โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

นโยบาย 'ชัชชาติ' แจกผ้าอนามัยฟรี เรื่องไม่เล็กของ 'ผู้หญิง'

MATICHON ONLINE

อัพเดต 08 มิ.ย. 2565 เวลา 07.21 น. • เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2565 เวลา 04.07 น.
นโยบาย 'ชัชชาติ' แจกผ้าอนามัยฟรี เรื่องไม่เล็กของ 'ผู้หญิง'

นโยบาย ‘ชัชชาติ’ แจกผ้าอนามัยฟรี เรื่องไม่เล็กของ ‘ผู้หญิง’

ชวนขบคิดว่า ในทุกๆ เดือนผู้หญิงต้องซื้อ ‘ผ้าอนามัย’ มาใช้ ซึ่งจัดเป็นสินค้าที่มีการจัดเก็บภาษี 7 เปอร์เซ็นต์ ส่วนผู้ชายไม่ต้องซื้อ เพราะไม่มีประจำเดือน แต่ได้ใช้ภาษีร่วมกัน มันแฟร์ไหม!

เป็นที่มาของการเรียกร้องให้“ยกเลิกภาษีผ้าอนามัย” ที่กลุ่มผู้หญิงและกลุ่มนักศึกษา ออกมาเดินขบวนรณรงค์ และยื่นหนังสือให้กลไกที่เกี่ยวข้องแก้ไขเปลี่ยนแปลง

อย่างกลุ่มลดความเหลื่อมล้ำทางเพศ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ที่ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์และผู้มีความหลากหลายทางเพศ สภาผู้แทนราษฎร ขอให้พิจารณายกเลิกภาษีมูลค่าเพิ่มผ้าอนามัย แต่ผ่านมา 1 ปีกว่าๆ ก็ยังไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงเท่าไหร่ และเรื่องราวดูเหมือนจะเริ่มเงียบหายไป

กระทั่งถูกนำกลับมาพูดถึงอีกครั้ง ในการหาเสียงของ‘นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์’ ที่ประกาศนโยบาย ‘นำร่องผ้าอนามัยฟรี’ เป็น 1 ใน 214 นโยบายหาเสียง ก่อนได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) คนที่ 17

นำร่องแจกผ้าอนามัยฟรี

นายชัชชาติให้เหตุผลถึงการมีนโยบายนี้ว่า ผ้าอนามัยคือปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับผู้มีประจำเดือนทุกคน และเป็นภาระค่าใช้จ่าย อาจส่งผลให้เกิดปัญหาที่เรียกว่า ความจนประจำเดือน (period poverty) เช่น มีเงินไม่พอซื้อ เข้าถึงได้แต่ไม่เพียงพอ ไปจนถึงการใช้งานอย่างไม่เหมาะสม เช่น เปลี่ยนผ้าอนามัยน้อยครั้ง หรือใช้วัสดุอื่นที่ไม่เหมาะสมแทน จึงอาจเสี่ยงติดเชื้อและมีปัญหาสุขภาพอื่นๆ ตามมาได้ เพื่อแบ่งเบาภาระของผู้มีประจำเดือนและครอบครัว และลดความเสี่ยงของปัญหาอื่นๆ ที่อาจตามมา พวกเรามีนโยบายที่จะนำร่องจัดหาผ้าอนามัยให้กับนักเรียนในโรงเรียนสังกัด กทม.

โดยในนโยบายตั้งใจจัดจุดจัดวางผ้าอนามัยแจกฟรีในห้องน้ำของโรงเรียน หรือไว้ที่ห้องพยาบาล เพื่อให้เข้าถึงได้สะดวกและสอดคล้องกับความจำเป็น ก่อนมีการประเมินประสิทธิภาพถึงวิธีการแจก และตัวเลือกผ้าอนามัยที่ตอบสนองต่อผู้ใช้งาน และพิจารณาขยายผลให้ครอบคลุมทุกกลุ่มผู้มีประจำเดือนต่อไป

ซึ่งยังไม่ทันที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะรับรองผู้ว่าฯกทม.คนใหม่ นายพงษ์จักรินทร์ ถาวรพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตบางขุนเทียน ก็ตอบสนองนโยบายทันที จัดโครงการจัดหาผ้าอนามัยฟรีให้กับนักเรียน จำนวนกว่า 20,000 ชิ้น จากความร่วมมือกับภาคเอกชน เครือข่ายในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่เทศกิจ กทม. ให้กับโรงเรียนในพื้นที่ 16 แห่ง ซึ่งมีนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลายจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่จำเป็นต้องใช้ผ้าอนามัยจำนวน 2,000 คน

เรียกเสียงฮือฮาและเสียงปรบมืออย่างมาก

เช่นเดียวกับ ‘ปภาณษิณ ปิ่นแก้ว’ หรือบุ๊ค หัวหน้ากลุ่มลดความเหลื่อมล้ำทางเพศ มธ. ก็รู้สึกทึ่ง ที่ภาคราชการตอบรับนโยบายนักการเมืองรวดเร็วอย่างนี้ เป็นเรื่องที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย สะท้อนว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาจริงๆ

