โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“รูบิโอ” ส่งสัญญาณรีเซ็ตพันธมิตรข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก ชูยุทธศาสตร์ความมั่งคั่งศตวรรษใหม่ควบคู่แรงกดดันด้านกลาโหม

การเงินธนาคาร

อัพเดต 15 ก.พ. เวลา 10.12 น. • เผยแพร่ 15 ก.พ. เวลา 03.12 น.

รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันบนเวทีมิวนิก "ยุโรปและสหรัฐฯ คือหนึ่งเดียวกัน" พร้อมย้ำความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างที่ตัดขาดไม่ได้ วิจารณ์ยับนโยบายการค้าแบบสุดโต่งและลัทธิสิ่งแวดล้อมว่าเป็นอุปสรรคต่อการเติบโต เร่งยุโรปเพิ่มงบกลาโหมสร้างอำนาจต่อรองร่วม จับตาความตึงเครียดนิวเคลียร์อิหร่านและการเจรจายุติสงครามยูเครน ขณะที่ประเด็น "กรีนแลนด์" ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญในยุทธศาสตร์ความมั่นคง

15 กุมภาพันธ์ 2569–สำนักข่าวBBCรายงานว่า ในการประชุมความมั่นคงมิวนิก (Munich Security Conference) ที่ทั่วโลกจับตามอง นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ส่งสารสำคัญถึงเหล่าผู้นำยุโรปเพื่อลดความกังวลเกี่ยวกับทิศทางนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยยืนยันอย่างหนักแน่นว่าสหรัฐฯ ไม่มีแผนที่จะละทิ้งพันธมิตรข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก (Transatlantic Alliance) พร้อมระบุว่าโชคชะตาของทั้งสองทวีปนั้น "จะร้อยเรียงเข้าด้วยกันเสมอ"

นายรูบิโอเน้นย้ำว่าเป้าหมายของสหรัฐฯ ในยุคนี้ไม่ใช่การแยกตัวออกไปสู่ลัทธิโดดเดี่ยว แต่เป็นการฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่มีมาอย่างยาวนาน โดยเขากล่าวต่อที่ประชุมอย่างมีนัยสำคัญว่า:

"เราไม่ได้พยายามที่จะแยกจากกัน แต่เรามุ่งหวังที่จะรื้อฟื้นมิตรภาพเก่าแก่และฟื้นฟูอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติขึ้นมาใหม่ สำหรับเราชาวอเมริกัน บ้านของเราอาจอยู่ในซีกโลกตะวันตก แต่เราจะเป็นบุตรหลานของยุโรปเสมอ"

สารดังกล่าวได้รับการตอบรับในเชิงบวกจาก นางเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ซึ่งแสดงความเชื่อมั่นและรู้สึกคลายความกังวลต่อท่าทีของรูบิโอที่มีความประนีประนอมมากกว่าภาพลักษณ์ของรัฐบาลในช่วงก่อนหน้า โดยเธอกล่าวว่านี่คือข้อความที่แสดงถึงความต้องการ "ยุโรปที่เข้มแข็ง" อย่างแท้จริง

แรงกดดันเชิงนโยบาย: เมื่อการค้าเสรีแบบสุดโต่งและสิ่งแวดล้อมกลายเป็นอุปสรรค

แม้โทนเสียงจะมีความเป็นมิตรมากขึ้น แต่นายรูบิโอไม่ได้ละเว้นการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายภายในของยุโรปที่สหรัฐฯ มองว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่งคั่งร่วมกัน โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการเข้าเมือง การค้า และนโยบายสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเขาให้ทัศนะว่าเป็นเสมือน "ลัทธิสิ่งแวดล้อม" (Climate Cult) ที่เข้ามาควบคุมนโยบายเศรษฐกิจจนเกินพอดี

ในมิติด้านการค้า รูบิโอชี้ให้เห็นว่าทั้งสหรัฐฯ และยุโรปต่างเคย "ดำเนินนโยบายที่ผิดพลาดร่วมกัน" ผ่านมุมมองที่ยึดติดกับหลักการการค้าเสรีที่ไร้การควบคุม (Unfettered Trade) มากเกินไป จนลืมนึกถึงผลกระทบเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจและความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน

