“สีหศักดิ์” เผย คนไทยในอีหร่านประสงค์กลับไทย 20 คน ประเมินสถานการณ์สู้รบส่อเค้ายืดเยื้อ
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวผลการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ซึ่งมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม ว่า ที่ประชุมได้ประเมินสถานการณ์ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐกับอิสราเอลต่ออิหร่าน และมีการตอบโต้โดยฝ่ายอิหร่าน โดยท่าทีของไทยมีความห่วงใยสถานการณ์ ซึ่งมีผลกระทบต่อสันติภาพความมั่นคงของภูมิภาคและของโลก อยากให้มีการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธีโดยใช้การเจรจาทางการทูตบนพื้นฐานกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรามีความห่วงใยความปลอดภัยของคนไทยที่อยู่ในภูมิภาคในพื้นที่ สิ่งที่ห่วงใยเป็นพิเศษขณะนี้คือที่อิหร่าน ซึ่งปัจจุบันมีคนไทยอาศัยอยู่ประมาณมากกว่า 200 คน โดยทางสถานทูตมีการติดต่อชุมชนคนไทยอย่างใกล้ชิด ซึ่งได้กำชับ ให้ใช้ความระมัดระวัง อยู่ในที่ปลอดภัย ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้
ส่วนกรณีที่มีคนไทยอยากให้รัฐบาลช่วยเหลือในการเดินทางกลับประเทศไทย เราได้มีการเตรียมความพร้อม แต่ขณะนี้สนามบินอิหร่านปิดให้บริการเนื่องจากสถานการณ์การสู้รบ จึงอาจต้องใช้การเดินทางทางบก ผ่านชายแดนไปทางตุรกี จากนั้นจึงเดินทางกลับประเทศไทยโดยเครื่องบิน ซึ่งขณะนี้มีคนไทยแจ้งความประสงค์เดินทางกลับประเทศไทยประมาณ 20 คน ซึ่งเรามีศูนย์ปฏิบัติการอยู่บริเวณชายแดนเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับของคนไทย หากจำนวนไม่เยอะเราสามารถบริหารจัดการโดยเครื่องบินพาณิชย์ได้ ซึ่งในส่วนของอิหร่านเรามีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ขณะที่สถานการณ์ที่อิสราเอล มีคนไทยอยู่ประมาณ 5,000 คนโดยขณะนี้ทางอิสราเอลคุมสถานการณ์ได้ สามารถสกัดกั้นขีปนาวุธที่ยิงมาได้ และยังไม่มีคนไทยได้รับผลกระทบ โดยยังไม่มีคนไทยที่แสดงความประสงค์จะเดินทางกลับ ซึ่งทางสถานทูตก็ได้มีการประสานงานอย่างใกล้ชิดขณะที่รัฐบาลอิสราเอลให้ความสำคัญต่อแรงงานไทย และได้มีการดูแลความปลอดภัยของแรงงานไทยอย่างดี
อย่างไรก็ตาม เรายังมีความกังวลในจุดอื่น เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ดูไบ อาบูดาบี โดยเฉพาะที่ดูไบซึ่งมีคนไทยอยู่จำนวนมากโดยมีคนไทยแสดงความจำนงกลับประเทศไทยประมาณมากกว่า 1,000 คน ซึ่งเราจะประสานกับทางโอมานที่ยังคงมีเที่ยวบินพาณิชย์ให้บริการ และสนามบินยังคงเปิดให้บริการ โดยจะมีการอำนวยความสะดวกในเรื่องของกระบวนการเข้าเมือง เพื่อเดินทางมาประเทศไทย
ส่วนสถานการณ์ที่อื่น อาทิ บาห์เรน มีคนไทยประมาณ 6,500 คน และยังมีคนไทยที่อาศัยอยู่ในคูเวต ซึ่งเราได้ประสานกับประเทศต่างๆ ที่มีคนไทยอาศัยอยู่ว่า ประสงค์จะเดินทางกลับประเทศไทยหรือไม่ และได้ประสานกับทางซาอุดิอาระเบียให้เตรียมพร้อมในการอำนวยความสะดวกให้กับคนไทย ที่ประสงค์เดินทางกลับประเทศไทย
ขณะเดียวกัน ได้ประสานกับกองทัพอากาศในการจัดเตรียมเครื่องบินเพื่อไปรับคนไทย ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศมีศูนย์ในการประสานข้อมูลต่างๆ กับสถานทูตเพื่อให้ญาติพี่น้องได้สอบถามและมีความมั่นใจว่ารัฐบาลดูแลคนไทยอย่างใกล้ชิด โดยจะเร่งนำคนไทยกลับมาให้เร็วที่สุด ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน
สำหรับสถานการณ์การสู้รบนั้น เบื้องต้นประเมินว่า สถานการณ์น่าจะมีความยืดเยื้อ เพราะสหรัฐกับอิสราเอลมีเป้าหมายในการปฏิบัติการ ขณะที่ทางอิหร่านก็ยังมีการตอบโต้ จึงเชื่อว่าสถานการณ์จะไม่ยุติลงโดยง่าย ซึ่งเราต้องเตรียมพร้อมในการดูแลคนไทยอย่างใกล้ชิด