โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“รัน“ดาราดังร้องขอความเป็นธรรม คุณแม่เครียดมากทุกวันหลังจากตกเป็นข่าวถูกกล่าวหาฉ้อโกง

daradaily

อัพเดต 13 มี.ค. เวลา 05.17 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. เวลา 05.05 น.

”รัน“ดาราดังร้องขอความเป็นธรรม คุณแม่เครียดมากทุกวันหลังจากตกเป็นข่าวถูกกล่าวหาฉ้อโกง

ดาราสาวช่องดัง “รัน ณัทธมนกาญจน์” ร้องขอความเป็นธรรมผ่าน “จ่าคิงส์ แตงทิม” หลังถูกโยงคดีหลอกลงทุนซีรีส์วาย “รักสุดท้ายนายไม่ยิ้ม” มูลค่ากว่า 10ล้านบาท ยืนยันมีส่วนเกี่ยวข้องเพียงแนะนำให้รู้จักผู้จัดเท่านั้น ด้านผู้เสียหาย เผยลงทุนตั้งแต่ปี 65แต่ผ่านมากว่า 3ปี ยังไม่ได้รับเงินคืน พร้อมแจ้งความเอาผิดผู้จัด ขณะที่ทั้งสองฝ่ายเคลียร์ใจกันแล้ว ยืนยันไม่ติดใจต่อกัน

อ่านข่าวต่อ: “ณ้อง ฐิตาภัสร์” โต้กลับ “รัน ณัทธมนกาญจน์” อดีตดาราดังยุค 90

กมล แย้มอุทัย ภาพ

จากกรณีที่ น.ส.ณ้อง-พิมรดา กีรติภิญโญพัชร์ อายุ 34ปี ผู้เสียหาย ได้เข้าร้องเรียนต่อ กองบังคับการปราบปราม ว่าถูกดาราหญิงยุค 90แนะนำให้ร่วมลงทุนในโปรเจกต์ซีรีส์วายเรื่อง “รักสุดท้ายนายไม่ยิ้ม” ตั้งแต่ปี 2565โดยร่วมลงทุนเป็นเงินเกือบ 10ล้านบาท แต่ผ่านมานานกว่า 3ปี โครงการยังถ่ายทำไม่เสร็จ

ล่าสุดวันนี้ (13มี.ค. 2569) เวลา 10.30น. ที่บริเวณด้านหน้าแดนเนรมิตเก่า ริมฟุตบาทย่านสะพานใหม่ น.ส.ณัทธมนกาญจน์ ศรีนิกรโชติ หรือ “รัล” อายุ 41ปี ดาราสาวช่องดัง ได้เดินทางเข้าร้องขอความเป็นธรรมกับ จ่าคิงส์ แตงทิม หลังถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลอกลงทุนในโปรเจกต์ซีรีส์วายมูลค่ากว่า 10ล้านบาท โดยมี น.ส.พิมรดา ผู้เสียหาย เดินทางมาด้วย

น.ส.ณัทธมนกาญจน์ เปิดเผยว่า การออกมาชี้แจงครั้งนี้เพื่อยืนยันว่าตนเองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลอกลงทุน โดยเล่าย้อนว่าเมื่อปี 2565มีทีมงานที่เคยร่วมงานถ่ายทำละครมาก่อน ชักชวนให้ไปพูดคุยกับผู้จัดรายหนึ่ง ซึ่งอ้างว่าจะทำโปรเจกต์ซีรีส์วาย และต้องการให้ตนมาร่วมแคสบทแสดงซีรี่ย์ อีกทั้งผู้จัดยังระบุว่าทราบว่าตนมีอาชีพพิธีกรและรีวิวสินค้า รู้จักลูกค้าหลายราย หากมีสินค้าใดต้องการนำมาโปรโมตในซีรีส์ก็สามารถแนะนำได้ และจะมีค่าคอมมิชชั่นตอบแทน

ต่อมาตนจึงได้แนะนำ น.ส.พิมรดา ซึ่งรู้จักกันและมีสินค้าของตนเอง ให้เข้าไปพูดคุยกับผู้จัดเพื่อโปรโมตสินค้าในซีรีส์ กระทั่ง น.ส.พิมรดา เกิดความสนใจและตัดสินใจร่วมลงทุน โดยในเงินลงทุนก้อนแรกจำนวน 1ล้านบาท ตนได้รับค่าคอมมิชชั่นตอบแทน หลังจากนั้นก็ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับโปรเจกต์ดังกล่าวอีก

น.ส.ณัทธมนกาญจน์ ระบุด้วยว่า สาเหตุที่เชื่อใจจนแนะนำให้รู้จัก เพราะตนรู้จักทีมงานของผู้จัดและเคยทำงานร่วมกันมาก่อนโดยไม่เคยมีปัญหา จึงเกิดความไว้วางใจ แม้จะไม่เคยรู้จักผู้จัดรายนี้เป็นการส่วนตัว และทราบเพียงว่าเป็นผู้จัดหน้าใหม่

ด้าน น.ส.พิมรดา ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนรู้จักผู้จัดรายดังกล่าวผ่าน น.ส.ณัทธมนกาญจน์ โดยได้ทำสัญญาร่วมลงทุนในรูปแบบเงินทุนและเงินปันผล ซึ่งระบุว่าหากลงทุนจะได้รับผลตอบแทน 30%ภายใน 10เดือน โดยซีรีส์มีกำหนดถ่ายทำทั้งหมด 13ตอน แต่ตั้งแต่ปี 2565จนถึงปัจจุบันยังไม่ได้รับเงินคืนแม้แต่บาทเดียว และมีการถ่ายทำเพียง 8ตอนเท่านั้น

ผู้เสียหายระบุว่า หลังจากนั้นพยายามติดต่อผู้จัดเพื่อสอบถามความคืบหน้าและเงินลงทุน แต่ไม่สามารถติดต่อได้ตั้งแต่ปี 2567จนถึงปัจจุบัน อีกทั้งยังทราบว่าผู้จัดรายดังกล่าวไม่ได้ทำงานในวงการซีรีส์แล้ว แต่หันไปทำธุรกิจขายปุ๋ยแทน โดยที่ผ่านมาได้รอคอยมานานกว่า 3ปี เพราะหวังว่าจะได้เงินคืน เนื่องจากผู้จัดเคยบอกว่าหากรอก็ยังมีโอกาสได้เงินคืน แต่หากไม่รอก็สามารถไปดำเนินคดีได้เองเพราะการลงทุนมีความเสี่ยง

กระทั่งเมื่อประมาณ 2เดือนที่ผ่านมา ผู้เสียหายจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความที่ สถานีตำรวจภูธรหนองปิง ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน และยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพราะเชื่อว่าการกระทำดังกล่าวไม่ได้ทำเพียงคนเดียว นอกจากนี้ยังมีผู้เสียหายรายอื่นอีกหลายรายที่ถูกชักชวนให้ร่วมลงทุน ทั้งในรูปแบบโปรเจกต์ซีรีส์และลักษณะคล้ายแชร์ลูกโซ่ แต่หลายคนยังไม่กล้าเข้าแจ้งความ

อย่างไรก็ตาม น.ส.พิมรดา ระบุว่า จะไม่ดำเนินคดีกับ น.ส.ณัทธมนกาญจน์ เนื่องจากเชื่อว่าอีกฝ่ายถูกหลอกมาเช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...