ช่องแคบฮอร์มุซปิด! เรือญี่ปุ่นหยุดวิ่ง ยุโรปหนักกว่า เสี่ยงกระทบ 20% น้ำมันโลก
หลังกองทัพเรืออิหร่านสั่งห้ามเรือผ่าน “ช่องแคบฮอร์มุซ” ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญมากสำหรับการขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากตะวันออกกลาง Mitsui O.S.K. Lines หนึ่งในบริษัทเดินเรือรายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นเปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ว่า คำสั่งดังกล่าวมีขึ้นหลังมีรายงานว่า กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่านแจ้งเรือทุกลำว่า “ห้ามผ่านช่องแคบนี้” ภายหลังสหรัฐและอิสราเอลโจมตีทางอากาศใส่อิหร่าน
เว็บไซต์นิกเกอิ เอเชียรายงานว่า บริษัทเดินเรือรายใหญ่ของญี่ปุ่น 3 แห่ง ได้แก่ Mitsui O.S.K. Lines, Nippon Yusen และ Kawasaki Kisen จึงตัดสินใจ “หยุดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซชั่วคราว” เพื่อความปลอดภัย
สำหรับ “ช่องแคบฮอร์มุซ” ตั้งอยู่ระหว่างอิหร่านทางเหนือ และโอมาน กับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ทางใต้
การปิดช่องแคบดังกล่าว “อาจทำได้ไม่ยาก” เพราะถึงแม้ส่วนที่แคบที่สุดจะกว้างถึง 33 กิโลเมตร แต่ทางวิ่งของเรือทั้งสองฝั่งกลับ “กว้างเพียง 3 กิโลเมตร” เพื่อไม่ให้ท้องเรือสินค้าเกยตื้นหากวิ่งใกล้ชายฝั่งมากเกินไป
ในแต่ละเดือน มีจำนวนเรือที่ผ่านช่องแคบ ~3,000 ลำ/เดือน (ราว 100 ลำ/วัน) โดยเป็นทางผ่านน้ำมันประมาณ 20 ล้านบาร์เรล/วัน อันคิดเป็น 20% ของการบริโภคของโลก และที่สำคัญคือ การขนส่งผ่านช่องแคบนี้ คิดเป็นประมาณ 11% ของการค้าโลก
เนื่องด้วยเป็นทางผ่านหลักที่เชื่อมอ่าวเปอร์เซียกับอ่าวโอมาน หากถูกปิดนาน จะกระทบเศรษฐกิจญี่ปุ่นทันที เพราะญี่ปุ่นต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจำนวนมากจากตะวันออกกลาง โดยญี่ปุ่นนำเข้าน้ำมันดิบกว่า 90% จากตะวันออกกลาง โดยเฉพาะจากซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
น้ำมันส่วนใหญ่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และใช้เวลาประมาณ 20–25 วันกว่าจะถึงญี่ปุ่น
โดยปกติแล้ว Mitsui O.S.K. Lines มีเรือบรรทุก LNG และเรือน้ำมันดิบประมาณ 10 ลำอยู่ในอ่าวเปอร์เซียตลอดเวลา แต่ตอนนี้เรือที่กำลังจะเข้าอ่าว ถูกสั่งไม่ให้เข้า และเรือที่กำลังจะออก ถูกสั่งให้จอดรอในน่านน้ำปลอดภัย
บริษัทระบุว่า ขณะนี้เพิ่มการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง โดยให้ความปลอดภัยของลูกเรือและสินค้าเป็นอันดับแรก
ในขณะนี้ มีเรือบรรทุกน้ำมันอย่างน้อย 150 ลำ ทั้งเรือน้ำมันดิบและ LNG จอดทอดสมออยู่นอกช่องแคบ และอีกหลายสิบลำหยุดนิ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของช่องแคบ
อย่างไรก็ตาม บริษัทกลั่นน้ำมัน Idemitsu Kosan ระบุว่า “ยังไม่มีผลกระทบทันที” เพราะมีทั้งสต๊อกในประเทศและคลังสำรองของรัฐ ซึ่ง ณ สิ้นเดือนธันวาคม ญี่ปุ่นมีน้ำมันสำรองเทียบเท่าการใช้ในประเทศได้ 146 วัน
แต่หากเกิดอากาศหนาวจัดจนความต้องการไฟฟ้าและก๊าซเพิ่มขึ้น อาจทำให้สถานการณ์ตึงตัวได้
บริษัทผลิตไฟฟ้า JERA ระบุว่า ความขัดแย้งอาจกระทบ “ราคาทรัพยากรพลังงาน” และกำลังติดตามใกล้ชิด
ขณะที่ผั่งยุโรป อาจกระทบหนักกว่า หลังรัสเซียบุกยูเครน ยุโรปลดการพึ่งพาก๊าซจากรัสเซียลงจาก 45% เหลือราว 15% และหันไปทำสัญญาซื้อ LNG ระยะยาวจากกาตาร์แทน
หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดยาว อาจทำให้ยุโรปต้องทบทวนนโยบายความมั่นคงด้านพลังงานใหม่ทั้งหมด
อ้างอิง: nikkei, กรุงเทพธุรกิจ, EIA, UNCTAD