โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อังกฤษไฟเขียวสหรัฐใช้ฐานทัพป้องกันอิหร่านโจมตีด้วยขีปนาวุธ

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานนายกฯ สตาร์เมอร์ โพสต์คลิปบนแพลตฟอร์ม X เมื่อวันอาทิตย์ (1 มี.ค.) ระบุ

“สหรัฐขออนุญาตใช้ฐานทัพอังกฤษ เพื่อวัตถุประสงค์ป้องกันตัวอย่างจำกัดและเฉพาะเจาะจง เราตัดสินใจยอมรับคำขอนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านยิงขีปนาวุธไปทั่วภูมิภาค”

นายสตาร์เมอร์ย้ำว่า อังกฤษไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในปฏิบัติการโจมตีอิหร่านทางกาศร่วมระหว่างสหรัฐกับอิสราเอล ปลิดชีพอาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดเมื่อวันเสาร์ (28 ก.พ.) และจะไม่ร่วมโจมตีเพิ่มเติม แต่กล่าวว่า อิหร่านเอาคืนด้วยการโจมตีทั่วภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง ขีปนาวุธทำลายสนามบินและโรงแรมที่พลเมืองอังกฤษพักอยู่

“การตัดสินใจของเราที่ว่าสหราชอาณาจักรจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการโจมตีอิหร่านนั้นเป็นไปโดยเจตนาเพราะเราเชื่อว่าหนทางที่ดีที่สุดสำหรับภูมิภาคตะวันออกกลางและสำหรับโลกคือการเจรจาเพื่อหาทางออก ซึ่งอิหร่านต้องตกลงละทิ้งความปรารถนาพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์”

“กระนั้น อิหร่านยังโจมตีผลประโยชน์ของอังกฤษ ทำให้พลเมืองอังกฤษตกอยู่ในความเสี่ยงครั้งใหญ่” สตาร์เมอร์กล่าวและว่า พันธมิตรของอังกฤษในอ่าวเปอร์เซีย ได้ร้องขอให้อังกฤษปกป้องพวกเขาให้มากกว่านี้ สตาร์เมอร์ตอบไปว่าเป็นหน้าที่ของเขาที่ต้องปกป้องชีวิตชาวอังกฤษ

นายกฯ กล่าวด้วยว่า เครื่องบินรบอังกฤษได้ร่วมปฏิบัติการป้องกันตัวและตรวจจับการโจมตีของอิหร่านได้สำเร็จ แต่หนทางเดียวที่จะหยุดยั้งภัยคุกคามนี้ได้ก็คือการทำลายขีปนาวุธตั้งแต่ในคลังแสงหรือเครื่องปล่อยยิงเท่านั้น

ดังนั้น การยอมรับคำขอของสหรัฐ อยู่บนพื้นฐาน“การป้องกันตนเองร่วมกันของมิตรประเทศและพันธมิตรที่มีความสัมพันธ์อันยาวนาน และการปกป้องชีวิตของชาวอังกฤษ” ตามกฎหมายระหว่างประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...