โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

ชื่อสับปะรดปัตตาเวียเหมือนกัน แต่รสชาติความอร่อยต่างกัน

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 19 ต.ค. 2565 เวลา 02.16 น. • เผยแพร่ 18 ต.ค. 2565 เวลา 10.00 น.

สับปะรด ชื่อวิทยาศาสตร์ Ananas comosus (L.) วงศ์มรอมมีเลียซีอี้ (Family Bromeliaceae) มีแหล่งกำเนิดดั้งเดิมอยู่ในประเทศบราซิล ปารากวัยและอาร์เจนตินา นักเดินเรือชาวสเปนและโปรตุเกสเป็นผู้เผยแพร่พันธุ์สับปะรดไปยังประเทศต่างๆ

สำหรับประเทศไทยสันนิษฐานว่า ช่วงรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (ปี ค.ศ. 1680-1700) พ่อค้าชาวโปรตุเกสได้นำพันธุ์สับปะรดกลุ่มสแปนนิช (Spanish) หรือสับปะรดพันธุ์อินทรชิตเข้ามาปลูกในไทย จนกลายเป็นสับปะรดพันธุ์พื้นเมืองของไทย

สับปะรดพันธุ์ปัตตาเวีย ในไทย

ต่อมามีผู้นำสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวียจากประเทศอินโดนีเซียมาปลูกไว้ในพื้นที่อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อของ “สับปะรดปราณบุรี” ทุกวันนี้ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์กลายเป็นแหล่งปลูกและแปรรูปสับปะรดที่มากที่สุดของประเทศ

ปี 2460 มีผู้นำสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวียจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เข้ามาปลูกอย่างแพร่หลายในจังหวัดลำปาง สับปะรดพันธุ์นี้เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ สับปะรดปัตตาเวียพันธุ์น้ำผึ้ง เนื่องจากมีรสหวานเหมือนน้ำตาลทราย ผลจะมีลักษณะอวบใหญ่ น้ำหนักประมาณ 4 กิโลกรัม เพราะเกษตรกรนิยมใช้เส้นตอกมัดก้านจุก ทำให้ยอดดูฟูใหญ่

ปี พ.ศ. 2486-2487 โรงเรียนอัสสัมขัญ (ศรีราชา) นับว่าเป็นแหล่งผลิตเริ่มต้นปลูก สับปะรดปัตตาเวียในจังหวัดชลบุรี ใช้ชื่อสับปะรดเอซี (AC) ตีตราที่ขั้วเลย ขึ้นชื่อเรื่องสับปะรดคุณภาพ ขายราคาแพงมาก กลาย เป็นเรื่องโด่งดังและทำให้สับปะรดปัตตาเวียได้ชื่อใหม่ว่า “สับปะรดศรีราชา”

สับปะรดศรีราชา ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2558 รูปร่างกลมรี มีปลายจุกแหลม น้ำหนักผล 1.5-3.5 กิโลกรัม ก้านผลสั้น มีไส้ใหญ่ตาค่อนข้างตื้น เปลือกผิวผลดิบมีสีเขียวคล้ำ ผลสุกมีสีเขียวอมเหลืองอมส้ม เนื้อละเอียดสีเหลืองอ่อน แต่จะเป็นสีเข้มในฤดูร้อน รสชาติหวานฉ่ำ มีกลิ่นหอม ถูกรสนิยมคนไทย สับปะรดศรีราชาเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เกือบทั้งปีมีผลผลิตเข้าตลาดจำนวนมากในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน และเดือนตุลาคม-ธันวาคม

สับปะรดห้วยมุ่น

มีผู้นำสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวียจากจังหวัดระยอง ชลบุรี มาปลูกในพื้นที่ตำบลห้วยมุ่น อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งพื้นที่ปลูกส่วนใหญ่เป็นดอยสูง ที่เชิงเขา สูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 400 เมตร ทำให้สับปะรดปัตตาเวียที่ปลูกในแหล่งนี้ มีรสชาติอร่อย เป็นที่รู้จักในชื่อ สับปะรดห้วยมุ่น เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นที่นิยมของตลาดและผู้บริโภค เนื่องจากเนื้อเหลืองอมน้ำผึ้งรสชาติหวานฉ่ำ ตาไม่ลึก ทำให้มีส่วนของเนื้อมาก ผลค่อนข้างเล็ก น้ำหนัก 1-3 กิโลกรัม รับประทานแล้วไม่ระคายคอ ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกประมาณ 13,000 ไร่ พื้นที่ให้ผลผลิตแล้วประมาณ 9,500 ไร่ ได้ผลผลิตเฉลี่ย 6 ตัน ต่อไร่ ช่วงที่ผลผลิตเข้าสู่ตลาด ประมาณช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคมของทุกปี

ด้านการผลิต

สับปะรดพันธุ์ปัตตาเวียที่ปลูกในปัจจุบันแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ สับปะรดสำหรับส่งขายโรงงานและสับปะรดสำหรับบริโภคสด สับปะรดทั้งสองชนิด ดูจากลักษณะภายนอกแยกกันไม่ออก ต้องดูจากแหล่งผลิตเป็นหลัก สับปะรดทั้งสองกลุ่มมีวิธีการปลูกดูแลที่แตกต่างกัน เพราะสับปะรดโรงงานจะใส่สาร คลอไรด์เพื่อลดความหวาน เนื่องจากไม่ต้องการสับปะรดเนื้อฉ่ำมาก จะทำให้เข้ากระป๋องไม่ได้คุณภาพ

