โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ผลผลิตน้ำตาลดี KSL มาร์เก็ตแชร์เพิ่ม ปลื้มปีนี้พลิกกำไร-วางแผนทยอยล้างหนี้

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 ก.พ. เวลา 11.02 น. • เผยแพร่ 27 ก.พ. เวลา 01.02 น.
ชลัช ชินธรรมมิตร์

สัมภาษณ์

หลายคนน่าจะสงสัยกันว่า “ธุรกิจอ้อยและน้ำตาล” โดยเฉพาะโรงงานน้ำตาลจะมีรายได้มากมายขนาดไหน เพราะในแต่ละปีช่วงหีบอ้อยจะมีระยะเวลาเพียง 4 เดือนเท่านั้น และยิ่งปีไหนผลผลิตน้อยเจอภัยแล้ง ราคาน้ำตาลโลกดิ่งยิ่งน่าจะไม่มีกำไร “ประชาชาติธุรกิจ” ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ “นายชลัช ชินธรรมมิตร์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) หรือ KSL ถึงการพลิกกลับมามีกำไรในปี 2569 นี้ หลังจากที่ขาดทุน 660 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งคือโรงงานน้ำตาลเกาะกงที่ประเทศเพื่อนบ้าน โดยต้องตีเป็นขาดทุนทางบัญชีจนกว่าจะมีโอกาสทางธุรกิจครั้งใหม่ รวมถึงแนวโน้มตลาดอ้อยและน้ำตาลทรายในปีถัดไปที่คาดว่าประเทศไทยจะแล้งหนัก

เลื่อนหีบอ้อยถึง เม.ย.

ฤดูกาลหีบ 68/69 รอบนี้คิดว่าน่าจะมีผลผลิตอ้อยประมาณ 100 ล้านตัน แต่ยังมีปัญหาเรื่องของแรงงาน เนื่องจากความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ทำให้แรงงานส่วนหนึ่งไม่สามารถเข้ามาได้ ต้องนำแรงงานจากชาติอื่นเข้ามา แต่ติดปัญหาความชำนาญที่ต้องใช้เวลาในการเก็บเกี่ยวอยู่ เราก็ต้องส่งรถตัดเข้าไปช่วยเพราะมันก็ยังมีบางพื้นที่ที่เป็นโซนแดงห้ามเข้าไปตัดอ้อย มันจึงเป็นที่มาว่าการหีบปีนี้ก็เลยต้องเลื่อนออกไป โรงสุดท้ายน่าจะหีบกันเสร็จคงต้น ๆ เดือนเมษายน จากเดิมที่จะทยอยปิดหีบกันในช่วงมีนาคม

ส่วนราคาน้ำตาลของไทยในตอนนี้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ เวียดนาม พม่า สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ซึ่งส่งผลต่อรายได้ของเกษตรกรโดยตรง เนื่องจากน้ำตาลเป็นระบบแบ่งปันผลประโยชน์ที่เมื่อราคาน้ำตาลมีการปรับตัวขึ้น จะถูกส่งไปถึงเกษตรกร 70% จะขึ้นมาตอนไหนต้องรอดูนโยบายรัฐ อย่างไรก็ดี ปัจจัยที่ส่งผลต่อธุรกิจ จากราคาน้ำตาลตลาดโลกที่มีการปรับลดลง และค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น แต่ความต้องการบริโภคยังมีจึงยังไม่น่ากังวลมากนัก

รับรู้รายได้จาก BBGI

อ้อยเรายังมีมาร์เก็ตแชร์ที่เพิ่มขึ้นไปใกล้ ๆ 8% ซึ่งจะมีปริมาณอ้อยในฤดูกาล 68/69 ราว 7.9 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 18.6% เมื่อเทียบกับฤดูกาลผลิต 67/68 จากสภาพอากาศที่เอื้อต่อการเพาะปลูก และกำลังการผลิตที่เพิ่มมาจากโรงงานใหม่ในจังหวัดสระแก้ว

ในส่วนของไฟฟ้า ซึ่งเป็นพลังงานชีวมวลจากกากอ้อย กำลังพิจารณาในเรื่องของการต่ออายุและศึกษาถึงการใช้ประโยชน์จากกากอ้อยในด้านอื่น ปัจจุบันเรามีกำลังการผลิตรวม 340 เมกะวัตต์/ชั่วโมง จากโรงไฟฟ้า 4 สาขา ถ้าเป็นในส่วนของเอทานอลจะอยู่ภายใต้การดำเนินงานของ BBGI ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของ KSL กับทางบางจาก ซึ่งในปีนี้เราน่าจะสามารถพลิกกลับมามีผลกำไรจากราคาต้นทุนอ้อย กากน้ำตาลที่ลดลง และราคาขายเอทานอลที่ขยับเพิ่มขึ้น ส่วนผลิตภัณฑ์ปุ๋ยอินทรีย์เริ่มเป็นที่นิยมของเกษตรกรชาวไร่อ้อยมากขึ้น มีผลดีต่อรายได้และกำไร

