‘พิพัฒน์’ เรียกถกกลุ่มโรงกลั่นพรุ่งนี้ หลังค่าการกลั่นพุ่ง 6 บาท ลุ้นขยับดีเซล!
The Bangkok Insight
อัพเดต 12 มี.ค. เวลา 11.25 น. • เผยแพร่ 12 มี.ค. เวลา 11.25 น. • The Bangkok Insight"พิพัฒน์" เรียกถกกลุ่มโรงกลั่นพรุ่งนี้ หลังค่าการกลั่นพุ่ง 6 บาท จับตา 17 มี.ค. ลุ้นขยับราคาน้ำมันดีเซลหลังสิ้นสุดการตรึงราคา
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาเรื่องพลังงานจากผลกระทบของสงครามตะวันออกกลางว่า ราคาน้ำมันทั่วโลกขยับราคาขึ้น ซึ่งราคาน้ำมันดิบก็ไต่ราคาขึ้นอีก และจากข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.ที่จะตรึงราคาน้ำมันดีเซลให้อยู่ในราคา 29.94 บาท เป็นเวลา 15 วัน ซึ่งจะครบกำหนดวันที่วันที่ 16 มี.ค. และวันที่ 17 มี.ค. จะมีการประกาศราคาว่าจะขยับขึ้นอย่างไร
"น้ำมันเบนซิน เราไม่ได้ตรึงราคาแต่ก็มีการขยับราคาเบนซิน E10 95 และ 91 ขึ้นลิตรละ 50 สตางค์ ส่วน E20 E85 เราลดราคาลงมา น้ำมันดีเซลราคาคงที่ แต่ต้องให้กองทุนน้ำมันเข้ามาชดเชยไปแล้วกว่า 3,000-4,000 ล้านบาท จากที่เงินกองทุนบวกอยู่ 2,500 ล้านบาท" นายพิพัฒน์ กล่าว
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ (13 มี.ค.) จะเชิญผู้บริหารโรงกลั่นมาประชุมร่วมกัน จากกรณีที่ราคาค่ากลั่นขึ้นจาก 2 บาทไปถึง 6 บาท เพื่อขอฟังจากโรงกลั่นก่อนว่าใช้เหตุผลอะไรในการเพิ่มราคาเพิ่ม 4 บาท และต้องหารือว่า จะร่วมกันแก้ปัญหาได้อย่างไร
"ต้องเจรจาว่า อย่าโยนภาระทั้งหมดให้กับผู้ใช้เลย แม้ว่าเรายังตรึงราคาอยู่ เพราะผู้ได้รับผลกระทบทันทีก็คือกองทุนน้ำมัน ไม่ใช่ผู้ใช้ แต่ผู้ใช้จะได้รับผลกระทบเมื่อราคามีการขยับลอยตัวขึ้นไปหลังจากครบ 15 วัน กองทุนก็เป็นเงินของพวกเรา แต่เมื่อราคาน้ำมันดิบต่างประเทศถูกลง ราคาขายในประเทศสูงกว่า เราจะนำเงินที่มีส่วนต่างกลับเข้าไปในกองทุน แต่ในภาวะปัจจุบันราคาน้ำมันดิบลอยตัวสูงขึ้น เราต้องนำเงินกองทุนมาชดเชยเพื่อไม่ให้เกิดการกระทบทันทีทันใด" นายพิพัฒน์ กล่าว
ทั้งนี้ กองทุนน้ำมันมีโอกาสจะติดลบถึง 120,000 ล้านบาท เหมือนในอดีตหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า กองทุนน้ำมันตอนนี้ไม่สามารถตอบได้ เพราะเราไม่สามารถกำหนดได้ว่าสงครามจะยุติเมื่อไหร่ แต่เรื่องของกองทุนน้ำมัน นายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายว่า เราต้องพยายามดูแลและให้ความยุติธรรมทั้งผู้ใช้คนไทยทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้ทั่วไปหรือภาคอุตสาหกรรม รวมถึงภาคการเกษตร และภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ซื้อน้ำมันผ่านทางจ็อบเบอร์ หรือ ซื้อจากบริษัทขายส่ง
"หากผู้ประกอบการรายใดที่เป็นอุตสาหกรรมที่ซื้อจากจ็อบเบอร์ขอให้รวบรวมบิล แจ้งกับพลังงานจังหวัดหรือผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งทางกระทรวงพลังงานจะได้ไปหารือไปยังบริษัทแม่ทั้งหมดว่า เมื่อรวบรวมบิลต้องมีหน้าที่ในการจ่ายน้ำมันให้กับจ็อบเบอร์รายนั้นให้กับภาคอุตสาหกรรมที่เคยขาย" นายพิพัฒน์ กล่าว
ทั้งนี้ รัฐบาลพยายามที่จะเข้าไปช่วยดูแลในส่วนนี้เพราะราคาหน้าโรงกลั่น กับหน้าสถานีบริการต่างกันประมาณ 10 บาท ก็ต้องดูว่ารัฐบาลจะเข้าไปช่วยเหลืออย่างไร หรือบริษัทจะจะช่วยซัพพอร์ตได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ผู้ค้าต้องรับผิดชอบตัวเอง เพราะจ็อบเบอร์ขายถูกกว่าหน้าสถานีบริการ แต่ขณะนี้หน้าสถานีบริการถูกกว่าขายส่ง
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ‘นายกฯ อนุทิน’ บอกคุย ‘ทูตออสเตรเลีย’ เรื่องการค้า-การลงทุน ปัดเจรจาซื้อน้ำมัน
- ‘จีน’ สั่งหยุดส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงทันที ป้องกันอุปทานตึงตัว
- ราคาน้ำมัน WTI พุ่งกว่า 7% เกือบถึง 100 ดอลล์ หวั่นอุปทานชะงัก เหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน
ติดตามเราได้ที่