`ทรัมป์` ลั่นล้างแค้นหลังทหารมะกันเสียชีวิต 3 นาย - รมว.ต่างประเทศอิหร่านจี้ UN ออกมาตรการ
ทรัมป์ ลั่นล้างแค้นหลังทหารมะกันเสียชีวิต 3 นาย - รมว.ต่างประเทศอิหร่านจี้ UN ออกมาตรการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -2 มี.ค. 69 10:53 น.
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า จะล้างแค้นให้กับทหารสหรัฐฯ3 นายที่เสียชีวิตจากการสู้รบกับอิหร่าน พร้อมยืนยันว่าปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านที่เริ่มขึ้นเมื่อวันเสาร์จะดำเนินต่อไป
ผู้นำสหรัฐฯ โพสต์วิดีโอดังกล่าวลงใน Truth Social เมื่อบ่ายวันอาทิตย์ ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับโจ เคอร์เนน ทาง CNBC ว่า ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในอิหร่านคืบหน้าเร็วกว่าแผน
ทรัมป์กล่าวว่า การโจมตีมีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ รวมถึงจำกัดโครงการขีปนาวุธ และขจัดภัยคุกคามต่อสหรัฐฯ และพันธมิตร โดยกองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ระบุว่า ได้โจมตีเป้าหมายในอิหร่านไปแล้วกว่า 1,000 จุดนับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการ
ความเห็นของผู้นำสหรัฐมีขึ้นในขณะที่การตอบโต้ของอิหร่านทวีความรุนแรง หลังการโจมตีร่วมของสหรัฐฯ และอิสราเอลส่งผลให้อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิต โดยการโจมตีครั้งใหญ่เกิดขึ้นในคืนวันเสาร์ หลังอิหร่านปฏิเสธข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ ที่ต้องการให้ลดระดับโครงการนิวเคลียร์
ขณะที่อิสราเอลเปิดฉากโจมตีระลอกใหม่ต่อกรุงเตหะรานเมื่อวันอาทิตย์ ด้านอิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธเพิ่มเติม โดยกองทัพอิสราเอลระบุว่า สามารถยิงสกัดวัตถุที่ยิงจากเลบานอนในช่วงเช้าวันจันทร์ได้ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณแรกว่ากลุ่มฮิซบอลเลาะห์ พันธมิตรสำคัญของอิหร่านในภูมิภาค กำลังเข้าสู่ความขัดแย้งครั้งนี้
ทรัมป์ประกาศว่า การโจมตีจะดำเนินต่อไปจนกว่าจะบรรลุทุกเป้าหมาย พร้อมระบุว่าได้ทำลายโครงสร้างด้านการบัญชาการทหาร, เรือรบ 9 ลำ และอาคารของกองทัพเรืออิหร่าน
ก่อนหน้านี้ในการให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร The Atlantic ทรัมป์กล่าวว่า ผู้นำอิหร่านต้องการเจรจากับตนเอง และได้ตอบรับแล้ว ขณะที่ให้สัมภาษณ์กับ Daily Mail ว่า ปฏิบัติการทางทหารอาจยืดเยื้อต่อไปอีก 4 สัปดาห์
อย่างไรก็ดี ผู้นำสหรัฐฯ ยังไม่ได้เปิดเผยเป้าหมายระยะยาวในอิหร่าน ซึ่งกำลังเผชิญสุญญากาศทางอำนาจที่อาจนำไปสู่ความโกลาหลและผลกระทบที่คาดเดาไม่ได้ต่อภูมิภาค
รมว.ต่างประเทศอิหร่านร้อง UN ดำเนินมาตรการเร่งด่วน
อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ส่งจดหมายถึงอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) และคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เพื่อประณามการสังหารอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน จากปฏิบัติการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอล
ในจดหมายดังกล่าว อารักชีระบุว่า การสังหารคาเมเนอีเป็นการก่อการร้ายที่ขี้ขลาด และเป็นการยกระดับสถานการณ์ที่อันตรายและไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งกระทบต่อบรรทัดฐานขั้นพื้นฐานของความเป็นรัฐและแนวปฏิบัติที่มีอารยะระหว่างประเทศ
