โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เช็กลิสต์ 10 หุ้นหลบภัย ลดเสี่ยงกองทุนเทขาย - รับมือตลาดหุ้นโลกผันผวน

efinanceThai

เผยแพร่ 27 ม.ค. เวลา 03.44 น.

เช็กลิสต์ 10 หุ้นหลบภัย ลดเสี่ยงกองทุนเทขาย - รับมือตลาดหุ้นโลกผันผวน

การจับตาประชุมเฟดและ งบ Big Tech ในสหรัฐฯ ที่สร้างแรงเหวี่ยงให้ตลาดหุ้นทั่วโลก ท่ามกลางราคาสินค้าโภคภัณฑ์และทองคำโดดเด่น บล.เอเซีย พลัส แนะกลยุทธ์เลือกลงทุนหุ้นพื้นฐานดีที่ยัง Laggard เพื่อหลบภัยในยามกองทุนในประเทศยังมีการปรับสัดส่วนการลงทุน

  • สัปดาห์แห่งความผันผวน

จากข้อมูลชอง ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส (ASPS) ให้มุมมองว่า ว่า ตลาดการเงินโลกกำลังเผชิญกับ 3 แรงกดดันหลักที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

การประชุม FED (28 ม.ค. 69) คาดการณ์ว่าจะ "คง" อัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% ซึ่งสะท้อนว่าเงินเฟ้อเริ่มนิ่ง แต่ยังไม่ถึงเวลาลดดอกเบี้ยเพิ่ม ตลาดจะให้น้ำหนักกับแถลงการณ์ของประธาน FED เพื่อดูทิศทางในช่วงที่เหลือของปี

ฤดูกาลประกาศงบ "Big Tech" การรายงานผลประกอบการของกลุ่ม MAG7 (Microsoft, Meta, Tesla, Apple) รวมถึงกลุ่มชิปและกลุ่มป้องกันประเทศ (Defense) จะเป็นตัวชี้วัดว่ามูลค่าหุ้นที่สูงอยู่ในขณะนี้สมเหตุสมผลหรือไม่ หากงบออกมาแย่กว่าคาด อาจเกิดแรงเทขายรุนแรง

สงครามภาษี (Tariff) ของทรัมป์ แม้ศาลฎีกาอาจเลื่อนตัดสินคดีไปวันที่ 20 ก.พ. แต่มาตรการภาษีที่ทรัมป์ใช้กดดัน จีน ยุโรป และเกาหลีใต้ ยังคงเป็นตัวแปรหลักที่ทำให้ตลาดหุ้นผันผวนสูง

  • Fund Flow โยกเข้าหาสินค้าโภคภัณฑ์

พฤติกรรมของนักลงทุนในขณะนี้สะท้อนความกลัว (Risk-off) โดยมีการเปลี่ยนสินทรัพย์ที่ถือครอง ไหลออกจากหุ้น สัปดาห์ที่ผ่านมาเงินไหลออกจาก ETF หุ้นทั่วโลกกว่า 2.37 หมื่นล้านบาท

ไหลเข้า Commodity เงินวิ่งเข้าหา "โลหะมีค่า" (ทองคำ, เงิน) และ "โลหะอุตสาหกรรม" (ทองแดง)

ปัจจัยเสริมกลุ่มทองแดง การเปิดเหมือง Julong เฟส 2 ของ Zijin Mining (เพิ่มกำลังผลิต 57%) ตอกย้ำความต้องการทองแดงในตลาดโลกที่ยังแข็งแกร่ง

  • เลือกหุ้นหลบภัย ในภาวะกองทุนยังขายหนัก

แม้ต่างชาติจะเริ่มกลับมาซื้อ แต่ "กองทุนในประเทศ" ยังคงขายหนัก (Net Sell > 2.6 หมื่นล้านบาทในเดือนนี้) กลยุทธ์ที่แนะนำจึงเน้นการ "เลือกตัวเล่น" เพื่อหลบแรงขายจากสถาบัน

ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส แนะนำให้เล่นหุ้นที่ "Fund Underweight" (กองทุนถือครองน้อยกว่า 1%) เพราะโอกาสที่จะโดนเทขายซ้ำ (Force Sell/Rebalance) มีจำกัด เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกขาย

กลุ่มหุ้นน่าสนใจ (Laggard/Low Fund Holding)

กลุ่มนิคม/วัสดุ/อื่น ๆ: IRPC, SJWD, DELTA (ตัวประคองดัชนี)

กลุ่มเกษตร/อาหาร: STA, STGT, CPAXT

กลุ่มอสังหาฯ/ขนส่ง: SIRI, LH, SPALI, BA

กลุ่มที่ต้องระวัง (High Fund Holding > 4%)

หุ้นที่ กองทุนถือเยอะ (มากกว่า 4%) มีโอกาสถูกขายเพื่อลดสัดส่วนหรือทำกำไร

กลุ่มธนาคาร: KTB, SCB

กลุ่มพลังงาน/นิคม: PTT, AMATA

จากข้อมูลข้างต้น สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย สรุปมุมมองสัปดาห์นี้ให้ "เน้นตั้งรับ" มากกว่าไล่ราคา โดยกระจายความเสี่ยงไปยังกลุ่ม Commodity และเลือกหุ้นไทยที่กองทุนถือครองน้อยเพื่อเลี่ยงแรงกดดันจากการปรับพอร์ตช่วงปลายเดือน

โดยตลาดหุ้นไทยจะยัง "ผันผวนในกรอบจำกัด" ตราบใดที่กองทุนในประเทศยังขายไม่จบ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) มีแนวโน้มเป็นขาขึ้นจากความไม่แน่นอนทางการเมืองโลก "ถือทอง/โภคภัณฑ์" เพื่อป้องกันความเสี่ยง และเลือกซื้อหุ้นไทยที่กองทุนไม่ค่อยมีของ เพื่อ "หลบแรงเทขาย "

เรียบเรียง โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
อีเมล์. charuwan@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...