พร้อมล้างหนี้ใน 7-8 ปี

ยอมรับว่าตอนนี้เรามีหนี้ประมาณ 15,000 ล้านบาท มีคนถามผมว่าถ้าจะล้างหนี้ให้หมดนี้เราจะต้องทำยังไง ในความจริงแล้วเรามีทรัพย์สินที่เป็นที่ดิน โกดังจำนวนมากอยู่ที่เพชรเกษม ตรงนี้ที่ก็ประมาณ 3-4 ไร่ แต่มันไม่ติดกัน ปล่อยเช่าอยู่แล้วก็มีที่บางแค เทพารักษ์ ศรีนครินทร์ รวมแล้วก็หลายไร่ ถ้ารวมทั้งประเทศก็มีกว่า 20,000 ไร่ ขายก็หลายพันล้าน แต่ผมก็ไม่กล้าขาย เพราะเป็นมรดกตั้งแต่รุ่นอากง

นอกจากนี้ก็ยังมีอาคารที่ปล่อยเช่าหลัก ๆ 2 อาคาร ก็คือตรงอาคาร KSL ตรงนี้ และอาคารลิเบอร์ตี้สแควร์สีลม ชาวต่างชาติเช่าเยอะมากกว่า 80% ตึกนี้ถ้าขายก็น่าจะอีกหลายพันล้าน แต่การล้างหนี้ของเรามันจะมาจากการทำธุรกิจมากกว่า

ปีนี้ 2569 เราจะหยุดใช้เงินไม่ลงทุนอะไรแล้ว อย่างโรงงานที่สระแก้ว เราก็ทุ่มเงินลงไปถึง 5,000 ล้านบาท นอกจากเราจะพลิกกลับมาทำกำไรแล้ว ยังคิดว่าหนี้ที่มีอยู่น่าจะเริ่มทยอยล้างมันไป ถ้าในอนาคตบางทรัพย์สินอาจแบ่งขายเพราะรุ่นลูกเขาคงไม่นิยมจะถือครองที่ดินด้วยราคาก็ลงไปเรื่อย ๆ และบางที่อาจจะเปิดทำธุรกิจใหม่ ๆ เราอาจใช้เวลาล้างหนี้ได้ 7-8 ปีสบาย ๆ แต่ถ้ามันไม่เป็นไปอย่างที่คิดอย่างน้อยเราก็ยังมีกำไรจากธุรกิจหลักของเราคือโรงงานน้ำตาล และโรงไฟฟ้าที่แม้ส่วนใหญ่จะส่งไฟเข้าไปใช้ในโรงงานอยู่แล้ว ในอนาคตถ้าขายไฟให้รัฐในอัตราที่ดีก็น่าจะเป็นอีกรายได้เข้ามา

“ปีนี้เราจึงมั่นใจว่าผลการดำเนินงานจะพลิกเป็นกำไรได้ เทียบกับปีก่อนขาดทุนสุทธิ 660 ล้านบาท แม้ราคาน้ำตาลโลกจะลดลงถึง 20% แต่เราก็มีอ้อยเพิ่มขึ้นมันเลยบาลานซ์กัน ปีนี้เลยตั้งเป้ากำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ว่าเติบโต 5-10% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนรายได้ก็คาดว่าจะใกล้เคียงกับปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 16,520 ล้านบาท”

ทั้งโลกกินน้ำตาลน้อยลง

2-3 ปีมานี้ การบริโภคน้ำตาลของโลกทรงตัวอยู่ใกล้ ๆ ระดับ 200 ล้านตัน/ปี ไม่ได้เพิ่มขึ้นเหมือนในอดีตช่วง 10-20 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากฐานการบริโภคมีขนาดใหญ่ การขยับเพิ่มขึ้น ลดลงในระดับล้านตันก็ถือเป็นเปอร์เซ็นต์ที่น้อยมากในปัจจุบัน ในด้านการผลิตมีอัตราการขยายตัวที่เพิ่มขึ้นจากราคาน้ำตาลส่งออกในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมามีราคาค่อนข้างสูง ทำให้หลายประเทศมีการขยายปริมาณการผลิตขึ้น เป็นปัจจัยกดดันให้ราคาส่งออกน้ำตาลในปีนี้ขยับอยู่ในกรอบ 13-16 เซนต์/ปอนด์ จากเดิมอยู่ที่เฉลี่ย 18-19 เซนต์ต่อปอนด์

อย่างในปีนี้เราจะเห็นปริมาณผลผลิตอ้อยโตเพิ่มขึ้นในทุกพื้นที่เพาะปลูก ทั้งอินเดีย บราซิล ไทย จีน ฯลฯ จากปริมาณฝนในโซนเอเชียที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาน้ำตาลที่อยู่ในเกณฑ์ดีช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จูงใจให้ผู้ผลิตผลิตน้ำตาลเพิ่มขึ้น แต่เมื่อราคาน้ำตาลตกลงมาในระดับ 14 เซนต์ ก็ทำให้ผู้ผลิตหันไปปลูกพืชอย่างอื่นทดแทน เป็นวงจรของภาคการเกษตร และการบริโภคโดยรวมของโลกก็ยังทรงตัว

และตอนนี้ธุรกิจอ้อยและน้ำตาล มีการคำนวณราคาอ้อยและราคาน้ำตาลทรายเฉลี่ยทั้งระบบ จากโควตา ข. โจทย์ของเรา คือการทำราคาขายให้ไม่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยและทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อสร้างผลกำไรและลดความเสี่ยงด้านการซื้อขาย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผลผลิตน้ำตาลดี KSL มาร์เก็ตแชร์เพิ่ม ปลื้มปีนี้พลิกกำไร-วางแผนทยอยล้างหนี้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...