“สหรัฐ” เตรียมผ่อนคลายคว่ำบาตรพลังงานเวเนซุเอลา เปิดทางดีลน้ำมัน-ฟื้นอุตสาหกรรม
"สหรัฐ" เร่งออกใบอนุญาตทั่วไปยกเว้นคว่ำบาตรต่อภาคพลังงานเวเนซุเอลา เปิดทางดีลจัดหาน้ำมัน 2,000 ล้านดอลลาร์ และแผนฟื้นฟูอุตฯน้ำมันครั้งใหญ่ ท่ามกลางสัญญาณเอื้อบริษัทสหรัฐเป็นพิเศษ
วันที่ 28 มกราคม 2569 เวลา 05.59 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐกำลังดำเนินการออกใบอนุญาตทั่วไป (general license) ในเร็ว ๆ นี้ เพื่อผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรบางส่วนต่อภาคพลังงานของเวเนซุเอลา ตามการเปิดเผยของแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมการดังกล่าว โดยแนวทางใหม่นี้ถือเป็นการเปลี่ยนจากแผนเดิมที่สหรัฐจะพิจารณาออกใบอนุญาตเป็นรายบริษัทให้กับผู้ที่ต้องการทำธุรกิจในประเทศ
การขยับท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากสหรัฐควบคุมตัวประธานาธิบดี นิโกลัส มาดูโร เมื่อต้นเดือนนี้ โดย เจ้าหน้าที่สหรัฐ ระบุว่า สหรัฐเตรียมผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรด้านพลังงาน เพื่อเอื้อให้เกิดข้อตกลงจัดหาน้ำมันมูลค่า 2,000 ล้านดอลลาร์ระหว่างกรุงการากัสกับสหรัฐ รวมถึงแผนฟื้นฟูอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลามูลค่าสูงถึง 100,000 ล้านดอลลาร์
ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา พันธมิตรและลูกค้าของบริษัทน้ำมันแห่งชาติ PDVSA จำนวนมาก ได้ยื่นขอใบอนุญาตรายบุคคลจากรัฐบาลสหรัฐ เพื่อขยายการผลิตหรือการส่งออกน้ำมัน ซึ่งรวมถึงผู้ผลิตรายใหญ่อย่าง Chevron, Repsol, ENI โรงกลั่นอย่าง Reliance Industries ตลอดจนบริษัทบริการน้ำมันของสหรัฐบางราย อย่างไรก็ดีจำนวนคำขอที่หลั่งไหลเข้ามาจำนวนมาก ทำให้กระบวนการขยายการส่งออกและดึงดูดการลงทุนใหม่เข้าสู่ประเทศล่าช้าออกไป
ภาคพลังงานทั้งหมดของเวเนซุเอลาถูกกระทรวงการคลังสหรัฐ ภายใต้สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างชาติ (OFAC) ขึ้นบัญชีคว่ำบาตรตั้งแต่ปี 2562 หลังการเลือกตั้งสมัยแรกของมาดูโร ซึ่งสหรัฐไม่ให้การยอมรับ นับแต่นั้นมาตรการคว่ำบาตรถูกปรับเปลี่ยนไปตามรัฐบาลสหรัฐ แต่ละชุด ผ่านคำสั่งฝ่ายบริหารและใบอนุญาตยกเว้นเฉพาะบางกรณี
ในสมัยประธานาธิบดี โจ ไบเดน สหรัฐเคยออกใบอนุญาตแบบครอบคลุมที่เปิดทางให้หลายบริษัทสามารถส่งออกน้ำมันจากเวเนซุเอลาได้ ส่งผลให้การผลิตและการส่งออกเพิ่มขึ้นจนถึงไตรมาสแรกของปีที่แล้ว ก่อนที่รัฐบาลของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ในวาระที่สองจะเพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าว เพื่อเพิ่มแรงกดดันต่อมาดูโร และสั่งให้บริษัทต่าง ๆ ยุติธุรกรรม พร้อมทั้งประกาศปิดล้อมเรือที่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรทั้งหมดในเดือนธันวาคม ส่งผลให้การส่งออกน้ำมันของเวเนซุเอลาลดลงเหลือราว 500,000 บาร์เรลต่อวัน จาก 952,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนพฤศจิกายน
ข้อมูลจากเอกสารของ PDVSA และการติดตามเรือ ระบุว่า ปีที่แล้วเวเนซุเอลาส่งออกน้ำมันเฉลี่ยราว 850,000 บาร์เรลต่อวัน จากการผลิตที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามปัจจุบันบริษัทน้ำมันแห่งชาติยังเผชิญความยากลำบากในการฟื้นการผลิต หลังต้องลดกำลังการผลิตเมื่อต้นเดือนมกราคม เนื่องจากมาตรการปิดล้อมของสหรัฐ ทำให้สต๊อกน้ำมันสะสมจำนวนมาก
ใบอนุญาตที่สหรัฐมอบให้กับบริษัทค้าพลังงานอย่าง Vitol และ Trafigura ในเดือนนี้ เพื่อจัดส่งน้ำมันเวเนซุเอลาสูงสุด 50 ล้านบาร์เรลไปยังสหรัฐ และตลาดอื่น ๆ ช่วยให้เวเนซุเอลาระบายสต๊อกออกไปแล้วราว 11.3 ล้านบาร์เรล แต่ยังมีน้ำมันอีกหลายล้านบาร์เรลคงค้างอยู่ทั้งในคลังบนบกและบนเรือ
ผู้บริหารในอุตสาหกรรมน้ำมันมองว่า เวเนซุเอลายังต้องการใบอนุญาตเพิ่มเติม เพื่อเร่งการส่งออก เพิ่มการผลิตในแหล่งน้ำมันที่มีอุปกรณ์พร้อมใช้งาน ฟื้นฟูการกลั่นภายในประเทศ รวมถึงซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานและระบบไฟฟ้าที่เสื่อมโทรม ซึ่งเป็นปัญหาเร่งด่วนต่อการฟื้นอุตสาหกรรมพลังงาน
แหล่งข่าวระบุว่า ใบอนุญาตทั่วไปที่กำลังจัดทำอาจให้สิทธิพิเศษแก่บริษัทสหรัฐ มากกว่าผู้ประกอบการต่างชาติรายอื่น สอดคล้องกับนโยบายอเมริกาต้องมาก่อนของทรัมป์ ขณะเดียวกันสภานิติบัญญัติของเวเนซุเอลาได้ลงมติเบื้องต้นเห็นชอบการปฏิรูปกฎหมายปิโตรเลียมฉบับหลักเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งจะช่วยเอื้อการลงทุน การผลิต และการส่งออกน้ำมันและก๊าซ และคาดว่าจะได้รับการอนุมัติขั้นสุดท้ายภายในสัปดาห์หน้า
อ้างอิง : www.reuters.com