โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

SIRI ทุ่ม 1 พันล้าน ปั้นธุรกิจใหม่ หารายได้นอกอสังหาฯ จ่อร่วมลงทุน 5 ธุรกิจ หวังรีดศักยภาพ SME ไทย

Thairath Money

อัพเดต 25 ก.พ. เวลา 07.52 น. • เผยแพร่ 25 ก.พ. เวลา 07.51 น.
ภาพไฮไลต์

บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดตัวโปรเจกต์ "SANSIRI GROWTH INCUBATOR" กองทุนมูลค่า 1,000 ล้านบาท เพื่อรุกสร้าง New S-Curve ทางธุรกิจนอกเหนือจากการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ยกระดับบทบาทจากผู้สร้างบ้าน สู่การสร้างระบบนิเวศการใช้ชีวิตที่ครบวงจรมากยิ่งขึ้น

การขับเคลื่อนครั้งนี้ นำทัพโดยผู้บริหารรุ่นใหม่อย่าง “ณภัทร ทวีสิน” และ"ศุภกร คงสมจิตต์" ที่เข้ามาปักหมุดยุทธศาสตร์ลงทุนใน 5 อุตสาหกรรมเป้าหมาย เพื่อใช้ Ecosystem ของแสนสิริเข้าไปเสริมแกร่ง และผลักดันธุรกิจที่เข้าไปร่วมลงทุน สามารถเติบโตแบบก้าวกระโดดได้ถึง 5-10 เท่าในช่วง 3-5 ปี

รุก New S-Curve หารายได้จาก “ธุรกิจนอกอสังหาฯ”

ณภัทร ทวีสิน กรรมการผู้จัดการ International Operations บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงทิศทางกลยุทธ์ใหม่ว่า แสนสิริในฐานะแบรนด์อันดับ 1 ในวงการอสังหาริมทรัพย์ที่มีประสบการณ์กว่า 42 ปี มีโครงการกว่า 500 แห่ง และมีทรัพย์สินรวมกว่า 1.5 แสนล้านบาท ต้องการใช้จุดแข็งเรื่องความน่าเชื่อถือและฐานข้อมูลที่มีอยู่ มาต่อยอดธุรกิจใหม่ๆ ในประเทศไทย

เป้าหมายสำคัญของการตั้ง SANSIRI GROWTH INCUBATOR สอดคล้องกับแนวคิด "Constructing life, not just building" ที่แสนสิริไม่ได้ต้องการสร้างเพียงแค่ที่อยู่อาศัย แต่ต้องการสร้าง Community ที่บูรณาการการใช้ชีวิตของลูกค้าให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

พร้อมตั้งเป้าปรับสัดส่วนรายได้ของบริษัท จากปัจจุบันแสนสิริมีรายได้จากการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประมาณ 90% และรายได้จากธุรกิจอื่นๆ 10-12% แต่ภายในปี 2573 บริษัทตั้งเป้าที่จะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจส่วนอื่นที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักให้ขยับขึ้นเป็น 25%

ปักหมุดลงทุน 5 อุตสาหกรรม ดันธุรกิจพาร์ทเนอร์โต 5-10 เท่า

สำหรับการลงทุนผ่าน SANSIRI GROWTH INCUBATOR จะโฟกัสใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม, ไลฟ์สไตล์, โรงแรม, สินค้าอุปโภคบริโภค และการศึกษา

ศุภกร คงสมจิตต์ ผู้อำนวยการฝ่าย Special Projects & Investment บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เหตุผลที่เลือก 5 กลุ่มนี้ว่า เป็นกลุ่มธุรกิจที่ลูกบ้านสามารถจับต้องได้ และเป็นจุดที่แสนสิริสามารถเข้าไปสร้างมูลค่าเพิ่ม (Add value) ได้จริง

กองทุนนี้ได้รับอนุมัติวงเงินลงทุน 1,000 ล้านบาท สำหรับระยะเวลา 3 ปี โดยจะเลือกลงทุนในรูปแบบ "ถือหุ้นส่วนน้อยแต่มีนัยสำคัญ" หรือถือไม่ต่ำกว่า 10% แต่ไม่เกิน 50% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด

ส่วนกลุ่มเป้าหมายคือธุรกิจในกลุ่ม Early stage ถึง Growth stage ที่มีผลิตภัณฑ์หรือบริการที่จับต้องได้ มี Proof of Concept ชัดเจน มีผลประกอบการย้อนหลังที่น่าสนใจ และมีแผนธุรกิจที่พร้อมจะเติบโต

ณภัทร กล่าวเสริมว่า ภายในปีแรกนี้ตั้งเป้าหมายที่จะเฟ้นหาบริษัทประมาณ 5 แห่งเพื่อร่วมลงทุน คาดว่าจะสามารถเห็นดีลแรกได้ภายในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยคาดหวังที่จะใช้ Ecosystem และศักยภาพของแสนสิริ เข้าไปช่วยผลักดันและขยายสเกลธุรกิจของพาร์ทเนอร์ให้เติบโตขึ้นประมาณ 5-10 เท่า ภายในระยะเวลา 3-5 ปี