โดยทั่วไปวัฎจักรของการค้าสับปะรด ในช่วงต้นปี เป็นช่วงเวลาที่ขายผลผลิตได้ดีที่สุด ช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคมเป็นช่วงเวลาที่ผลผลิตมักขาดตลาด พ่อค้าจึงขายสินค้าทำกำไรได้ราคาดีกว่าช่วงอื่นๆ หากช่วงใดที่สับปะรดผลสดขาดตลาด พ่อค้าบางรายซื้อสับปะรดโรงงานเข้ามาขายในตลาดแทน เพื่อไม่ให้สินค้าขาดตลาด ทำให้ผู้บริโภคกินสับปะรดแล้วเจอสับปะรดรสเปรี้ยว ซึ่งเหมาะสำหรับใช้แปรรูปอาหารมากกว่ากินผลสด

ชื่อปัตตาเวียเหมือนกัน แต่อร่อยแตกต่างกัน

พันธุ์สับปะรดปัตตาเวีย มีชื่อเรียกแตกต่างกัน เช่น สับปะรดศรีราชา สับปะรดปราณบุรี ลักกะตา พันธุ์ ตาดำตาแดง สับปะรดน้ำผึ้ง ฯลฯ แม้ได้ชื่อว่าเป็นสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวียเหมือนกัน แต่ปลูกดูแลในสภาพดินฟ้าอากาศที่ไม่เหมือนกัน ทำให้มีลักษณะแตกต่างกันออกไปทั้งด้านขนาดและรสชาติความอร่อย

การซื้อขายสับปะรดโดยทั่วไปแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มได้แก่ คุณภาพเนื้อ 1 สับปะรดเนื้อหวานฉ่ำ เน้นคัดผลสวย ลูกย่อม น้ำหนักตั้งแต่ 1.3 กิโลกรัม ป้อนตลาดทั่วไป ส่วนกลุ่มห้างสรรพสินค้านิยมสินค้าเนื้อ 1 เกรดพรีเมียร์ ผลใหญ่น้ำหนัก 1.7 กิโลกรัมขึ้นไป

สับปะรดคุณภาพเนื้อ 2 รสหวานปานกลาง ขนาดผลใหญ่น้ำหนักเฉลี่ยตั้งแต่ 1.5-1.7 กิโลกรัม เป็นที่ต้องการในกลุ่มร้านอาหาร ภัตตาคาร โรงแรม

กลุ่มเนื้อ 3 ซึ่งเรียกว่า สับปะรดเนื้อแกง เพราะมีรสอมเปรี้ยวอมหวาน เหมาะสำหรับแปรรูปเป็นอาหาร สำหรับสับปะรดเนื้อ 3 หากเก็บเอาไว้สักระยะ ก็จะมีรสหวานเพิ่มขึ้นในระดับเดียวกับสับปะรดภูเก็ต

ห้างสรรพสินค้าส่วนใหญ่ ต้องการสับปะรดเนื้อ 1 เกรดพรีเมียร์ ขนาดใหญ่ ความหวาน 12 บริกก์ขึ้นไป โดยเฉพาะสับปะรดปัตตาเวียลำปาง มีผลอวบใหญ่ได้สเปคของตลาดห้างสรรพสินค้า

สับปะรดศรีราชา นอกจากขายดีในตลาดบริโภคผลสดทั้งในประเทศและต่างประเทศแล้ว ผู้บริโภคยังนิยมใช้สับปะรดศรีราชาสำหรับไหว้เจ้าในเทศกาลต่างๆ อีกด้วย เพราะสับปะรดศรีราชามียอดแข็งสวยงามกว่าพันธุ์อื่นๆ หากตัดสับปะรดที่ อัตราความสุกประมาณ 70% สามารถขึ้นหิ้งไหว้เจ้าได้นานหลายสัปดาห์ แต่สับปะรดพันธุ์ห้วยมุ่นไม่เหมาะสำหรับไหว้เจ้า เพราะมียอดอ่อนนิ่ม

สับปะรดห้วยมุน

สับปะรดห้วยมุ่น แม้อยู่ในสายพันธุ์ปัตตาเวีย เมื่อนำไปปลูกที่ตำบลห้วยมุ่น อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ เมื่อ 50 ปีก่อน สับปะรดห้วยมุ่นเติบโตได้ดีในสภาพดินปนทราย และสภาพภูมิอากาศแบบภูเขา ทำให้เกิดลักษณะพิเศษกว่าที่อื่นๆ คือ เนื้อนุ่ม หวานฉ่ำชื่นใจไม่บาดลิ้น มีกลิ่นหอมคล้ายน้ำผึ้ง แกนสับปะรดห้วยมุ่นก็มีรสหวาน เนื้อกรอบอร่อย “สับปะรดห้วยมุ่น” เป็นสินค้าตัวเลือกอันดับแรกที่ลูกค้าต้องการ แต่ธุรกิจร้านอาหารไม่ค่อยใช้สับปะรดห้วยมุ่นเพราะใส้สับปะรดมักแตกร้าวได้ง่าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...