (5.) ดาบตำรวจ พีระศักดิ์ ยิ้มไพบูลย์ ผู้บังคับหมู่ กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 มีกรณีต้องหาคดีอาญา

กรณีที่เมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ.2566 ข้าราชการตำรวจกลุ่มดังกล่าว มีพฤติการณ์ ได้ร่วมกันควบคุมตัวนายต้าเกอ สัญชาติจีนและนางมีนา ด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลจำนวนหลายคัน จากบริเวณบ้านเลขที่ 800/64 ซอยตระกูลสุข แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร มายังบริเวณศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร พร้อมทำการขับวนไปเรื่อยๆ ระหว่างนั้นได้มีการพูดคุยกับนายต้าเกอ และนางมีนา มีการถ่ายภาพหนังสือเดินทางและข่มขู่นายต้าเกอ ว่าได้กระทำความผิดอาญา พร้อมเรียกรับผลประโยชน์ สุดท้ายนายต้าเกอ ตกลงยอมจ่ายเงินเป็นเงินประมาณ 10 ล้านบาท โดยโอนผ่านระบบ E-token เมื่อมีการโอนเงินเรียบร้อย พันตำรวจตรี สรวิศ กับพวก จึงได้นำตัวนายต้าเกอ และนางมีนา มาส่งยังศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะฯ การกระทำดังกล่าว ถือเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรงจนถูกต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา โดยศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้อนุมัติออกหมายจับข้าราชการตำรวจดังกล่าวต้องหาว่ากระทำความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงาน ร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ใดผู้หนึ่ง หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขัง หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกายและร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือ จำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเอง หรือของผู้อื่นหรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ตามหมายจับที่ จ.55-58/2566 ลงวันที่ 21 มีนาคม 2566 และบันทึกแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาคดีอาญา ที่ 216 /2566 ของสถานีตำรวจนครบาลดินแดง ลงวันที่ 22 มีนาคม 2566 อาศัยอำนาจตามความในพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 มาตรา 119 ประกอบ มาตรา 178

จึงแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน เพื่อทำการสอบสวนผู้ถูกกล่าวหาในเรื่องดังกล่าว ประกอบด้วยบุคคลดังต่อไปนี้
(1)พันตำรวจเอก ภาสกร รัตนปนัดดา รองผู้บังคับการ กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 เป็นประธานกรรมการ
(2)พันตำรวจเอก พิทักษ์พงษ์ เจริญกุล ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 เป็นกรรมการ
(3.)ว่าที่ พันตำรวจเอกหญิง ธัญดา เลาห์ทวี ผู้กำกับการ ฝ่ายอำนวยการ กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 เป็นกรรมการเป็นกรรมการ
(4.)ว่าที่พันตำรวจตรีหญิง วาสนา เทพประสิทธิ์ สารวัตร ฝ่ายอำนวยการ กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1
(5.)ร้อยตำรวจโทหญิง จุฑารัตน์ เง็กเอี่ยม รองสารวัตร ฝ่ายอำนวยการ กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 เป็นกรรมการและเลขานุการ

ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการสอบสวน ดำเนินการสอบสวนพิจารณาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสอบสวนพิจารณา พ.ศ.2547 ให้แล้วเสร็จ แล้วเสนอสำนวนการสอบสวนมาเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป ซึ่งหากคณะกรรมการสอบสวนเห็นว่ากรณีมีมูลว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงในเรื่องอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในคำสั่งนี้ หรือกรณีที่การสอบสวนพาดพิงไปถึงข้าราชการตำรวจผู้อื่นและคณะกรรมการสอบสวนพิจารณาเบื้องต้นแล้วเห็นว่าข้าราชการตำรวจผู้นั้นมีส่วนร่วมกระทำการในเรื่องที่สอบสวนอยู่ด้วย ให้ประธานกรรมการรายงานมาโดยเร็วสั่ง ณ วันที่ 22 มีนาคม พ.ศ.2566 “คำสั่งดังกล่าวระบุ. -สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...