การกระทำเช่นนี้ไม่เพียงละเมิดหลักการที่เป็นที่ยอมรับของกฎหมายระหว่างประเทศเท่านั้น แต่ยังเปิดกล่องแพนโดราที่เป็นอันตรายอย่างประมาทเลินเล่อ บ่อนทำลายรากฐานของความเสมอภาคแห่งอธิปไตย และเสถียรภาพของระบบระหว่างประเทศ
อารักชีระบุว่า อิหร่านขอเรียกร้องอย่างจริงจังต่อเลขาธิการสหประชาชาติและคณะมนตรีความมั่นคงฯ ให้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎบัตรในการธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ และดำเนินมาตรการเร่งด่วน เป็นรูปธรรม และมีประสิทธิผล เพื่อให้ระบอบสหรัฐฯ และอิสราเอลต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อการกระทำก่อการร้ายอันโหดร้ายดังกล่าว
ชาติอ่าวอาหรับประณามอิหร่าน หลังโจมตีด้วยขีปนาวุธ-โดรน
อีกประเด็นที่ต้องจับตาคือ การตอบโต้ของเตหะรานทำให้ประเทศเพื่อนบ้านในแถบอ่าวอาหรับออกมาเคลื่อนไหวมากขึ้น โดยหลายประเทศในภูมิภาคเป็นที่ตั้งของกองกำลังและฐานทัพของสหรัฐฯ โดยบาห์เรน, จอร์แดน, คูเวต, กาตาร์, ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ออกแถลงการณ์ร่วมกับสหรัฐฯ ประณามการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านว่าเป็นการกระทำที่ไม่เลือกเป้าและขาดความยั้งคิด
แถลงการณ์ระบุว่า การโจมตีที่ปราศจากเหตุผลอันชอบธรรมเหล่านี้มุ่งเป้าไปยังดินแดนอธิปไตย ทำให้ประชาชนพลเรือนตกอยู่ในอันตราย และสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน การโจมตีพลเรือนและประเทศที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในความขัดแย้ง ถือเป็นพฤติกรรมที่ขาดความยับยั้งชั่งใจและบ่อนทำลายเสถียรภาพ
ประเทศดังกล่าวย้ำว่า ยังคงมุ่งมั่นต่อความมั่นคงของภูมิภาค และชื่นชมความร่วมมือด้านการป้องกันภัยทางอากาศและขีปนาวุธที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยป้องกันการสูญเสียชีวิตและความเสียหายที่อาจรุนแรงกว่านี้
นักการเมืองสหรัฐฯ เดินหน้ากดดันจำกัดอำนาจทรัมป์โจมตีอิหร่าน
ด้านฝ่ายการเมืองของสหรัฐฯ เอง ได้ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อจำกัดอำนาจของผู้นำสหรัฐฯ โดยอดัม ชิฟฟ์วุฒิสมาชิกจากรัฐแคลิฟอร์เนียเผยว่า จะเข้าร่วมกับสมาชิกสภาคองเกรสคนอื่น ๆ เพื่อผลักดันให้มีการลงมติในญัตติว่าด้วยอำนาจในการทำสงคราม ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อจำกัดอำนาจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการสั่งโจมตีอิหร่าน
อำนาจในการประกาศสงครามเป็นของรัฐสภา ไม่ใช่ของประธานาธิบดี ชิฟฟ์ระบุในโพสต์บนแพลตฟอร์ม X
ชิฟฟ์ได้เข้าร่วมกับวุฒิสมาชิก อาทิ ทิม เคน, แรนด์ พอล และชัค ชูเมอร์ ในการผลักดันให้มีการลงมติในญัตติดังกล่าว เพื่อย้ำว่า สภาคองเกรสไม่ได้ให้อำนาจในการใช้กำลังทหารครั้งนี้
หากญัตติดังกล่าวผ่านความเห็นชอบจากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาของสหรัฐฯ จะกำหนดให้ประธานาธิบดีต้องขออนุมัติจากสภาก่อนดำเนินการโจมตีในอนาคต แต่ทรัมป์สามารถใช้อำนาจวีโต้ยับยั้งญัตติดังกล่าวได้ เว้นแต่ญัตติดังกล่าวจะได้รับเสียงสนับสนุนอย่างน้อยสองในสามจากทั้งสองสภา ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่เป็นไปได้ยาก
ที่มา Bloomberg, Reuters และ Aljazeera
รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