การที่แสนสิริเข้าไปเป็นพาร์ทเนอร์ จะช่วยทำหน้าที่เสมือน "เพื่อน" และ "ที่ปรึกษา" ที่ช่วยมองแผนระยะกลางและระยะยาว เพื่อวางสเตปการเติบโต และพุ่งเป้าไปสู่ความสำเร็จร่วมกัน ทั้งนี้ กระบวนการพิจารณาคัดเลือกทั้งหมดจะดำเนินการผ่านคณะกรรมการการลงทุน (Investment Committee) เพื่อความโปร่งใสและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

อย่างไรก็ดี การลงทุนเหล่านี้ แสนสิริไม่ได้มุ่งหวังเพียงแค่ผลกำไรทางการเงินเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการช่วยภาคธุรกิจให้สามารถเติบโตยิ่งขึ้นในอนาคต และหากพาร์ทเนอร์ต้องการเข้าตลาดหลักทรัพย์ หรืออยากเติบโตเป็นธุรกิจส่วนตัวที่มีกำไรแข็งแกร่ง แสนสิริก็ยินดีที่จะเป็นพันธมิตรเดินเคียงข้างต่อไป

“แสนสิริไม่ได้เข้ามาเพียงเพื่อสนับสนุนเงินทุน แต่ต้องการสร้างความน่าเชื่อถือของธุรกิจผ่านความเชี่ยวชาญของเรา การสนับสนุนเชิงธุรกิจ การบริหารงาน การให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ และการเปิดตลาดผ่าน Ecosystem ของเราผ่าน SANSIRI GROWTH INCUBATOR เงินลงทุน 1,000 ล้านบาท ที่จะทยอยลงทุน 3 ปี โดยในปี 2569 นี้ แสนสิริพร้อมเดินหน้าปิดดีลและเริ่มปั้นธุรกิจเข้าพอร์ตโฟลิโออย่างน้อย 5 ธุรกิจแรก” ณภัทร กล่าว

รู้จัก 2 คนรุ่นใหม่ นำทัพ SANSIRI GROWTH INCUBATOR

สำหรับ"ณภัทร ทวีสิน" สั่งสมประสบการณ์ยาวนานกว่า 10 ปี จากบริษัทที่ปรึกษาทั้งในไทยและต่างประเทศ อย่าง Boston Consulting Group (BCG) และ Bain & Company ก่อนก้าวเข้ามาร่วมงานกับแสนสิริเต็มตัวในปี 2567

ผลงานชิ้นแรกคือการเข้ามาบริหารกลุ่มธุรกิจ Hospitality ให้กับบริษัท Standard International และเป็นกำลังหลักในการนำทีมเจรจาขายกิจการให้กับเครือโรงแรมยักษ์ใหญ่อย่าง Hyatt ได้สำเร็จ

ปัจจุบันรับหน้าที่ดูแลกลุ่ม International Operations ซึ่งบริหารจัดการทั้งโรงแรมและอาคารสำนักงานในต่างประเทศ ซึ่งความเชี่ยวชาญทั้งด้านการบริหารและการเจรจาธุรกิจนี้ จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการเลือกลงทุนของโปรเจกต์นี้

ด้าน"ศุภกร คงสมจิตต์" เริ่มต้นเส้นทางอาชีพจากวิศวกรเคมีในบริษัทพลังงานแห่งชาติ ก่อนไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกาและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในแวดวงสตาร์ทอัพทั้งด้านเทรดดิ้งและคริปโตเคอร์เรนซี

จากนั้นได้เข้าสู่วงการที่ปรึกษาด้านการบริหารจัดการที่ BCG เช่นเดียวกับ ณภัทร โดยมีผลงานโดดเด่นในการช่วยธุรกิจรับมือและวางแผนฟื้นฟูกิจการในช่วงโควิด-19

สำหรับการทำงานร่วมกับกลุ่มแสนสิริ ก่อนหน้านี้เขาเคยช่วยผลักดันโปรเจกต์ XSpring Digital มาแล้ว จากประสบการณ์ที่ได้พูดคุยกับนักลงทุนและเจ้าของธุรกิจมาอย่างโชกโชน ทำให้มีความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ "DNA" และทัศนคติของผู้ก่อตั้ง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการเฟ้นหาพาร์ทเนอร์ที่พร้อมจะเติบโตไปด้วยกันกับแสนสิริ

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : SIRI ทุ่ม 1 พันล้าน ปั้นธุรกิจใหม่ หารายได้นอกอสังหาฯ จ่อร่วมลงทุน 5 ธุรกิจ หวังรีดศักยภาพ SME ไทย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...