โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

`ทรัมป์` ลั่นล้างแค้นหลังทหารมะกันเสียชีวิต 3 นาย - รมว.ต่างประเทศอิหร่านจี้ UN ออกมาตรการ

efinanceThai

เผยแพร่ 02 มี.ค. เวลา 03.54 น.

ทรัมป์ ลั่นล้างแค้นหลังทหารมะกันเสียชีวิต 3 นาย - รมว.ต่างประเทศอิหร่านจี้ UN ออกมาตรการ

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -2 มี.ค. 69 10:53 น.

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า จะล้างแค้นให้กับทหารสหรัฐฯ3 นายที่เสียชีวิตจากการสู้รบกับอิหร่าน พร้อมยืนยันว่าปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านที่เริ่มขึ้นเมื่อวันเสาร์จะดำเนินต่อไป

ผู้นำสหรัฐฯ โพสต์วิดีโอดังกล่าวลงใน Truth Social เมื่อบ่ายวันอาทิตย์ ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับโจ เคอร์เนน ทาง CNBC ว่า ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในอิหร่านคืบหน้าเร็วกว่าแผน

ทรัมป์กล่าวว่า การโจมตีมีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ รวมถึงจำกัดโครงการขีปนาวุธ และขจัดภัยคุกคามต่อสหรัฐฯ และพันธมิตร โดยกองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ระบุว่า ได้โจมตีเป้าหมายในอิหร่านไปแล้วกว่า 1,000 จุดนับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการ

ความเห็นของผู้นำสหรัฐมีขึ้นในขณะที่การตอบโต้ของอิหร่านทวีความรุนแรง หลังการโจมตีร่วมของสหรัฐฯ และอิสราเอลส่งผลให้อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิต โดยการโจมตีครั้งใหญ่เกิดขึ้นในคืนวันเสาร์ หลังอิหร่านปฏิเสธข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ ที่ต้องการให้ลดระดับโครงการนิวเคลียร์

ขณะที่อิสราเอลเปิดฉากโจมตีระลอกใหม่ต่อกรุงเตหะรานเมื่อวันอาทิตย์ ด้านอิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธเพิ่มเติม โดยกองทัพอิสราเอลระบุว่า สามารถยิงสกัดวัตถุที่ยิงจากเลบานอนในช่วงเช้าวันจันทร์ได้ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณแรกว่ากลุ่มฮิซบอลเลาะห์ พันธมิตรสำคัญของอิหร่านในภูมิภาค กำลังเข้าสู่ความขัดแย้งครั้งนี้

ทรัมป์ประกาศว่า การโจมตีจะดำเนินต่อไปจนกว่าจะบรรลุทุกเป้าหมาย พร้อมระบุว่าได้ทำลายโครงสร้างด้านการบัญชาการทหาร, เรือรบ 9 ลำ และอาคารของกองทัพเรืออิหร่าน

ก่อนหน้านี้ในการให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร The Atlantic ทรัมป์กล่าวว่า ผู้นำอิหร่านต้องการเจรจากับตนเอง และได้ตอบรับแล้ว ขณะที่ให้สัมภาษณ์กับ Daily Mail ว่า ปฏิบัติการทางทหารอาจยืดเยื้อต่อไปอีก 4 สัปดาห์

อย่างไรก็ดี ผู้นำสหรัฐฯ ยังไม่ได้เปิดเผยเป้าหมายระยะยาวในอิหร่าน ซึ่งกำลังเผชิญสุญญากาศทางอำนาจที่อาจนำไปสู่ความโกลาหลและผลกระทบที่คาดเดาไม่ได้ต่อภูมิภาค

รมว.ต่างประเทศอิหร่านร้อง UN ดำเนินมาตรการเร่งด่วน

อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ส่งจดหมายถึงอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) และคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เพื่อประณามการสังหารอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน จากปฏิบัติการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอล

ในจดหมายดังกล่าว อารักชีระบุว่า การสังหารคาเมเนอีเป็นการก่อการร้ายที่ขี้ขลาด และเป็นการยกระดับสถานการณ์ที่อันตรายและไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งกระทบต่อบรรทัดฐานขั้นพื้นฐานของความเป็นรัฐและแนวปฏิบัติที่มีอารยะระหว่างประเทศ

