โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

สว.เทวฤทธิ์ ระบุ กกต.เสี่ยงปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ฟ้องปิดปากสื่อ-ประชาชนขัดยุทธศาสตร์องค์กรตัวเอง

VoiceTV

อัพเดต 01 มี.ค. เวลา 05.02 น. • เผยแพร่ 01 มี.ค. เวลา 04.57 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

เทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดียวันนี้ (1 มีนาคม 2569) ว่า กกต.เสี่ยงปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ฟ้องปิดปากสื่อ-ประชาชนขัดยุทธศาสตร์องค์กรตัวเอง

วานนี้ (28 กุมภาพันธ์ 2569) ผมมีโอกาสได้ร่วมงานเสวนาเนื่องในโอกาสมอบรางวัล "สื่อมวลชนเพื่อสิทธิมนุษยชน" โดยแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ในหัวข้อ "การนำเสนอข่าวไม่ใช่อาชญากรรม JOURNALISM IS NOT A CRIME”

ผมได้วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างรุนแรงจากกรณีที่ กกต. ดำเนินการฟ้องปิดปากช่างภาพจากสำนักข่าว SpaceBar และประชาชนที่เข้าไปร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้ง พร้อมชี้ให้เห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่รัฐควรให้การรับรอง และเน้นย้ำว่าเสรีภาพไม่ได้มาจากการที่ผู้มีอำนาจประทานให้ แต่ประชาชนและสื่อมวลชนต้องพร้อมที่จะ "สวนกลับอย่างมีอารยะ" เพื่อสร้างความสมดุลของอำนาจ หากยอมจำนน วันหนึ่งเมื่อเสรีภาพถูกริบคืนไปสังคมก็จะตกอยู่ในสภาวะที่สื่อมวลชนต้องกลั่นกรองเนื้อหาหรือเซ็นเซอร์ตัวเองด้วยความกลัวจนไม่กล้านำเสนอความจริงที่อาจไปขัดใจผู้มีอำนาจ

ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ผมมองว่าเป็นผลพวงมาจากปัญหาเชิงระบบ โดยเฉพาะการออกแบบโครงสร้างตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ที่ทำให้องค์กรอิสระอย่าง กกต. ศาลรัฐธรรมนูญ หรือ ป.ป.ช. ถูกตัดขาดจากประชาชน แตกต่างจากรัฐธรรมนูญปี 2540 และ 2550 ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถรวบรวมรายชื่อจำนวน 50,000 หรือ 20,000 ชื่อตามลำดับเพื่อเข้าชื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระได้ เมื่อปราศจากกลไกตรวจสอบจากภาคประชาชน องค์กรเหล่านี้จึงไม่จำเป็นต้องสนใจเสียงสะท้อนของสังคม นอกจากนี้โครงสร้างที่มาของ กกต. และศาลรัฐธรรมนูญส่วนใหญ่ยังมาจากผู้เชี่ยวชาญหรืออดีตข้าราชการระดับสูง เช่น อดีตอธิบดีกรมต่างๆ ส่งผลให้การทำงานถูกจำกัดอยู่ในกรอบแบบระบบราชการและขาดความยึดโยงกับประชาชน

สิ่งที่น่าสังเกตอีกประการคือการที่ กกต. ได้ปรับเปลี่ยนสโลแกนการทำงานโดยตัดคำว่า "โปร่งใส" ออกไปและนำคำว่า "ชอบด้วยกฎหมาย" เข้ามาแทนที่ ผมมองว่าการที่ กกต. ไล่ฟ้องประชาชนที่ไปร่วมตรวจสอบการเลือกตั้งโดยมองว่าเป็นการกระทำความผิดนั้นถือเป็นการกระทำที่ขัดแย้งกับยุทธศาสตร์ 20 ปีของ กกต. เอง ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างเครือข่ายประชาธิปไตยที่เข้มแข็งและส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักรู้ถึงสิทธิพลเมือง แม้ว่า กกต. จะพยายามอ้างเหตุผลในการฟ้องร้องว่าทำไปเพื่อกันเหนียวหรือป้องกันตนเองจากการถูกร้องเรียนตามมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากความกลัวบรรดานักร้องเรียน ซึ่งการกระทำที่ไม่ได้สัดส่วน ขาดความสมเหตุสมผล และไม่รักษาสมดุลระหว่างผลประโยชน์สาธารณะกับสิทธิเสรีภาพของประชาชนนี้อาจเข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเสียเอง เพราะเป็นการทำลายเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ขององค์กร

เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ ของวุฒิสภา จะใช้กลไกของสภาเป็นพื้นที่ในการตรวจสอบเรื่องนี้ โดยเตรียมเชิญผู้ที่ถูกฟ้องร้องและตัวแทนจาก กกต. เข้ามาให้ข้อมูลและรับฟังปัญหา ทั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อล้มล้างการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา แต่ต้องการสร้างบรรทัดฐานที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดบรรยากาศที่ประชาชนต้องไปใช้สิทธิเลือกตั้งด้วยความหวาดกลัวว่าการลงคะแนนจะไม่เป็นความลับอีกต่อไป ซึ่งหากปล่อยไว้จะส่งผลกระทบร้ายแรงจนทำให้การเลือกตั้งไม่สามารถสะท้อนเจตนารมณ์ที่แท้จริงของประชาชนได้ในอนาคต

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...