ปภาณษิณกล่าวว่า ในบรรดาผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.หนนี้ มีนายชัชชาติคนเดียวที่มีนโยบายเรื่องผ้าอนามัยชัดเจน ส่วนตัวเห็นด้วยที่เริ่มต้นแจกฟรีในสถานศึกษาก่อน และจริงๆ ควรยกเลิกภาษีผ้าอนามัยไปด้วย เชื่อว่าจะตอบโจทย์กว่าการทำรัฐสวัสดิการแจกผ้าอนามัยฟรีทั่วไป

“นโยบายอาจารย์ชัชชาติมีการตอบรับมาก แสดงว่าคนยอมรับ นโยบายนี้ถูกเสนอในระดับผู้สมัครขนาดนี้ เชื่อว่าต้องเกิดความเปลี่ยนแปลงแน่นอน อย่างตอนนี้ลองไปดูนโยบายโรงเรียน หรือในมหาวิทยาลัย เริ่มมีนโยบายนี้เกือบทุกที่ อย่าง มธ.มีนโยบายผ้าอนามัยฟรีทุกคณะของมหาวิทยาลัยเลย ส่วนในโรงเรียนมัธยมบางแห่งที่มีเลือกตั้งประธานนักเรียน ก็เริ่มมีการชูนโยบายนี้บ้างแล้ว เพียงแต่ว่าจะทำได้จริงไหม ก็อีกเรื่อง”

มธ.มีผ้าอนามัยแจก – มช.ขายผ้าอนามัยราคาถูก

จริงๆ การแจกผ้าอนามัยในสถานศึกษาเกิดขึ้นสักพักแล้ว คือที่ มธ. ศูนย์รังสิต มีการแจกผ้าอนามัยฟรีในห้องน้ำหญิง ดำเนินการโดยองค์การบริหารนักศึกษา มธ. โดยเป็นลักษณะการหาผู้สนับสนุนทั้งตัวเงินหรือผลิตภัณฑ์ ซึ่งปภาณษิณบอกว่า “ผลตอบรับดีมาก”

แต่ก็ยังมีจุดอ่อนว่า ของฟรีไม่ได้มีมาตลอด และควบคุมยาก เช่น บางคนอาจหยิบไปเยอะเกินความจำเป็น หยิบไปขายก็ได้

ส่วนที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) แม้ได้แจก แต่มีการขายผ้าอนามัยราคาถูกกว่าท้องตลาดมาก ขายที่ห้องสหกรณ์ ราคาประมาณหลัก 10 บาทต้นๆ ทำให้ผู้หญิงเข้าถึงผ้าอนามัยราคาถูก ซึ่งผลตอบรับก็ดีเช่นกัน

“ตอนนี้ทุกคนรู้ว่านี่คือปัญหา พยายามแก้ปัญหา ทำให้นวัตกรรมเกิดการแจกฟรีในสถาบันการศึกษา หรือขายราคาถูกในสถาบันการศึกษา ก็รู้สึกพอใจในปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น”

ก้าวแรกสำคัญทำให้ดี

ปภาณษิณกล่าวย้ำว่า หลายคนอาจมองเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็ก แต่ผมมองว่าการแก้ปัญหาภาพเล็กนี่แหละจะกระทบภาพใหญ่ได้ คือการทำให้เกิดความเท่าเทียมทางเพศได้ทางหนึ่ง อาจนานหน่อย แต่เป็นสิ่งต้องแก้ ให้สังเกตว่าใน 200 กว่านโยบาย ทำไมนโยบายนี้ถึงถูกตอบรับเป็นนโยบายแรกๆ เพราะมันเป็นปัญหาจริงๆ ใช่หรือไม่ ส่วนตัวยังมองว่าในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งหน้า ทุกพรรคจะเสนอเรื่องการแจกผ้าอนามัยฟรีในสถานศึกษาเช่นกัน

“ส่วนตัวมั่นใจในอาจารย์ชัชชาติ ที่ชูนโยบายนี้แล้วฝ่ายราชการตอบรับทันที น่าจะดำเนินนโยบายนี้ได้แน่ แต่ก็ฝากให้มีความชัดเจนเรื่องกระบวนการ การมีตัวชี้วัด และการประเมินโครงการ เพราะหากทำได้ดี กทม.จะเป็นพื้นที่แรกในประเทศ”

ปภาณษิณกล่าวทิ้งท้ายว่า หวังว่าสุดท้ายแล้วจะยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นได้ ไม่เพียงแต่ในสถานศึกษา แต่ผมอยากเห็นในห้องน้ำสาธารณะ สถานที่ราชการ ห้องน้ำในห้างสรรพสินค้า ก็ต้องดูต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

– เรื่องจริงผ้าอนามัย! ที่ผู้หญิงต้องแบกรับ จ่าย VAT หลักแสน ถึงเวลาหรือยัง #ยกเลิกภาษีผ้าอนามัย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...