โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เงินบาทผันผวน-แข็งค่า จับตาสัปดาห์หน้า 5 ปัจจัยสำคัญ-ประชุมเฟด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 23 ม.ค. เวลา 12.13 น. • เผยแพร่ 25 ม.ค. เวลา 00.45 น.
ภาพ : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

เงินบาทผันผวนในกรอบแข็งค่า กสิกรไทยคาดสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหวในกรอบ 30.70-31.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ จับตา 5 ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ทั้งผลประชุมเฟด (27-28 ม.ค.69)รายงานเศรษฐกิจและการเงินเดือนธ.ค. ของไทย ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ การเคลื่อนไหวของสกุลเงินเอเชีย และราคาทองคำในตลาดโลก

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทผันผวนในกรอบแข็งค่า โดยทำสถิติแข็งค่าสุดในรอบ 4 ปี 10 เดือนที่ 30.88 บาทต่อดอลลาร์ฯ ระหว่างสัปดาห์ โดยเงินบาทแข็งค่าขึ้นช่วงต้น-กลางสัปดาห์สอดคล้องกับหลายสกุลเงินในเอเชียและราคาทองคำในตลาดโลกที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All-time high) สวนทางแรงเทขายเงินดอลลาร์ฯ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และหลายประเทศในยุโรปในประเด็นเรื่องกรีนแลนด์

ทั้งนี้ เงินบาทแข็งค่าทะลุแนว 31.00 ไปแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 4 ปี 10 เดือน ที่ 30.88 บาทต่อดอลลาร์ฯ (แข็งค่าสุดนับตั้งแต่ 23 มี.ค. 2564) ในช่วงกลางสัปดาห์ ก่อนจะพลิกกลับมาเคลื่อนไหวในระดับที่อ่อนค่ากว่าแนว 31.00 อีกครั้งซึ่งตลาดประเมินว่าอาจเป็นการดูแลเพื่อลดความผันผวนจากทางการ

ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ เองก็ฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนตามสัญญาณที่เริ่มผ่อนคลายลงระหว่างสหรัฐฯ กับหลายประเทศในยุโรปและสหราชอาณาจักร หลังการกล่าวสุนทรพจน์ของปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ ในการประชุมเวิลด์ อิโคโนมิก ฟอรั่ม ซึ่งมีการระบุถึงการเริ่มหารือกับ NATO เพื่อจัดทำกรอบข้อตกลงในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับกรีนแลนด์และการยกเลิกคำเตือนที่จะเก็บภาษีนำเข้าสินค้ากับประเทศดังกล่าว

อย่างไรก็ดี เงินบาทแข็งค่ากลับมาอีกครั้งช่วงปลายสัปดาห์สอดคล้องกับราคาทองคำในตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้นทำ All-time high ครั้งใหม่เหนือ 4,900 ดอลลาร์ฯ ต่อออนซ์ ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงขายสวนทางกับสินทรัพย์เสี่ยงที่ทยอยฟื้นตัวขึ้น แม้จะยังคงมีความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในระยะข้างหน้าระหว่างสหรัฐฯ และหลายประเทศในยุโรป

อนึ่ง เพื่อชะลอการแข็งค่าของเงินบาทที่อาจไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐาน ธปท. ได้ผ่อนคลายเกณฑ์การนำรายได้กลับประเทศ (ประกาศลงราชกิจจานุเบกษา 19 ม.ค. 69) โดยมีการเพิ่มวงเงินรายได้ต่างประเทศของคนไทยและผู้ประกอบการไทยที่ไม่ต้องนำกลับเข้าประเทศเป็น 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อครั้ง (จากเดิมที่กำหนดไว้ไม่เกิน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อครั้ง)

ในวันศุกร์ที่ 23 ม.ค. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 31.21 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 31.40 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (16 ม.ค.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 19-23 ม.ค. 2569 นั้น นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 1,348 ล้านบาท และมีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Inflows เข้าตลาดพันธบัตรไทย 1,377 ล้านบาท (ซื้อสุทธิพันธบัตร 1,399 ล้านบาท หักตราสารหนี้หมดอายุ 22 ล้านบาท)

เงินบาท : กรอบสัปดาห์หน้า

สำหรับสัปดาห์หน้า หรือระหว่างวันที่ 26-30 ม.ค. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 30.70-31.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการประชุม FOMC (27-28 ม.ค.) รายงานเศรษฐกิจและการเงินเดือนธ.ค. ของไทย ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ การเคลื่อนไหวของสกุลเงินเอเชียและราคาทองคำในตลาดโลก

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจต่างประเทศที่สำคัญ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนพ.ย. ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนธ.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ รวมถึงตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2568 ของยูโรโซน นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามความคืบหน้าของสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และหลายประเทศในยุโรปด้วยเช่นกัน

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ดัชนีหุ้นไทยแตะจุดสูงสุดในรอบเกือบ 3 เดือนในช่วงกลางสัปดาห์ ก่อนจะลดช่วงบวกลงบางส่วน

SET Index ปรับตัวขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์แม้จะมีปัจจัยลบจากสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และยุโรป แต่ตลาดประเมินว่าไทยน่าจะได้รับผลกระทบในกรอบจำกัด ทั้งนี้ ตลาดหุ้นไทยมีแรงหนุนจากแรงซื้อต่อเนื่องของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติและบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ นำโดยหุ้นบิ๊กแคปกลุ่มค้าปลีก โรงพยาบาล พลังงานและเทคโนโลยี

แนวรับ-แนวต้าน หุ้นไทยสัปดาห์หน้า

ดัชนีหุ้นไทยแตะจุดสูงสุดในรอบเกือบ 3 เดือนที่ระดับ 1,327.91 จุด ก่อนจะย่อตัวลงช่วงสั้น ๆ ตามแรงขายทำกำไร ประกอบกับมีปัจจัยลบเฉพาะตัวของหุ้นรายใหญ่ในกลุ่ม ICT จากประเด็นการลงนามขายหุ้นของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผู้ถือหุ้น

อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยขยับขึ้นอีกครั้งช่วงท้ายสัปดาห์ โดยมีแรงหนุนเข้ามาในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะหุ้นสื่อสารที่ถูกเทขายก่อนหน้านี้ อนึ่งสัปดาห์นี้หุ้นกลุ่มแบงก์ปรับตัวลงสวนทางภาพรวม โดยเผชิญแรงขายทำกำไรหลังเสร็จสิ้นการรายงานผลประกอบการไตรมาส 4/2568

ในวันศุกร์ที่ 23 ม.ค. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,314.39 จุด เพิ่มขึ้น 3.04% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 56,109.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.76% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.79% มาปิดที่ระดับ 211.14 จุด

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (26-30 ม.ค. 69) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,300 และ 1,285 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,330 และ 1,345 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมเฟด (27-28 ม.ค.) ผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ของบจ.ไทย และทิศทางเงินทุนต่างชาติ

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ดัชนีราคาที่อยู่อาศัยเดือนพ.ย. ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนธ.ค. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2568 ของยูโรโซน กำไรบริษัทภาคอุตสาหกรรมเดือนธ.ค. ของจีน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เงินบาทผันผวน-แข็งค่า จับตาสัปดาห์หน้า 5 ปัจจัยสำคัญ-ประชุมเฟด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...