โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“สรรพลี้หวน” กลอนสุภาพ เรท 18+ วรรณกรรมคำผวนระดับตำนานของภาคใต้

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 05 ก.พ. เวลา 04.25 น. • เผยแพร่ 04 ก.พ. เวลา 09.18 น.
ภาพประกอบเนื้อหา - จิตรกรรมฝาผนังวัดบวกครกหลวง (ภาพจาก หนังสือ : เชิงสังวาส กามรูปในภาพเขียนตามประเพณีที่มีเสียงวรรณคดีไทย)

สรรพลี้หวน กลอนสุภาพเรท 18+ วรรณกรรมคำผวนระดับตำนานของภาคใต้

สรรพลี้หวนเป็นวรรณกรรมคำผวนท้องถิ่นภาคใต้ เนื้อเรื่องเป็นนิทานจักร ๆ วงศ์ ๆ กวีเลือกใช้ฉันทลักษณ์กลอนสุภาพ (กลอนแปด) ล้อเลียนและล้อเล่นเรื่องเพศ เน้นกล่าวถึง “ของสงวน” ด้วยการใช้ “คำผวน” กับสิ่งต่าง ๆ รวมถึงชื่อตัวละคร และมีคำศัพท์สำเนียงใต้ ผู้ประพันธ์จึงต้องมีอัจฉริยภาพทางภาษา รู้ภาษาถิ่นเป็นอย่างดี และอนุมานได้ว่า มีนิสัยตลกขบขัน และทะลึ่ง 18+

วรรณกรรมเรื่องนี้อวดโฉมแก่บรรณพิภพ (อย่างเป็นทางการ) ใน พ.ศ. 2515 เมื่อ ดิเรก พรตเสนนักวิชาการเมืองนครศรีธรรมราช พบกลอนสรรพลี้หวนบันทึกบนกระดาษฝรั่ง ที่วัดเขาน้อย อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช และ ขุนพรหมโลก เป็นผู้จัดพิมพ์เป็นครั้งแรกในปีถัดมา

มีเรื่องเล่าพิศดารเกี่ยวกับกวีนิรนามผู้แต่งสรรพลี้หวนว่า อาจเป็นสามเณรรูปหนึ่ง ประพันธ์วรรณกรรมนี้เมื่อราวทศวรรษ 2420-2440 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 พอได้ครึ่งเรื่องก็ธาตุไฟเข้าแทรก กระอักเลือดถึงแก่ชีวิต ส่วนที่แต่งเสร็จแล้วถูกส่งต่อกันมาเป็นมุขปาฐะ บางครั้งนายหนังตะลุงยกกลอนจากสรรพลี้หวนมาอ้าง แต่ก็ไม่ปรากฏว่ามีใครครอบครองฉบับเต็ม ก่อนนายดิเรกค้นพบ สรรพลี้หวนจึงแทบเป็นวรรณกรรมในตำนาน

สรรพลี้หวนเริ่มต้นว่า..

◉ นครังยังมีเท่าผีแหน
กว้างยาวแสนหนึ่งคืบสืบยศถา

เมืองห้างกวีรีหับระยับตา
พันหญ้าคาปูรากเป็นฉากบัง

สูงพอดีหยีหิบพอหยิบติด
ทองอังกฤษสลับสีด้วยหนีหัง

กำแพงมีรีหายไว้ขอดัง
เจ้าจอมวังพระราโชท้าวโคตวย

มีเมียรักภักตร์ฉวีดีทุกแห่ง
นั่งแถลงชมเชยเคยฉีหวย

เจ้าคีแหมรูปโอเมียโคตวย
ท้าวหวังรวยกอดินอยู่กินกัน

มีลูกชายไว้ใยชื่อไดหยอ
เด็กไม่ลอเกิดไว้ให้ทีหัน

นอนเป็นทุกข์ดุกลอยิ่งคอดัน
ให้ลูกนั้นหาคู่เป็นหูรี

ต้องไปขอลูกสาวท้าวโบตัก
มันตั้งหลักอยู่ไกลชื่อไหหยี

เป็นลูกเนื้อเชื้อนิลนางหิ้นปลี
เมืองห้างชีปกครองทั้งสองคน

เนื้อเรื่องสรรพลี้หวนเล่าถึงท้าวโคตวยและนางคีแหม ผู้ครองเมืองห้างกวี มีพระโอรสนามเจ้าชายใดหยอ ผู้มั่นหมายอยู่กับนางไหหยี ธิดาของท้าวโบตักและนางหิ้นปลี แห่งเมืองห้างชี แต่ก็เกิดเรื่องเกิดราวขึ้นเมื่อเมืองห้างชีเผชิญสงคราม นางไหหยีต้องหนีเข้าป่าไปอยู่กับฤๅษีแหม (ม เป็นตัวสะกด) แล้วเจ้าชายใดหยอก็เสด็จมารับไปอภิเษก ส่วนท้าวโบตักที่เสียนางหินปลีมเหสีระหว่างสงครามก็ได้อภิเษกกับนางเห็กหลี

เจ้าชายใดหยอกับนางไหหยีมีธิดาด้วยกันชื่อนางหาวคี พอเจริญวัยปรากฏว่านางเห็กหลียายเลี้ยงไม่ชอบหน้าหลาน จึงออกอุบายจับนางหาวคีลอยแพแล้วบอกสวามีว่าหลานตกน้ำหายไป ด้านพระอินทร์นึกเวทนานางหาวคีจึงเนรมิตเกาะขึ้นมาให้พำนัก เนื้อเรื่องก็จบค้างตอนที่ท้าวโบตักออกตามหาหลานสาวแต่ไม่พบแล้วถอดใจกลับเมือง ดังว่า