นอกจากนี้ เขายังตอกย้ำจุดยืนเดิมของรัฐบาลทรัมป์ที่ต้องการให้ยุโรปเพิ่มการลงทุนด้านกลาโหม โดยระบุว่า "เราต้องการพันธมิตรที่สามารถปกป้องตนเองได้ เพื่อที่จะไม่มีศัตรูหน้าไหนกล้าเข้ามาทดสอบความแข็งแกร่งร่วมกันของเรา"

ภูมิรัฐศาสตร์โลก: วิกฤตอิหร่าน ยูเครน และความล้มเหลวของกลไกสากล

ในส่วนของการบริหารจัดการความขัดแย้งระดับโลก นายรูบิโอได้โจมตีบทบาทขององค์การสหประชาชาติ (UN) อย่างรุนแรง โดยชี้ว่าแทบไม่มีบทบาทในการคลี่คลายความขัดแย้งในฉนวนกาซาและยูเครน รวมถึงไร้อำนาจในการยับยั้งโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน

ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้นหลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ขู่ที่จะใช้กำลังทหารหากไม่สามารถหาข้อตกลงที่น่าพอใจได้ อย่างไรก็ตาม การเจรจาในรอบถัดไปจะถูกจัดขึ้นที่กรุงเจนีวา โดยมีโอมานเป็นตัวกลางในการประสานงาน ท่ามกลางการประท้วงต่อต้านรัฐบาลอิหร่านที่รุนแรงทั้งในและนอกประเทศ

ด้านวิกฤตการณ์ในยูเครน นายรูบิโอแสดงความกังขาต่อความจริงใจของรัสเซียในการยุติสงคราม ขณะที่ ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ยืนยันต่อที่ประชุมว่าไม่มีใครเชื่อว่าวลาดิมีร์ ปูติน จะยอมถอนตัวง่ายๆ พร้อมปฏิเสธกระแสข่าวเรื่องการจัดเลือกตั้งในยูเครนช่วงเดือนพฤษภาคม โดยย้ำว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมี "การหยุดยิงอย่างน้อย 2 เดือน" และมีโครงสร้างความมั่นคงที่พร้อมรองรับเท่านั้น

ยุทธศาสตร์อาร์กติกและประเด็นร้อน "กรีนแลนด์"

ประเด็นที่น่าจับตาที่สุดคือการขยายอิทธิพลในภูมิภาคอาร์กติก ซึ่ง นายเคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ได้ประกาศยุทธศาสตร์ร่วมกับสหรัฐฯ และแคนาดา ในการส่งกองเรือและเครื่องบินรบเข้าประจำการในพื้นที่ High North เพื่อตอบโต้กิจกรรมทางการทหารของรัสเซียที่เพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ

ความสำคัญของภูมิภาคนี้ยังเชื่อมโยงกับประเด็นเรื่อง "เกรีนแลนด์" ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์เคยให้ความสนใจที่จะเข้าซื้อกิจการหรือเข้าควบคุมพื้นที่ดังกล่าวด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง แม้ฝ่ายบริหารจะพยายามหาข้อสรุปผ่านการเจรจา แต่ความสำคัญทางยุทธศาสตร์ในฐานะฐานตรวจสอบขีปนาวุธและเฝ้าสังเกตการณ์เดินเรือทำให้ประเด็นนี้ยังคงเป็นชนวนความขัดแย้งกับเดนมาร์ก

นางเมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก ออกมายืนยันอย่างแข็งกร้าวว่า "กรีนแลนด์ประเมินค่าเป็นราคาไม่ได้" และอำนาจอธิปไตยต้องได้รับการเคารพ ขณะที่ผู้นำยุโรปท่านอื่นๆ อย่างนายเปโดร ซานเชซ ของสเปน และนายอเล็กซานเดอร์ สตับบ์ ของฟินแลนด์ ต่างเห็นตรงกันว่ายุโรปจำเป็นต้องสร้าง "กองทัพยุโรปที่แท้จริง" ขึ้นมาทันที เพื่อรับมือกับความจริงที่ว่ารัสเซียไม่มีวันเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมก้าวร้าวได้ในระยะเวลาอันใกล้

อ้างอิง : bbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...