จาก "อิรัก" ถึง "อิหร่าน" ความชอบธรรมฉบับอเมริกา บุกชาติอื่นโดยไร้หลักฐานอาวุธนิวเคลียร์
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อ้างว่า อิหร่านมีสมรรถนะเพียงพอจะสร้างอาวุธนิวเคลียร์ ติดขีปนาวุธคุกคามชาวอเมริกันในต่างแดน และชาติพันธมิตรในภูมิภาค
นี่เป็นหนึ่งในเหตุผล ที่ทรัมป์อ้างถึงความชอบธรรมที่ทำให้สหรัฐฯ ผนึกกำลังกับอิสราเอล ปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ต่ออิหร่าน รวมถึงการสังหารอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ที่ปกครองประเทศมานาน 36 ปี
สิ่งที่เกิดขึ้นกับอิหร่านในเวลานี้ ทำให้หวนนึกถึงสงครามอิรัก เมื่อครั้งที่สหรัฐฯ ตัดสินใจบุกประเทศ และต่อมาประหารชีวิตผู้นำ จนกลายเป็นสงครามยืดเยื้อหลายปี
สหรัฐฯ บุกอิรัก กล่าวหามีอาวุธชีวภาพ
สงครามอิรักที่เริ่มต้นขึ้นในเดือนมีนาคม 2003 เมื่อสหรัฐฯ และชาติพันธมิตร ตัดสินใจบุกอิรัก มีเป้าหมายเพื่อล้มล้าง “ซัดดัม ฮุสเซน” ประธานาธิบดีอิรัก ณ ขณะนั้น
โดยสหรัฐฯ กล่าวหาว่า อิรักมีอาวุธทำลายล้างสูง เช่นอาวุธเคมี อาวุธชีวภาพ ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อโลก พร้อมเผยด้วยว่า “ซัดดัม ฮุสเซน” สนับสนุนกลุ่มก่อร้าย “อัลกออิดะห์” ผู้อยู่เบื้องหลังการก่อวินาศกรรม 9/11 เมื่อปี 2001
อีกข้ออ้างของการรุกรานในครั้งนั้น คือ สหรัฐฯ ต้องการปลดปล่อยชาวอิรักให้เป็นอิสระจาก “ฮุสเซน” ซึ่งปกครองประเทศมานาน 20 ปี และส่งเสริมประชาธิปไตยในตะวันออกกลาง
การบุกอิรักครั้งนั้น กองกำลังผสม นำโดยสหรัฐฯ ก็สามารถเอาชนะกองกำลังอิรักได้ในระยะเวลาไม่นาน และสามารถขับไล่ “ซัดดัม ฮุสเซน” ออกจากประเทศได้ ก่อนจะถูกจับ และรับโทษประหารชีวิตในปี 2006
ระบอบ “ซัดดัม” สิ้นสุด จุดเริ่มต้นของความวุ่นวาย
แต่แทนที่ความสงบจะเข้ามา กลับกลายเป็นว่า อิรักต้องเผชิญกับสงครามภายในประเทศไปอีกหลายปี
เพราะหลังระบอบการปกครอง “ซัดดัม” ล่มสลาย ประเทศก็เผชิญกับความวุ่นวาย เกิดการปล้นสะดม, โจมตี เพื่อล้างแค้น และความขัดแย้งระหว่างชาวมุสลิมนิกายชีอะห์กับสุหนี่เพิ่มมากขึ้น
สหรัฐฯ จึงเปลี่ยนบทบาทมาเป็น “ผู้รักษาความสงบ” แทน ด้วยการให้ทหารสหรัฐฯ ยังประจำการอยู่ที่อิรัก เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อย แต่ก็เป็นไปได้ยาก เพราะกลุ่มติดอาวุธเริ่มโจมตีทหารสหรัฐฯ เกิดการโจมตีหลายครั้ง จนถูกขนานนามว่า เป็น “สงครามกองโจร”
การก่อการร้ายที่เกิดขึ้น ส่งผลให้ทหารอเมริกันเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก จากช่วงแรกที่จำนวนทหารที่เสียชีวิตอยู่ที่ 150 นายในปี 2003 ก่อนค่อยเพิ่มขึ้นเป็นหลายพันรายในปีต่อ ๆ มา
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบของสงครามอิรักตั้งแต่ปี 2003-2011 คาดว่า จำนวนผู้เสียชีวิตมีตั้งแต่ 150,000-600,000 ราย โดยสหรัฐฯ ใช้งบประมาณมากถึง 7.28 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปกับสงครามในอิรักอย่างเดียว
เมื่อสงครามกินเวลานานกว่าที่คาดไว้ กอปรกับชาวอเมริกันเริ่มประท้วงรัฐบาลมากขึ้น สหรัฐฯ จึงได้เริ่มถอนกำลังทหารในปี 2007 ก่อนหน่วยสุดท้าย ที่ถูกส่งมาทำภารกิจในอิรักจะถอนออกไป ในปี 2011 ถือเป็นการสิ้นสุดสงครามอิรักอย่างเป็นทางการ เหลือเพียงแต่ทหารสหรัฐฯ ที่เน้นให้คำปรึกษา และช่วยเหลือกองกำลังอิรัก ต่อต้านกลุ่ม ISIS
ความเหมือน-แตกต่าง ระหว่างอิรักและอิหร่าน
บทความจาก Washington Post และ The Guardian วิเคราะห์ความคล้ายคลึงกันระหว่าง 2 เหตุการณ์ ดังนี้
ทั้ง 2 ประเทศ ถูกโจมตีด้วยข้อกล่าวหาด้านอาวุธ อิรักถูกกล่าวหาว่า ครอบครองอาวุธทำลายล้างสูง ขณะที่ ข้อกล่าวหาของอิหร่านคือกำลังซุ่มพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งจนถึงตอนนี้ ก็ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่า อิรักมีอาวุธดังกล่าวจริง เช่นเดียวกับอิหร่าน
โจมตี ก่อนเริ่มการเจรจา ก่อนที่อิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน เกิดขึ้นก่อนหน้าการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน และสหรัฐฯ เพียง 2 วันเท่านั้น ขณะที่ สงครามอิรัก สหรัฐฯ ตัดสินใจเข้าโจมตี ในช่วงที่การเจรจาทางการทูต และการตรวจสอบเรื่องอาวุธชีวภาพของ UN ยังคงดำเนินอยู่ ทั้งยังบุกรุกโดยไม่มีมติของ UN
เชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้าย ซัดดัม ฮุสเซน ถูกเชื่อมโยงกับกุล่มอัลกออิดะห์ ส่วนอิหร่านสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในตะวันออกกลาง
ส่วนความแตกต่างระหว่าง 2 ความขัดแย้งนี้ ก็มีด้วยเช่นกัน ไม่ได้เหมือนทั้งหมดแบบ 100% ยกตัวอย่างเช่น
สถานะทางทหาร ณ ตอนนั้น อิรักมีกองกำลังที่อ่อนแอ เมื่อเทียบกับอิหร่าน ที่มีศักยภาพทางทหารสูง
เป้าหมายการโจมตี ในสงครามอิรัก สหรัฐฯ ต้องการเปลี่ยนแปลงการปกครอง แต่ของอิหร่าน ต้องการยับยั้งโคงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน
รูปแบบสงคราม สงครามอิรักเป็นการรุกรานเต็มรูปแบบ ขณะที่ อิหร่าน ตอนนี้ ยังเป็นเพียงการโจมตีทางอากาศเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความขัดแย้งอิหร่าน-อิสราเอล ทรัมป์ออกมาเผยว่า ตอนนี้ ทั้ง 2 ประเทศตกลงหยุดยิงกันได้แล้ว แต่สื่ออิหร่านออกมาโต้ว่า คำประกาศดังกล่าวของทรัมป์เป็นเท็จ เพราะต้องการเบี่ยงเบนความสนใจการถูกโจมตีฐานทัพในโดฮา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- สิ้น “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดอิหร่าน 4 ทศวรรษ อิหร่านจะเป็นอย่างไรต่อไป?
- เจาะลึกการสืบทอดอำนาจ "ผู้นำสูงสุดอิหร่าน"
- สธ. เตรียมพร้อมช่วยดูแลสุขภาพ "คนไทย" เหตุตึงเครียดในตะวันออกกลาง
- สงครามอิสราเอล-สหรัฐฯ VS อิหร่าน รศ.ดร.ปณิธาน วิเคราะห์สงครามมีโอกาสลากยาว หากอิหร่านโต้กลับเร็ว
- สื่อทางการอิหร่านยืนยัน "คาเมเนอี" ผู้นำสูงสุดเสียชีวิตแล้ว ไว้อาลัย 40 วัน