◉ เดินริมฝั่งหังยีไม่หมีเห็น
จำปอเด็นตามเฝ้าหาวลูกสี

ถ้าสีหวนจวนศพเอาหบกี
หร้อมไหหยีโบตักเที่ยวดักรอ

ถึงเวลาสายัณห์หันดังหวี
ชวนเห็กหลีกลับไปเถอใดหยอ

ไม่พีหบหลบกันดันทุกออ
ดังกลับรอฟังข่าวอยู่อ่าวใด

พอเย็นย่ำค่ำดีจะคลีหำ
ชวนงามขำเห็กหลีเข้าสีไห

แล้วต้นฉบับก็จบเพียงเท่านี้…

ส่วนบทอัศจรรย์ในเรื่องก็เรียกได้ว่าไม่มีการ “กั๊ก” ใด ๆ เพราะเพียงผวนคำก็รู้สิ่งที่กวีเล่าโดยไม่ต้องถอดคำอุปมาอุปมัยอะไรทั้งนั้น ยกตัวอย่างตอนท้าวโบตักพานางเห็กหลี มเหสีคนใหม่กลับเมือง ดังว่า

◉ ไม่บัดสีดีหูเป็นคู่เคล้า
นั่งคลี้หาวกลางทางยกหางถี่

รอกับดวนชวนนางกลับห้างชี
เป็นเมืองพี่ใหญ่กว้างเหมือนด้างชอ

ค่อยชมพลางเดินพลางป่ายางเกว็จ
ผักชีเห็ดแหนบีคนทีสอ

แก่นขลีหาดหนาดเหนียดเดียดเข้าซอ
ดังถึงวอพานางเข้าปรางค์นอน

น้ำห้อยยีสีเหงื่อติดเสื้อปราด
คลี่หมอนสาดตีหังนั่งวีหอน

แม่เห็กหลีหนีเหื่อยลงเมื่อยนอน
ท้าวเอื้อมกรจีหับไม่หลับลง

กลีเรื่องหุ้มดุมขาดกระดาษปะ
ปอกับดะคืนนี้ได้บีหง
พลางยวนยีอีแหบล้มแนบลง
นอนเล็ดยงกอดรัดยกดัดงอ

เหมือนเอายางวางใส่ในกระบอก
ขบไม่ออกปล้ำกันปลายดันสอ
ฝ่ายเห็กหลีไม่เหนื่อยเดือยไม่นอ
เด็ดคอยยอหยุดพักไว้สักคราว

นอกจากความทะลึ่งแล้ว ความโดดเด่นจากการเป็นกลอนที่มีคำผวนแทรกอยู่แทบทุกวรรคจนหากอ่านแบบผิวเผินหรือไม่มีความชำนาญการผวนคำก็อาจจะผ่านคำบางคำไปโดยไม่ได้สังเกต ความลึกลับของผู้ประพันธ์ เนื้อเรื่องที่ค้างคา และต้นฉบับที่แต่เดิมหายากจนเหมือนหลบลี้หนีคนอ่าน ล้วนส่งเสริมให้สรรพลี้หวนโด่งดังทั้งสิ้น

แต่หากมองตามขนบนิยม นี่คือวรรณกรรมที่ชวนกระอักกระอ่วนเกินจะเชิดชูว่า เป็นวรรณคดีชั้นยอดในที่สาธารณะ เพราะคงไม่แคล้วถูกตัดสินด้วยเรื่องความสองแง่สองง่ามและหยาบโลน แต่คงไม่มีใครปฏิเสธว่า การซื่อตรงต่อสัญชาตญาณลามกสัปดนของมนุษย์ แต่อำพรางอย่างแยบคายด้วยกลอนสุภาพนี่แหละ คือคุณค่าอันเด่นล้ำของสรรพลี้หวน ดังที่ขุนพรหมโลกทิ้งท้ายไว้หลังจบต้นฉบับว่า

“สรรพลี้หวนควรอ่านตามบ้านร้าง หนำหรือห้างคลองทะเลนอกเคหา
จะดีร้ายปลายคำเป็นธรรมดา บอกภาษานิทานอ่านอย่าแปล

นั่งคนเดียวในรถ-เรือเพื่อโดยสาร อย่าพึ่งอ่านคนจะว่าท่านบ้าแน่
ค่อยค่อยอ่านค่อยค่อยคิดค่อยค่อยแปล แล้วพึงแผ่ส่วนกุศลนักแต่งเอย”

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ไม่ระบุผู้แต่ง. ต้นฉบับบวรรณคดีเรื่อง สรรพลี้หวน.จาก https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/c/c5/สรรพลี้หวน.pdf

คิดอย่าง. สรรพลี้หวน ฉบับปรับปรีหุง โดย ขุนจีเรื่องเหน. 16 เมษายน 2564. (ออนไลน์)

ชุติพงศ์ ปะทาเส. สรรพลี้หวน…วรรณกรรมคำผวนที่เป็นมากกว่าเรื่องล้อเลียนของสงวน.19 พฤศจิกายน 2561. จาก https://www.silpa-mag.com/culture/article_23079

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2569

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “สรรพลี้หวน” กลอนสุภาพ เรท 18+ วรรณกรรมคำผวนระดับตำนานของภาคใต้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...