โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สูตรไหนจะเข้าวิน ? อัปเดตฉากทัศน์ สูตรจัดตั้งรัฐบาล

สยามรัฐ

อัพเดต 20 ก.พ. เวลา 06.59 น. • เผยแพร่ 20 ก.พ. เวลา 06.29 น.

จากสถานการณ์การเมืองล่าสุดหลังการเลือกตั้งปี 2569 “พรรคภูมิใจไทย” ในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ที่ถือไพ่เหนือกว่าทุกพรรค ทั้งทุบ ทั้งต้อน “พรรคกล้าธรรม” ของ ร.อ.ธรรมนัส ยอมถอยจนสุดซอย หมอบไพ่ทุกใบ จนเริ่มออกอาการฮึดฮัด พร้อมจะสวนหมัด ถ้าภูมิใจไทยยังแทงกั๊กไม่ชัดเจน

ส่วนภูมิใจไทยก็ยังคงสงวนท่าที ซึ่งอาจกำลังชั่งน้ำหนักทางการเมืองอย่างละเอียดยิบ ทำให้เดาทาง “ครูใหญ่” ไม่ออกว่า สุดท้ายแล้วต้องการให้หน้าตาของ ครม. อนุทิน 2 ออกมาเป็นเช่นไร ?

ซึ่งจากสถานการณ์และความเคลื่อนไหวต่างๆ ทำให้ความน่าจะเป็นของรัฐบาลใหม่ มี 3 ฉากทัศน์ ดังนี้

สูตรที่ 1: น้ำเงิน แดง แรงฤทธิ์ (ความน่าจะเป็น 50%)

พรรคร่วม: ภูมิใจไทย (193) + เพื่อไทย (74) + พรรคเล็ก (24) = 291 เสียง

นี่คือสูตรที่มีความเป็นไปได้สูงสุดและมีความคล่องตัวในการบริหารจัดการมากที่สุด ตัวเลข 291 เสียง ถือว่าเกินกึ่งหนึ่งของสภาฯ ในระดับที่ปลอดภัยและมีเสถียรภาพ

ข้อดี: การแบ่งโควตากระทรวงเกรดเอและเกรดบีสามารถทำได้เบ็ดเสร็จระหว่างภูมิใจไทยและเพื่อไทย โดยใช้กระทรวงเกรด C หรือตำแหน่ง รมช. ในการบริหารจัดการพรรคเล็ก ทำให้รัฐบาลเดินหน้าทำงานได้อย่างรวดเร็ว

ข้อเสีย: พรรคเพื่อไทยจะกลายเป็น "ข้อต่อสำคัญ" ในรัฐบาลชุดนี้ หากพรรคเพื่อไทยเกิดความขัดแย้งและถอนตัวเมื่อใด รัฐบาลจะเหลือเพียง 217 เสียง และกลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยทันที ภูมิใจไทยจึงต้องระมัดระวังในการรักษาสมดุลกับเพื่อไทยตลอดเวลา

สูตรนี้ พรรคเพื่อไทย ได้เปรียบที่สุด

สูตรที่ 2: น้ำเงิน แดง เขียว (ความน่าจะเป็น 40%)

พรรคร่วม: ภูมิใจไทย (193) + เพื่อไทย (74) + กล้าธรรม (58) + พรรคเล็ก (24) = 349 เสียง

แม้โอกาสจะน้อยกว่าสูตรแรก แต่ตัวเลข 349 เสียงคือ "เสียงข้างมากเด็ดขาด" ที่แทบจะปิดประตูสำหรับการถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ข้อดี: เป็นยุทธศาสตร์ "คานอำนาจ" ที่สมบูรณ์แบบสำหรับภูมิใจไทย การมีพรรคกล้าธรรมเข้ามาร่วมด้วย จะทำให้อำนาจต่อรองของเพื่อไทยลดลงฮวบฮาบ เพราะต่อให้เพื่อไทยถอนตัว รัฐบาลก็ยังมีเสียงถึง 275 เสียง ซึ่งยังสามารถบริหารประเทศต่อไปได้

ข้อเสีย: จำนวน สส. ที่มากถึง 349 คน หมายถึงต้นทุนทางการเมืองที่มหาศาล แม้กล้าธรรมจะบอกว่ายอมทุกเงื่อนไข แต่ในทางปฏิบัติ การดูแล สส. 58 ชีวิตให้มีเอกภาพโดยไม่มีกระทรวงหลักให้บริหารเลย เป็นเรื่องที่ผิดธรรมชาติทางการเมือง และอาจกลายเป็น "ระเบิดเวลา" ที่สร้างแรงกระเพื่อมจากภายในได้ในอนาคต

สูตรนี้ พรรคภูมิใจไทย ได้เปรียบที่สุด

ฉากทัศน์สูตรที่ 3: น้ำเงิน แดง ฟ้า (ความน่าจะเป็น 10%)

พรรคร่วม: ภูมิใจไทย (193) + เพื่อไทย (74) + ประชาธิปัตย์ (22) + พรรคเล็ก (24) = 313 เสียง

สูตรนี้เป็นการจัดสูตรฯ ที่ทำให้หน้าตารัฐบาลดูดีที่สุดจากทั้ง 3 สูตร เพราะการไม่มี “กล้าธรรม” แต่มี “ประชาธิปัตย์” จะเป็นสูตรจัดตั้งรัฐบาลที่ได้ใจกลุ่มอนุรักษ์นิยมเป็นอย่างมาก

ข้อดี: ตัวเลข 313 เสียงถือว่ามีเสถียรภาพแข็งแกร่ง ภาพลักษณ์ของรัฐบาลจะได้รับการยอมรับจากกลุ่มชนชั้นกลางและกลุ่มอนุรักษ์นิยมมากขึ้น การบริหารจัดการโควตารัฐมนตรีให้ประชาธิปัตย์ (22 เสียง) ก็ใช้ทรัพยากรน้อยกว่าการดึงกล้าธรรม (58 เสียง) เข้าร่วมรัฐบาล

ข้อเสีย: จุดอ่อนยังคงเหมือนกับสูตรที่ 1 คือไม่สามารถสลัดอำนาจต่อรองของพรรคเพื่อไทยทิ้งไปได้ หากเพื่อไทยถอนตัว รัฐบาลก็เสี่ยงล่ม (เหลือ 239 เสียง) อีกทั้งเคมีทางการเมืองระหว่างเพื่อไทยกับประชาธิปัตย์ ในยุคที่ “อภิสิทธิ์” กลับมาเป็นหัวหน้าพรรค อาจต้องใช้เวลาปรับจูนให้เข้ากัน

สูตรนี้ พรรคเพื่อไทย ได้เปรียบที่สุด แต่ไม่มากเท่าสูตรที่ 1

บทความโดย ศราวุธ เอี่ยมเซี่ยม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...