การกระทำเช่นนี้ไม่เพียงละเมิดหลักการที่เป็นที่ยอมรับของกฎหมายระหว่างประเทศเท่านั้น แต่ยังเปิดกล่องแพนโดราที่เป็นอันตรายอย่างประมาทเลินเล่อ บ่อนทำลายรากฐานของความเสมอภาคแห่งอธิปไตย และเสถียรภาพของระบบระหว่างประเทศ

อารักชีระบุว่า อิหร่านขอเรียกร้องอย่างจริงจังต่อเลขาธิการสหประชาชาติและคณะมนตรีความมั่นคงฯ ให้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎบัตรในการธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ และดำเนินมาตรการเร่งด่วน เป็นรูปธรรม และมีประสิทธิผล เพื่อให้ระบอบสหรัฐฯ และอิสราเอลต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อการกระทำก่อการร้ายอันโหดร้ายดังกล่าว

ชาติอ่าวอาหรับประณามอิหร่าน หลังโจมตีด้วยขีปนาวุธ-โดรน

อีกประเด็นที่ต้องจับตาคือ การตอบโต้ของเตหะรานทำให้ประเทศเพื่อนบ้านในแถบอ่าวอาหรับออกมาเคลื่อนไหวมากขึ้น โดยหลายประเทศในภูมิภาคเป็นที่ตั้งของกองกำลังและฐานทัพของสหรัฐฯ โดยบาห์เรน, จอร์แดน, คูเวต, กาตาร์, ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ออกแถลงการณ์ร่วมกับสหรัฐฯ ประณามการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านว่าเป็นการกระทำที่ไม่เลือกเป้าและขาดความยั้งคิด

แถลงการณ์ระบุว่า การโจมตีที่ปราศจากเหตุผลอันชอบธรรมเหล่านี้มุ่งเป้าไปยังดินแดนอธิปไตย ทำให้ประชาชนพลเรือนตกอยู่ในอันตราย และสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน การโจมตีพลเรือนและประเทศที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในความขัดแย้ง ถือเป็นพฤติกรรมที่ขาดความยับยั้งชั่งใจและบ่อนทำลายเสถียรภาพ

ประเทศดังกล่าวย้ำว่า ยังคงมุ่งมั่นต่อความมั่นคงของภูมิภาค และชื่นชมความร่วมมือด้านการป้องกันภัยทางอากาศและขีปนาวุธที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยป้องกันการสูญเสียชีวิตและความเสียหายที่อาจรุนแรงกว่านี้

นักการเมืองสหรัฐฯ เดินหน้ากดดันจำกัดอำนาจทรัมป์โจมตีอิหร่าน

ด้านฝ่ายการเมืองของสหรัฐฯ เอง ได้ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อจำกัดอำนาจของผู้นำสหรัฐฯ โดยอดัม ชิฟฟ์วุฒิสมาชิกจากรัฐแคลิฟอร์เนียเผยว่า จะเข้าร่วมกับสมาชิกสภาคองเกรสคนอื่น ๆ เพื่อผลักดันให้มีการลงมติในญัตติว่าด้วยอำนาจในการทำสงคราม ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อจำกัดอำนาจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการสั่งโจมตีอิหร่าน

อำนาจในการประกาศสงครามเป็นของรัฐสภา ไม่ใช่ของประธานาธิบดี ชิฟฟ์ระบุในโพสต์บนแพลตฟอร์ม X

ชิฟฟ์ได้เข้าร่วมกับวุฒิสมาชิก อาทิ ทิม เคน, แรนด์ พอล และชัค ชูเมอร์ ในการผลักดันให้มีการลงมติในญัตติดังกล่าว เพื่อย้ำว่า สภาคองเกรสไม่ได้ให้อำนาจในการใช้กำลังทหารครั้งนี้

หากญัตติดังกล่าวผ่านความเห็นชอบจากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาของสหรัฐฯ จะกำหนดให้ประธานาธิบดีต้องขออนุมัติจากสภาก่อนดำเนินการโจมตีในอนาคต แต่ทรัมป์สามารถใช้อำนาจวีโต้ยับยั้งญัตติดังกล่าวได้ เว้นแต่ญัตติดังกล่าวจะได้รับเสียงสนับสนุนอย่างน้อยสองในสามจากทั้งสองสภา ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่เป็นไปได้ยาก

ที่มา Bloomberg, Reuters และ Aljazeera

รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...