“อัตราเกิดจีน” ดิ่งต่ำสุดในรอบ 76 ปี เหลือเพียง 5.6 คน/ประชากร 1,000 คน
"อัตราเกิดจีน" ดิ่งต่ำสุดในรอบ 76 ปี เหลือเพียง 5.6 คน/ประชากร 1,000 คน กระทบความพยายามรัฐบาลในการแก้ปัญหาสังคมสูงอายุ แรงงานหดตัว และระบบบำนาญในระยะยาว
วันที่ 19 มกราคม 2569 เวลา 10.19 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า อัตราการเกิดของจีนลดลงสู่ระดับ ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 1949 ในปีที่ผ่านมา สะท้อนปัญหาโครงสร้างประชากรที่ทวีความรุนแรงขึ้นสำหรับรัฐบาลจีน แม้ทางการจะเร่งออกมาตรการอุดหนุนเพื่อกระตุ้นให้คู่สมรสมีบุตรมากขึ้นก็ตาม
ข้อมูลจาก National Statistics Bureau ที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ ระบุว่าจำนวนการเกิด ต่อประชากร 1,000 คน ลดลงเหลือ 5.6 คน ต่ำที่สุดนับตั้งแต่การก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน ขณะที่จำนวนทารกแรกเกิดลดลง 1.6 ล้านคน ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2563 เหลือเพียง 7.9 ล้านคน
ตัวเลขดังกล่าวถือเป็นอุปสรรคสำคัญต่อความพยายามของประธานาธิบดี Xi Jinping ในการผลักดันสังคมที่เอื้อต่อการมีบุตร ผ่านมาตรการจูงใจทางการเงินและนโยบายสนับสนุนครอบครัว ทั้งนี้ประชากรจีนโดยรวมลดลง 3.4 ล้านคน ซึ่งเป็นการลดลงรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ช่วงทุพภิกขภัยครั้งใหญ่ปี 1960 ในสมัยผู้นำ Mao Zedong ทำให้จำนวนประชากรทั้งประเทศลดลงมาอยู่ที่ 1.405 พันล้านคน
แรงงานที่หดตัวและสังคมผู้สูงอายุที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว กลายเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อเศรษฐกิจใหญ่อันดับสองของโลก เมื่อสัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น อัตราส่วนแรงงานต่อผู้เกษียณก็ลดลง ส่งผลให้ภาระต่อระบบบำนาญที่มีเงินทุนไม่เพียงพออยู่แล้วทวีความหนักหน่วง
เพื่อตอบโต้แรงกดดันเชิงโครงสร้างดังกล่าว รัฐบาลจีนได้ออกนโยบายส่งเสริมการมีบุตรหลายประการในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่การขยายวันลาคลอดและลาหยุดของบิดา ไปจนถึงการผ่อนคลายขั้นตอนการจดทะเบียนสมรส
ในด้านแรงจูงใจทางการเงิน คู่สมรสจะได้รับเงินอุดหนุนราว 500 ดอลลาร์สหรัฐต่อปีต่อเด็กหนึ่งคน สำหรับเด็กที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป จนถึงอายุ 3 ปี นอกจากนี้ตั้งแต่ปีนี้รัฐบาลยังจัดเก็บ ภาษีมูลค่าเพิ่ม 13% กับยาคุมกำเนิดและอุปกรณ์คุมกำเนิด รวมถึงยาคุมฉุกเฉินและถุงยางอนามัย
อย่างไรก็ดี เหอ หยาฟู่ นักประชากรศาสตร์อิสระ มองว่า เงินอุดหนุนของรัฐยัง “น้อยเกินไป” ที่จะช่วยพลิกฟื้นอัตราการเกิดได้อย่างมีนัยสำคัญ เขาชี้ว่าสาเหตุหลักของการลดลงมาจากความไม่เต็มใจของคนรุ่นใหม่ในการแต่งงาน และจำนวนสตรีวัยเจริญพันธุ์ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหายไปถึง 16 ล้านคนระหว่างปี 2563–2568
การหดตัวของกลุ่มมารดาที่มีศักยภาพนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลพวงจากนโยบายลูกคนเดียวในอดีต ซึ่งบั่นทอนฐานประชากรสำหรับการเติบโตในอนาคตของจีน ก่อนที่นโยบายดังกล่าวจะถูกยกเลิกในปี 2558
อ้างอิง : bloomberg.com