โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

วิโรจน์ ขึ้นรถแห่ ลั่นไม่ได้เปลี่ยนคน แต่เปลี่ยนเกม แจงดราม่า ผู้ว่าไม่มี ส.ก.

Khaosod

อัพเดต 21 พ.ค. 2565 เวลา 06.37 น. • เผยแพร่ 21 พ.ค. 2565 เวลา 06.37 น.

"ก้าวไกล" ปล่อยขบวนคาราวานหาเสียงคึกคัก "วิโรจน์" ลั่น "ไม่ได้เข้ามาเปลี่ยนคน แต่เข้ามาเปลี่ยนเกม" อ้อนปชช.เทคะแนนให้เข้าไปขับเคลื่อน 12 นโยบายสร้างเมืองที่คนเท่ากัน แจง ดราม่า "ชัยธวัช" แค่พูดถึงบทบาทระหว่างผู้ว่าฯ -ส.ก.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 พ.ค. ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ก่อนขึ้นรถแห่หาเสียงทั่ว กทม.ถึงกรณีกระแสดราม่า หลังนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ปราศรัยบทบาทการทำงานของ ส.ก. หากไม่มีหัวจะบริหารยาก ว่าตนเข้าใจว่าทางเลขาพรรคฯ พูดถึงบทบาทโดยปกติระหว่างผู้ว่าฯ กทม. กับ ส.ก.

ต้องยอมรับว่าการขับเคลื่อนในการสร้างความเปลี่ยนแปลง ส.ก. มีบทบาทสำคัญมากในการแก้ไขข้อบัญญัติที่ล้าสมัย เป็นอุปสรรคในการให้บริการประชาชน และไม่เป็นธรรมกับประชาชน รวมถึงการจัดสรรงบประมาณด้วย เพราะผู้ว่าฯ กทม.เสนอแนวทางขับเคลื่อนนโยบายผ่านงบประมาณเข้าไปในสภากทม. แต่คนที่จะยกมือโหวตผ่านงบประมาณ คือ ส.ก. เราจึงพยายามอธิบายว่านี่คือกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนบริหารเมืองไปด้วยกัน

รถแห่ วิโรจน์

"เราไม่ได้โจมตี แต่พูดตามพื้นฐานข้อเท็จจริง ถ้าส.ก.ไม่ทำงานร่วมกันกับผู้ว่าฯ กทม. การขับเคลื่อนนโยบายก็ทำไม่ได้ เพราะงบประมาณและข้อบัญญัติที่เป็นอุปสรรคก็จะผ่านไม่ได้ นโยบายต่างๆ ก็จะติดหล่ม นี่คือสิ่งที่เราต้องพูดกันอย่างตรงไปตรงมา" นายวิโรจน์ กล่าว

เมื่อถามว่า ใกล้จะเลือกตั้งแล้ว ได้ชี้แจงนโยบายอย่างครบถ้วนแล้วใช่หรือไม่ นายวิโรจน์ กล่าวว่า เราได้พยายามชี้แจงอย่างครบถ้วนแล้ว โดยเราวางนโยบายไว้อย่างชัดเจนว่าเป้าหมายสำคัญที่สุดคือเมืองที่คนเท่ากัน จึงตกผลึกมาเป็น 12 นโยบาย และการจะขับเคลื่อนนโยบายได้ต้องมีงบประมาณ แต่บางครั้งก็ยังขับเคลื่อนได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพเพราะติดขัดเรื่องข้อบัญญัติ เราจึงต้องใช้กลยุทธ์เอาสภากทม.เป็นกลไกในการแก้ข้อบัญญัติ เพื่อทลายอุปสรรค ทำให้สามารถขับเคลื่อน 12 นโยบายสร้างเมืองที่คนเท่ากันได้

เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าจะคว้า ส.ก. 25 ที่นั่งได้ นายวิโรจน์ กล่าวว่า สุดท้ายอยู่ที่การกากบาทของประชาชน แต่เราได้เสนอความตั้งใจและความมุ่งมั่นว่า ส.ก.จะเข้าไปมีบทบาทอะไร ทั้งเรื่องงบประมาณและแก้ไขข้อบัญญัติที่ล้าสมัย

เมื่อถามว่า การลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ครั้งนี้จะสร้างความเปลี่ยนแปลงใดให้ กทม.บ้าง นายวิโรจน์ กล่าวว่า การปักธงทางความคิดและชี้ให้เห็นปัญหาความเหลื่อมล้ำและความอยุติธรรมที่เกิดในเมือง ประโยชน์ที่เกิดขึ้นแน่ๆ คือประชาชนได้รับรู้แล้ว และจะต้องเกิดการขับเคลื่อนในการแก้ไขอย่างใดอย่างหนึ่งแน่นอน และถ้าเรามีโอกาสก็จะเข้าไปทำงานอย่างเต็มที่แน่นอน

"การขึ้นรถแห่ในวันนี้ ต้องการพบปะประชาชนและเชิญชวนให้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 22 พ.ค. เพราะเป็นโอกาสในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ครั้งแรกในรอบ 9 ปี และบังเอิญตรงกับวันที่ 22 พ.ค.2557 ที่เราถูกรัฐประหาร ถูกคณะโจรปล้นอำนาจเราไป กทม.จะเป็นโดมิโนตัวแรกที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงและบอกว่าอำนาจเป็นของประชาชนและจะไม่ให้ใครมาปล้นเอาไป" นายวิโรจน์ กล่าว

จากนั้น นายวิโรจน์ พร้อมด้วย ส.ก. จากพรรคก้าวไกลทั้ง 50 เขต ขึ้นรถแห่ไปรอบ กทม. โดยเริ่มจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ขึ้นสะพานพระรามเจ็ดไปฝั่งธน ผ่านศาลาว่าการ กทม. จามจุรีสแควร์ และจบที่ย่านรามคำแหงที่อาคารอนาคตใหม่ เพื่อรณรงค์ให้คนกทม.ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และส.ก.ในวันที่ 22 พ.ค.นี้ โดยเลือกนายวิโรจน์ เบอร์ 1 และ ส.ก.พรรคก้าวไกล 50 เขต เข้าไปขับเคลื่อน 12 นโยบาย สร้างเมืองที่คนเท่ากัน โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนโบกมือทักทาย

นายวิโรจน์ กล่าวขณะอยู่บนรถแห่ตอนหนึ่งว่า "ใครบอกว่าเราเป็นหมูไม่กลัวน้ำร้อน จะกลัวทำไม ถ้ากติกาไม่เป็นธรรมกับประชาชน จะปล่อยให้ถูกรีดไถไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว ก้าวไกลไม่ได้เข้ามาแค่เปลี่ยนคน แต่ก้าวไกลเข้ามาเปลี่ยนเกม"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...